Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026

EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026

การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในวันนี้ทำให้บทบาทของผู้นำหญิงมีความสำคัญมาก การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงขึ้นมานำและกล้าตัดสินใจ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้กว่าที่ใครคาดคิด

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เวที EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026: Write Your Next Chapter ถูกจัดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับวันสตรีสากลพอดี (วันที่ 8 มีนาคม) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่มีศักยภาพได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันขับเคลื่อนบทบาทของผู้นำหญิงให้ก้าวไปอีกขั้น งานเสวนาครั้งนี้รวบรวมผู้นำระดับ Board และ C-Suite จากทั่วเอเชียมาแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และบทเรียนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผู้หญิงสามารถเติบโตในเส้นทางความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นคง

หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้วที่นี่

The First Page: Claiming Your New Chapter

คุณ สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร The CrestHaus และคุณ แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus เริ่มต้นด้วยการชวนผู้เข้าร่วมมองโลกการทำงานในช่วงเวลานี้อย่างตรงไปตรงมา

คุณสุภาณีกล่าวว่าสถานการณ์ทั่วโลกยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนไหวและความไม่แน่นอน จึงยิ่งมีความหมายที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกมารวมตัวกันในพื้นที่แห่งนี้ เธอยังกล่าวขอบคุณผู้ชายที่ให้การสนับสนุนงานเช่นกัน เพราะการสร้างสังคมที่เติบโตอย่างเท่าเทียมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

หลายคนกำลังเผชิญความท้าทายในชีวิตการทำงานและในสังคมพร้อม ๆ กัน งาน EmpowerHer จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมความมั่นใจ เติมกำลังใจ และเตือนให้ทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง เธอเชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเติบโตอย่างสมดุล มีความสุขกับสิ่งที่ทำ และภูมิใจกับเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน

สำหรับธีมของงานในปีนี้คือ Write Your Next Chapter สะท้อนความเชื่อว่าผู้หญิงมีพลังในการกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองเสมอ คุณสุภาณียังเล่าว่าเส้นทางชีวิตของเธอเองเต็มไปด้วยโอกาสที่เปิดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทำงานในองค์กรหลากหลายแห่ง ไปจนถึงการรับบทบาทที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอเห็นชัดว่า เมื่อโอกาสมาถึง ผู้หญิงก็สามารถเลือกก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตได้ด้วยตัวเอง

ด้านคุณแชนนอน อธิบายเสริมว่างาน EmpowerHer ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทดลอง คิด และพูดคุยกันอย่างอิสระ เพราะการเขียนบทใหม่ของชีวิตไม่ได้มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน บางคนรู้ชัดเจนว่าก้าวต่อไปของตัวเองคืออะไร ขณะที่บางคนยังอยู่ระหว่างการค้นหา เธอจึงชวนผู้เข้าร่วมทุกคนติดตามบทสนทนาตลอดทั้งงาน เพราะแต่ละช่วงจะหยิบยกประเด็นที่ทั้งท้าทายและชวนให้คิด เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มต้นเขียนหน้าแรกของบทใหม่ในชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน

The Power of Rewrite: Reinventing Leadership with Purpose (UN-WOMEN)

EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026

คุณ ซาร่า แดนซีโอ (Sara D’anzeo) ที่ปรึกษาด้าน Sustainable Finance จาก UN-WOMEN กล่าวกับผู้เข้าร่วมงานว่า เธอเชื่อว่าทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ล้วนเป็นผู้นำที่สนใจการนำผู้คนด้วยจุดมุ่งหมายที่มีความหมาย เพราะการเป็นผู้นำไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตำแหน่งในองค์กร หากยังรวมถึงความตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับผู้คนรอบตัว

บทบาทสำคัญของผู้หญิงในองค์กรว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่มี Purpose มักมองไกลกว่าผลลัพธ์ระยะสั้น พวกเขาสามารถนำพาทีมและองค์กรไปสู่ทิศทางใหม่ได้อย่างมีความหมาย จากประสบการณ์การทำงานของเธอกับ UN-WOMEN หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเด็นความเท่าเทียมทางเพศให้เดินหน้าอย่างจริงจัง งานส่วนหนึ่งขององค์กรจึงมุ่งสร้างโอกาส และช่วยขยายเสียงของผู้หญิงให้ดังพอที่จะได้รับการรับฟังในระดับนโยบายและระดับองค์กร

เธอยังสะท้อนภาพบริบทของโลกปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันด้านความยั่งยืน แม้หลายเรื่องจะดูซับซ้อนและยากต่อการรับมือ คุณซาร่ามองว่านี่เป็นช่วงเวลาที่บทบาทของผู้นำมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สามารถช่วยให้องค์กรและผู้คนก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไปได้

ทั้งนี้ เรื่อง Gender Equality ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า หากโลกสามารถลดช่องว่างทางเพศได้อย่างจริงจัง มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอาจสูงถึง 342 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 ความเท่าเทียมยังช่วยยกระดับคุณค่าขององค์กร เพิ่มโอกาสในการลงทุน และเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงแสดงศักยภาพในหลากหลายบทบาท หากสามารถลดการแบ่งแยกทางเพศได้มากขึ้น คาดว่าจะมีผู้หญิงกว่า 343.5 ล้านคนทั่วโลก ที่ได้รับประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจภายในปี 2030

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้หญิงคนใดสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เพียงลำพัง ข่าวดีคือวันนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณที่น่าชื่นใจมากขึ้น ผู้นำหญิงในองค์กรเอเชียเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในประเทศไทยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่ง CEO ในบริษัทจดทะเบียนประมาณ 14% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้หญิงมีศักยภาพไม่แพ้ใคร และเมื่อผู้หญิงลุกขึ้นมาเขียนบทใหม่ของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนั้นย่อมส่งผลต่อสังคมโดยรวม ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นได้จริง

Panel discussion: Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human-Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift

EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026

2 ผู้นำหญิงเก่ง คุณ ปิยดา ตัวไสว Data and AI Portfolio Lead จาก IBM Digital Talent for Business (IBMDT) และคุณ อรนุช เลิศสุวรรณกิจ Co-Founder & CEO จาก Techsauce มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี องค์กรจะนำ AI มาใช้โดยยังคงให้ความสำคัญกับคนได้อย่างไร

คุณอรนุชเล่าประสบการณ์จากการเข้าร่วมงาน World Economic Forum ซึ่งแม้บนเวทีหลักจะพูดถึงประเด็นระดับโลกอย่างเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ แต่บทสนทนาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้นำจากหลายประเทศกลับวนเวียนอยู่กับคำถามเรื่อง AI หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้แล้ว ทว่าเมื่อถึงขั้นตอนการนำมาใช้จริง หลายคนยังรู้สึกไม่พร้อม

ความกังวลไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องการวัดผลลัพธ์และ ROI รวมถึงการตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นจากกรณีใช้งานแบบใด การ Transform องค์กรจึงต้องคิดควบคู่กันทั้งเรื่องเทคโนโลยีและกลยุทธ์ด้านคน

ฝั่งของคุณปิยดามองว่า AI ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลกธุรกิจ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงที่ผู้คนจะหลุดจากการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีนี้ หลายองค์กรพยายามเอา AI มาใช้ช่วยงาน แต่อาจลืมถามคำถามสำคัญว่า เราจะใช้มันอย่างมีสติและรู้เท่าทันได้อย่างไร ? ดังนั้นองค์กรควรคิดให้รอบคอบก่อนว่าจะลงทุนกับ AI เพื่ออะไร และบทบาทของคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร

อย่างภายใน IBM เองเมื่อมีการพูดถึง AI การสนทนาจึงต้องเกิดร่วมกับฝ่าย HR เสมอ เพราะงานของ HR คือการดูแลคน และที่สำคัญคือทำให้คนสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วผู้นำต้องปรับตัวอย่างไรในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ? คุณปิยดาอธิบายว่าผู้นำจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์อย่างอิสระ การพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงเครื่องมือเดียวไม่อาจตอบโจทย์ได้ทั้งหมด องค์กรต้องส่งเสริมให้คนเรียนรู้เรื่องธุรกิจและเทคโนโลยีควบคู่กันไป พร้อมปรับโครงสร้างการทำงานให้เปิดกว้างมากขึ้น หากองค์กรยังยึดติดกับระบบสั่งการจากบนลงล่าง การเรียนรู้ใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้ยาก การสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนา

ส่วนคุณอรนุชเสริมว่าบทบาทของผู้นำ โดยเฉพาะระดับ CEO มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางเรื่อง AI ผู้นำต้องเข้าใจเทคโนโลยีให้ลึกพอที่จะเลือกใช้กรณีใช้งานที่เหมาะสม หลายองค์กรยังสับสนว่าจะนำ AI ไปใช้กับงานใดบ้าง ทั้งที่จริงแล้วศักยภาพของมันกว้างไกลกว่าการช่วยทำงานประจำให้เร็วขึ้น ผู้นำจึงควรมองให้ไกลกว่านั้น ว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ขององค์กรได้อย่างไร และจะปลดล็อกศักยภาพของผู้คนในองค์กรได้แบบไหน

เธอยังชี้ให้เห็นอีกประเด็นสำคัญคือเรื่อง AI Sovereignty หรือการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญขององค์กร หากใช้อย่างถูกทิศทาง AI สามารถช่วยจัดระบบองค์ความรู้ภายในองค์กร และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวได้

Panel discussion : Leading the Next Chapter: Lessons from the C-Suite

EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026

Session นี้ได้ 2 ผู้นำหญิงเก่งอย่างคุณ มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โอสถสภา และคุณ กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการเงิน The Mall Group มาร่วมถ่ายทอดบทเรียนของพวกเธอ จากเส้นทางการทำงานจริง ตั้งแต่วันที่ยังเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ สู่วันที่เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

จะเห็นได้ว่า เส้นทางสู่ตำแหน่ง C-Suite ของพวกเธอไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการเรียนรู้ การปรับตัว และการพัฒนามุมมองต่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง

คุณมุกดาเล่าว่าเธอทำงานมาแล้วกว่า 40 ปี เริ่มต้นจากตำแหน่งพนักงานขายในธุรกิจ FMCG ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูง ประสบการณ์ตลอดเส้นทางทำให้เธอเห็นว่าทุกช่วงของการเติบโตต้องปรับมายด์เซ็ตอยู่เสมอ หากวิธีคิดยังคงเดิม การก้าวไปสู่บทบาทใหม่ย่อมเป็นเรื่องยาก แม้เธอจะต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะการเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องทำงานในระดับสากล แต่เธอเลือกโฟกัสกับการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด มากกว่าจะกังวลเรื่องเพศหรือการแข่งขันกับใคร

เธอจึงอยากส่งต่อคำแนะนำถึงผู้หญิงที่กำลังเติบโตในเส้นทางอาชีพว่า อย่าปล่อยให้ความกลัวมาหยุดความสามารถของตัวเอง สิ่งสำคัญคือการพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน เมื่อบทบาทก้าวขึ้นสู่ระดับผู้บริหาร มุมมองในการทำงานก็ต้องเปลี่ยนจากการลงมือทำรายละเอียด ไปสู่การมองภาพรวมขององค์กร ผู้นำต้องเห็นทิศทางและเข้าใจว่าควรขับเคลื่อนทีมไปทางไหน ขณะเดียวกันสิ่งที่ควรรักษาไว้เสมอคือ ความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง หรือ Growth Mindset

ด้านคุณกันยารัตน์เล่าว่า การเติบโตในสายอาชีพต้องอาศัยพลังเชิงบวกและความตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดในทุกบทบาท เมื่อถึงวันที่ต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง C-level ความสามารถในการเชื่อมโยงภาพใหญ่ขององค์กรจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ผู้นำต้องดูแลทีม สื่อสารกับผู้คนหลากหลาย และทำให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
เธอยังแบ่งปันหลักคิดสำคัญว่า การเป็นผู้นำที่แท้จริง เกิดจากพฤติกรรมและการกระทำของเรา อย่ายึดติดกับความสำเร็จในอดีต เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และสุดท้ายคือการถ่อมตัว เปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะไม่มีใครถูกต้องตลอดเวลา

ประเด็นสุดท้ายที่ทั้งคู่พูดถึงคือความท้าทายจากเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กร ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ ความเชื่อใจกลายเป็นสิ่งสำคัญ การสร้าง Trust ต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอ และความจริงใจ เมื่อสร้างขึ้นมาแล้วก็ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ ปรับตัว และก้าวไปพร้อมกับมันให้ดีที่สุด เพราะในวันนี้ความเร็วในการปรับตัวอาจสำคัญยิ่งกว่าขนาดขององค์กรเสียอีก

CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้