HIGHLIGHT
|

มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการ “การยอมรับ” ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตส่วนตัวหรือในที่ทำงาน งานวิจัยด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ยืนยันตรงกันว่า การได้รับการชื่นชมเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เราอยากทุ่มเท ทำงานให้ดีขึ้น และรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่ทำ แต่เมื่อองค์กรละเลยความต้องการพื้นฐานนี้ ผลลัพธ์ที่ตามมามักรุนแรงกว่าที่คิด
สอดคล้องกับผลการศึกษาใหม่ของ Achievers Workforce Institute (AWI) ในรายงาน 2026 Engagement and Retention Report ที่บอกว่า องค์กรทั่วโลก รวมถึงภูมิภาค APAC กำลังเผชิญวิกฤต Engagement และ Retention ที่หนักที่สุดในรอบหลายปี โดยหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสูงสุดคือ การขาดระบบ Reward & Recognition ที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ส่งผลให้ 75% ของพนักงานระบุว่า หากองค์กรลดหรือยกเลิก Reward & Recognition พวกเขาจะพิจารณาลาออกทันที
นี่ไม่ใช่เพียงเสียงสะท้อนจากพนักงานแต่เป็นภาพสะท้อนระดับภูมิภาคที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจกลายเป็นวิกฤตทรัพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่หากองค์กรยังไม่เร่งปรับตัว
Contents
ภาพรวมวิกฤตความผูกพัน: เมื่อพนักงานไม่รู้สึกมีคุณค่า ความอยากอยู่ต่อก็จะจึงค่อย ๆ เลือนหายไป
วิกฤตด้าน Engagement กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายองค์กรทั่วโลก เนื่องจากพนักงานจำนวนมากรู้สึกว่าตนไม่มีคุณค่าในสายตาองค์กร ความผูกพันต่อบทบาทและอนาคตในที่ทำงานก็ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายงานล่าสุดพบว่า พนักงานเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่รู้สึกว่าได้รับการชื่นชมอย่างจริงจัง และมีเพียง 26% ที่ยังรู้สึกมีส่วนร่วมกับงานในแต่ละวัน
ความรู้สึกขาดการมองเห็นนี้สะท้อนตรงไปยังความตั้งใจอยู่ต่อ (Retention) ของพนักงาน โดยมีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่วางแผนจะอยู่กับองค์กรเดิมในระยะยาว
ขณะที่สเกลระดับโลกเองก็เริ่มเห็นแนวโน้มการลาออกที่อาจสร้างภาระต้นทุนสูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เอาเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายจากการสูญเสียคนเก่งในปีหน้าอาจพุ่งสูงถึง 1.3–5.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทีเดียว
ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำความจริงที่ว่า เมื่อพนักงานรู้สึกว่าความพยายามของตนไม่มีคนเห็น คุณค่าของการอยู่ต่อในองค์กรก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว

APAC ภูมิภาคที่ความรู้สึกถูกมองเห็นต่ำที่สุด
รายงานฉบับเดียวกันได้ทำการสำรวจเชิงลึกเฉพาะภูมิภาค APAC โดยเก็บข้อมูลจากพนักงาน 450 คน และผู้เชี่ยวชาญด้าน HR 325 คน ในออสเตรเลีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ผลที่ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ภูมิภาค APAC กำลังสูญเสียความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กรอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างตัวเลขสำคัญชี้ให้เห็นว่า
- มีเพียง 18% ของพนักงานรู้สึกว่าได้รับการชื่นชมในงานที่ทำ
- เพียง 17% รู้สึกเชื่อมโยงกับค่านิยมขององค์กร
- และเพียง 25% เท่านั้นที่มองว่างานของตนเองมีความหมายจริง ๆ
ฉะนั้นเมื่อพนักงานไม่รู้สึกว่าองค์กรเห็นคุณค่า ไม่เข้าใจบทบาทของตน และไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า ความตั้งใจจะอยู่ต่อย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้รายงานยังพบว่า 37% ของพนักงานใน APAC มีแผนเริ่มหางานใหม่ภายในปี 2026 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าความผูกพันกำลังลดลง ผ่านปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การไม่ได้รับการยอมรับจากผู้จัดการและองค์กร, ความรู้สึกขาดการสนับสนุนจากผู้นำ หรือกระทั่งการได้รับค่าแรงงานที่ไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับตลาดแรงงานและภาระชีวิตจริง

Recognition ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ลดการลาออก
เมื่อพูดถึงปัจจัยที่มีผลต่อการรักษาพนักงาน หลายคนอาจนึกถึงค่าตอบแทน สวัสดิการ หรือโอกาสเติบโต แต่รายงานวิจัยกลับชี้ให้เห็นว่า การได้รับการยอมรับ (Recognition) คือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังยิ่งกว่า
ข้อมูลจาก Achievers Workforce Institute ยืนยันว่า พนักงานที่ได้รับการชื่นชมอย่างสม่ำเสมอเพียงสัปดาห์ละครั้ง มีแนวโน้มรู้สึกว่าตนมีคุณค่าและมีส่วนร่วมมากขึ้นถึง 15 เท่า และเมื่อ Recognition เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความตั้งใจที่จะมองหางานใหม่ก็ลดลงได้มากถึง 45%
ความรู้สึกถูกเห็นในองค์กรยังช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางอนาคตในองค์กรชัดเจนขึ้น โดยมีโอกาสวางแผนอาชีพระยะยาวกับองค์กรสูงกว่าเดิมถึง 17 เท่า ขณะที่พนักงานกว่า 85% พร้อมทำพฤติกรรมเชิงบวกซ้ำ หากได้รับการยอมรับในเวลาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายองค์กรกลับสวนทางกับสิ่งที่งานวิจัยแนะนำ เพราะมีพนักงานเพียง 23% เท่านั้นที่รู้สึกว่าได้รับ Recognition และแค่ 15% ที่ได้รับคำชื่นชมในระดับรายสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการของพนักงาน
ผลลัพธ์ก็คือ ช่องว่างระหว่างพนักงานกับองค์กรก็จะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และช่องว่างนี้แหละที่ผลักให้คนเก่ง (Talent) จำนวนมากเริ่มมองหางานใหม่ที่มีความหมายและสร้างคุณค่ามากกว่านั่นเอง

Compensation สิ่งตอกย้ำวิกฤตความผูกพัน เมื่อค่าตอบแทนไร้ความเป็นธรรม
แม้ว่า Recognition จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการรักษาพนักงาน แต่อีกหนึ่งรอยร้าวใหญ่ที่กำลังขยายตัวใน APAC คือ ความรู้สึกว่าได้รับค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม
รายงานเดียวกันระบุว่า พนักงานในภูมิภาค APAC มีเพียง 13% เท่านั้นที่เชื่อว่าตนได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรม ขณะที่ระดับโลกก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยมีเพียง 17% ที่รู้สึกว่าเงินเดือนและผลตอบแทนสะท้อนคุณค่าของงานที่ทำจริง ๆ
เมื่อความรู้สึกไม่เป็นธรรมด้านค่าตอบแทน มาผสานกับการขาด Recognition ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ พนักงานจำนวนมากเริ่มมองหาสภาพแวดล้อมใหม่ที่เห็นคุณค่าและตอบโจทย์ชีวิตการทำงานมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตัวเลขความเสี่ยงลาออกพุ่งสูงจนแตะระดับ 75% หากองค์กรตัดลดหรือยกเลิกระบบ Reward & Recognition
สัญญาณนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า Reward & Recognition ไม่ใช่งบที่ลดได้ตามสถานการณ์ เพราะการตัดงบในวันนี้อาจนำไปสู่ต้นทุนการลาออก การสรรหา และการฝึกอบรมที่สูงกว่าอย่างมหาศาลในวันข้างหน้า
องค์กรที่มองเห็นคุณค่าของการตอบแทนอย่างเป็นธรรม และให้การยอมรับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นองค์กรที่มีแนวโน้มจะรักษาคนเก่งไว้ได้มากกว่านั่นเอง
![]()
กลยุทธ์ที่องค์กรลงมือได้ทันทีเพื่อยกระดับ Engagement และ Retention
รายงานดังกล่าวยังเสนอแนวทางปฏิบัติที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่า เพิ่ม Engagement และกอบกู้ความเชื่อมั่นของพนักงานได้ ดังต่อไปนี้
1. ปรับโปรแกรม Recognition ใหม่ให้ถี่ขึ้น ถูกจังหวะ และเชื่อมโยงกับค่านิยมองค์กร
การให้ Recognition ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียงการกล่าวคำชื่นชมตามพิธีการ แต่คือการสื่อสารที่จริงใจ ชัดเจน และเชื่อมโยงกับพฤติกรรมหรือผลงานที่พนักงานทำได้ดี
การออกแบบระบบ Recognition ให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจากทั้งผู้จัดการ เพื่อนร่วมงาน และผู้นำระดับสูง จะช่วยเสริมแรงจูงใจภายใน ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และสร้างความหมายในงานได้ลึกกว่าที่หลายองค์กรคาดคิด
2. Upskill หัวหน้า เน้นบทบาท Coaching และการทำ 1:1 อย่างสม่ำเสมอ
อย่างที่รู้กันว่า ผู้นำ (Leader) คือผู้สร้างประสบการณ์การทำงานของพนักงานโดยตรง ฉะนั้นการเพิ่มทักษะด้านการโค้ช การรับฟัง และการสะท้อนผลงานอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นการลงทุนที่สำคัญ
เช่นเดียวกันนี้ การนัดคุยแบบ 1:1 อย่างสม่ำเสมอยังเป็นพื้นที่สำหรับให้ Recognition แบบเฉพาะบุคคล ตอบข้อสงสัย และสร้างความไว้ใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อ Retention โดยตรง
3. ทบทวนระบบ Reward & Compensation ให้สอดคล้องตลาดและความคาดหวังของพนักงาน
ในบริบทที่ค่าครองชีพปรับสูงขึ้นและตลาดแรงงานแข่งขันอย่างรุนแรง ระบบค่าตอบแทนที่ไม่โปร่งใสหรือไม่เท่าทันสถานการณ์อาจผลักให้พนักงานเริ่มมองหาตัวเลือกใหม่ การทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนให้สะท้อนความเป็นธรรม การแบ่งปันข้อมูลอย่างโปร่งใส และการปรับกลยุทธ์ Reward ให้ทันกับความคาดหวังของแรงงานยุคใหม่ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดอัตราการลาออกได้อย่างมีนัยสำคัญ
4. เปิดพื้นที่ Feedback ปัญหาอย่างโปร่งใส
นอกเหนือการรับฟังปัญหาแล้ว องค์กรจำเป็นต้องลงมือแก้ไขตามข้อมูลที่ได้รับ เพื่อปิดช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่พนักงานต้องการ” กับ “สิ่งที่พนักงานรู้สึกจริง”
การมีระบบ Feedback ที่ต่อเนื่อง โปร่งใส และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจริง จะช่วยสร้างความไว้วางใจ ซึ่งนี่เป็นรากฐานสำคัญของ Engagement และ Retention ในระยะยาว

บทสรุป
ท้ายที่สุดเราจะเห็นว่า การฟื้นความผูกพันของพนักงานไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่เสมอไป เพียงการมองเห็น ให้คุณค่า และสร้างระบบ Reward & Recognition ที่มีความหมาย ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานของพนักงานได้แล้ว
และหากองค์กรต้องการผู้ช่วยในการออกแบบแนวทาง C&B ที่ตรงจุด เพิ่มสวัสดิการ หรือหา HR Products & Services ที่ตอบโจทย์ HREX พร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมต่อคุณกับผู้เชี่ยวชาญและโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด
ค้นหาโซลูชันที่ใช่สำหรับองค์กรของคุณ ได้ที่ HREX
| Source |
