HIGHLIGHT
|

AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือในการทำงาน แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทของคนทำงาน ทั้งอย่างเงียบ ๆ และอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในสายงาน HR ที่ผ่านมาเราทำงานโดยยืนอยู่บนความเข้าใจมนุษย์เป็นหลัก แต่วันนี้ HR ต้องทำงานโดยอิงอัลกอริทึ่ม ข้อมูล และระบบอัตโนมัติในแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสรรหาคน พัฒนาคน ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
หลายคนอาจกลัวว่าพอ HR ต้องใช้เทคโนโลยีเยอะขนาดนี้ บทบาทของคนจะน้อยลง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้บทบาทของคนลดลงเลย เพราะองค์กรกลับต้องการคนที่ใช้ AI เป็นมากกว่าเดิม ซึ่งหมายถึงคนที่เข้าใจข้อจำกัดของมัน กล้าตั้งคำถาม และรู้ว่าเมื่อใดควรให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจ
จากจุดนี้เอง แนวคิดเรื่อง AI Native ในหมู่ HR จึงเริ่มชัดเจนขึ้น เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรที่คุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับ AI อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ทิ้งวิจารณญาณ ความรับผิดชอบ และคุณค่าความเป็นมนุษย์ และทั้งหมดนี้จะเป็นหัวใจสำคัญของบทบาท HR ในองค์กรยุคใหม่ต่อไป
AI Native ไม่ได้เกิดจากอายุ แต่เกิดจากความเข้าใจ
หลายคนอาจเผลอเหมารวมว่า AI Native คือคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี เพราะถือว่าคนรุ่นใหม่น่าจะคุ้นเคยกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เส้นแบ่งว่าใครคือ AI Native อาจไม่ได้แบ่งที่ช่วงวัย แต่แบ่งที่ความสามารถในการเปิดรับข้อมูล การปรับตัว และเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม
กล่าวคือ ใครก็ตามที่รู้จักวิธีตั้งคำถามเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน และเข้าใจทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของมัน ย่อมเข้าข่ายเป็น AI Native ได้ไม่ต่างกัน
สำหรับสายงาน HR ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและพัฒนาคนในองค์กร การเป็น AI Native ไม่ใช่แค่คนที่ใช้เครื่องมือให้เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการนำ AI มาเสริมการตัดสินใจ โดยไม่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์ด้วย
3 ทักษะสำคัญที่ HR ต้องมี เพื่อก้าวสู่การเป็น AI Native อย่างมีประสิทธิภาพ
ในงานเสวนา “THE AI-NATIVE ENTERPRISE” HR Series ซึ่งจัดขึ้นโดย MFEC ได้มีการถกเถียงถึงความจำเป็นของ HR ในยุค AI Native ว่าต้องมีทักษะอะไรบ้าง ? และคำตอบคือ HR ต้องมี 3 ทักษะหลักดังต่อไปนี้ เพื่อให้การทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์เกิดประโยชน์สูงสุด

1. AI Literacy – เข้าใจ AI อย่างแท้จริง
AI Literacy ไม่ได้หมายถึงการใช้เครื่องมือ AI เป็นเท่านั้น แต่หมายถึงมีความสามารถในการเข้าใจหลักคิดเบื้องหลังของปัญญาประดิษฐ์ รู้ว่าระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากอะไร ตัดสินใจอย่างไร และผลลัพธ์ที่ได้มีข้อจำกัดตรงไหน
สำหรับสายงาน HR ความเข้าใจนี้มีความสำคัญไม่น้อย เพราะข้อมูลจาก AI มักถูกนำไปใช้ในกระบวนการที่ส่งผลต่อชีวิตของคนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการสรรหา การพัฒนา หรือการประเมินผลพนักงาน
HR ที่มี AI Literacy จะไม่เอาผลลัพธ์ที่ได้จาก AI มาใช้ทันทีโดยไม่ตั้งคำถามและไม่เกลาก่อน แต่จะพิจารณาว่าข้อมูลที่ได้มามีอคติหรือไม่ หลอนหรือไม่ เชื่อถือผลลัพธ์ได้ในระดับใด และต้องมีมนุษย์เข้ามากำกับการตัดสินใจตรงจุดไหน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือระบบ AI ที่ช่วยคัดกรองเรซูเม่อัตโนมัติ ซึ่งอาจแฝงอคติด้านเพศหรือชาติพันธุ์จากข้อมูลในอดีต หาก HR ไม่เข้าใจกลไกเหล่านี้ อาจเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งพนักงานและองค์กรในระยะยาว
Digital Literacy และ Digital Fluency ทักษะดิจิทัลแห่งอนาคตที่ทุกองค์กรต้องรู้ |
2. Critical Thinking – คิดอย่างมีวิจารณญาณ
แม้ AI จะสามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่การตัดสินใจ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคน ยังคงเป็นบทบาทของมนุษย์เราอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินศักยภาพของพนักงาน การวางตัวผู้นำในอนาคต หรือการจัดการความขัดแย้งภายในทีม ประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ข้อมูลเชิงตัวเลขจะอธิบายได้ทั้งหมด
Critical Thinking จึงเป็นทักษะสำคัญของ HR ที่ทำงานในฐานะ AI Native เพราะต้องสามารถมองข้อมูลจากหลายแหล่งควบคู่กัน ทั้งข้อมูลที่ได้จาก AI และข้อมูลเชิงคุณภาพจากประสบการณ์ การสนทนา และบริบททางธุรกิจ
HR ที่คิดอย่างมีวิจารณญาณจะไม่แยกข้อมูลออกจากสถานการณ์จริง แต่จะเชื่อมโยงผลวิเคราะห์ของ AI เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ความสัมพันธ์ระหว่างคน และปัจจัยด้านอารมณ์ที่ AI ไม่สามารถรับรู้ได้ครบถ้วน เป็นต้น
งานวิจัยจาก Microsoft Research ปี 2025 พบว่า การใช้ AI เช่น Generative AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง แต่ผู้ที่มีทักษะ Critical Thinking สูงจะตรวจสอบและนำผลลัพธ์จาก AI ไปใช้ได้ดีกว่า ลดความเสี่ยงพึ่งพา AI มากเกินไป และนี่แหละที่จะเป็นความสามารถที่ HR ในยุค AI Native จำเป็นต้องมีเช่นกัน
3. Human Management & Empathy – เข้าใจในความเป็นมนุษย์
แม้ AI จะสามารถวิเคราะห์พฤติกรรม รูปแบบการทำงาน หรือแนวโน้มของพนักงานได้อย่างละเอียด แต่สิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยียังไม่อาจทดแทนได้คือ ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
ดังนั้น ทักษะด้าน Empathy และ Human Management จึงกลายเป็นจุดแข็งที่ยิ่งมีคุณค่าเมื่อองค์กรนำ AI เข้ามาใช้อย่างจริงจัง
สำหรับบทบาทของ HR ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ไม่ได้หมายถึงความเห็นอกเห็นใจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการฟังพนักงานอย่างตั้งใจ การรับรู้แรงจูงใจและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรม และการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กรอย่างละเอียดอ่อน HR ที่มีทักษะเหล่านี้จะสามารถออกแบบนโยบายและแนวทางการบริหารคนที่ไม่มุ่งเน้นแค่ประสิทธิภาพในตัวเลข แต่คำนึงถึงความผูกพัน ความสุข และความยั่งยืนของพนักงานในระยะยาว
HR ที่เป็น AI Native จะใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ไม่ใช่ตัวแทนของความเข้าใจมนุษย์ ข้อมูลอย่าง Engagement Score, Performance Data หรือ Feedback จากระบบต่าง ๆ จะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยมองภาพรวมและแนวโน้ม แต่การตีความและการตัดสินใจสุดท้ายยังคงอาศัยความเข้าใจในบริบท ความรู้สึก และคุณค่าของคน ซึ่งเป็นบทบาทที่เทคโนโลยีไม่อาจทำแทนได้
ควรพัฒนา HR และพนักงานให้เข้าใกล้ความเป็น AI Native ได้อย่างไร

เมื่อ AI Native ไม่ใช่เรื่องของอายุ เพราะเราสามารถเรียนรู้และฝึกฝนชุดทักษะต่อไปนี้ได้อย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญของหลายองค์กรไม่ใช่แค่ถามว่า ควรใช้ AI ตัวไหนดี แต่ต้องถามว่า “เราจะจะพัฒนาคนให้ใช้ AI ได้อย่างถูกต้องและมีความรับผิดชอบได้อย่างไร ?”
การสร้าง AI Native ในองค์กรไม่สามารถเกิดจากการอบรมเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมทั้งความเข้าใจ AI ในเชิงกลยุทธ์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับความเข้าใจมนุษย์อย่างแท้จริง
องค์กรจำนวนมากจึงเริ่มมองหา HR Solution ด้านการเทรนนิ่ง AI ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบริบทของการทำงานจริง ไม่ใช่แค่สอนใช้เครื่องมือ แต่ช่วยให้ HR และพนักงานเข้าใจว่า ควรใช้ AI อย่างไร ใช้เมื่อใด และใช้โดยไม่ละทิ้งจริยธรรมและคุณค่าของคน
หากยังไม่รู้ว่าจะมองหาคอร์สไหนดี ลองค้นหา HR Solution ด้าน Learning & Development ผ่านลิงก์นี้ได้เลย หรือหากไม่รู้จะค้นหาบริการไหนดี สามารถกรอกข้อมูลแจ้ง HREX ผ่านลิงก์นี้ได้เลย
การลงทุนกับการพัฒนาทักษะด้าน AI อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การ Upskill ให้ทันเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้คนในองค์กรสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมั่นใจ ยั่งยืน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
สรุป AI Native คือทักษะใหม่ที่ HR ต้องมี
การเป็น HR ที่พร้อมสำหรับอนาคต ไม่ได้วัดกันที่ว่าใช้เครื่องมือ AI ได้กี่ตัว แต่ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจว่า เมื่อใดควรให้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วย และ เมื่อใดควรให้ความเป็นมนุษย์เป็นผู้นำ
เพราะสุดท้ายแล้ว AI อาจช่วยประมวลผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำ แต่การเข้าใจคน ยังคงเป็นบทบาทที่ไม่มีอะไรมาแทนได้
การพัฒนาไปสู่การเป็น AI Native ไม่ใช่เรื่องของการตามเทรนด์เพียงชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนระยะยาวในตัวเอง เพื่อให้ HR สามารถยืนอยู่ตรงจุดที่เชื่อมระหว่างเทคโนโลยีกับความเป็นมนุษย์ได้อย่างมั่นคง และยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ท่ามกลางโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิมในทุกวัน
