Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 2

Work-Life Festival 2025: Day 2

วันที่สองของงาน Work-Life Festival 2025 ยังคงเต็มไปด้วยพลังของคนทำงานที่ต้องการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในเรื่องทักษะ แต่รวมถึงการเข้าใจตนเอง การเชื่อมโยงกับคนอื่น และการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ภายในงานยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาหลากหลายทั้งจากนักคิด นักบริหาร และนักพัฒนา ที่พร้อมแชร์มุมมองใหม่ ๆ ให้คนทำงานนำกลับไปปรับใช้ได้จริง

และเช่นเคย HREX.asia ยังคงเฝ้าเวที SkillForce อย่างใกล้ชิด เพื่อสรุป Insight สำคัญให้กับผู้อ่านทุกท่าน หากใครพลาดงานวันนี้ไป สามารถอ่านสรุปเรื่องที่ HR ควรรู้และนำไปปรับใช้ได้เลยในบทความนี้

How Storytelling Driving My Career: ใช้การเล่าเรื่องเพื่อเปลี่ยนชีวิตการทำงานให้ก้าวหน้า

Work-Life Festival 2025: Day 2

การทำงานคอนเทนต์ก็เหมือนกับทุกสายงานที่ต้องปรับเปลี่ยนตามการมาของ AI แต่คุณ ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content & Branding จาก Future Trends ย้ำชัดว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน สิ่งที่ AI ยังให้ไม่ได้ คือหัวใจของเรื่องเล่าที่จับความรู้สึกของคนได้จริง

ดังนั้น คนทำคอนเทนต์ในวันนี้จึงต้องไม่เพียงแค่ใช้ AI เป็น แต่ต้องคิดให้เหนือกว่า AI ด้วยการเข้าใจบทบาทของตัวเองให้ชัดเจน

คุณณัฐกรเสนอกรอบคิดที่น่าสนใจว่า คนทำคอนเทนต์ยุคนี้ควรมี 3 ทักษะหลัก ได้แก่ Editor, Philosopher และ Craftsman

โดย Editor คือคนที่เข้าใจโครงสร้างและภาพรวมของเรื่องเล่า รู้ว่าควรสื่อสารอะไรและจะวางคอนเทนต์อย่างไรให้มีทิศทาง ส่วน Philosopher คือผู้ตั้งคำถาม มีต่อมสงสัย กล้าถาม กล้าทบทวนข้อมูล แม้แต่สิ่งที่ AI สรุปมาให้ และ Craftsman คือช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ช่างภาพ นักเขียน นักการตลาด ที่รู้จักวัสดุของตัวเองดีพอจะควบคุมเครื่องมือได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI นำพาไปโดยไร้แก่นสาร

ในกระบวนการทำงานกับ AI อย่างมีคุณภาพ เขาแนะนำให้เริ่มตั้งแต่การค้นหาเทรนด์ (Trend Discovery) ด้วยการใช้เครื่องมือหรือ AI หาประเด็นฮอตจากโซเชียลและพฤติกรรมผู้ชม แล้วจึง ระดมความคิด (Concept Exploration) กับ AI ผ่านการเขียน Prompt ที่ชัดเจน

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอน ปรับแนวคิด (Idea Refinement) เพื่อให้คอนเทนต์เฉพาะเจาะจงและน่าสนใจยิ่งขึ้น รวมถึงการทำ Research ข้อมูลเชิงลึกและตรวจสอบข้อมูล (Deep Research & Validation) เพื่อให้เนื้อหาน่าเชื่อถือและมีน้ำหนัก

คุณณัฐกรยังเน้นว่าอย่าหยุดแค่ให้ AI ตอบแล้วใช้เลย แต่ต้องหมั่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ทั้งจากต้นทาง และใช้การ Cross-verify เพื่อลดความผิดพลาด เพราะ AI ยังมีโอกาส Hallucinate หรือสร้างข้อมูลเท็จได้ตลอดเวลา ทักษะด้าน Editorial Thinking หรือความสามารถในการตัดต่อ-เรียบเรียง-กลั่นกรองข้อมูล จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เนื้อหามีคุณภาพและเชื่อถือได้จริง

สุดท้าย เขาย้ำว่า แม้ AI จะช่วยเขียนโครงสร้างเนื้อหาได้ แต่ตัวคนเขียนยังต้องรู้จัก วางโครงเรื่อง (Content Structuring) ด้วยตัวเอง เพื่อให้เนื้อหามีชีวิต ไม่ใช่แค่คำสั่ง Copy & Paste เพราะสิ่งที่ทำให้เนื้อหาเปล่งประกายไม่ใช่ความฉลาดของ AI แต่อยู่ที่การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความเป็นมนุษย์ที่รู้จักคิด เล่าเรื่อง และเข้าใจคนฟังอย่างแท้จริง

CTA in Content Website 1600 x 500

The Missing Skills in the AI Era: ทักษะที่หายไปในวันที่ AI เข้ามา

Work-Life Festival 2025: Day 2

เมื่อ AI กลายเป็นเพื่อนคู่คิด ผู้ช่วย และที่ปรึกษาในทุกมิติของการทำงาน คนจำนวนไม่น้อยอาจหลงลืมว่าตัวเองยังต้องคิดอยู่เหมือนเดิม 

ดร.ชนนิกานต์ จิรา Head of True Digital Academy จาก True Digital Group ชวนตั้งคำถามว่า วันนี้เรากำลังกลายเป็นคนที่ใช้ AI คิดแทนจนหยุดคิดไปแล้วหรือเปล่า ? สมองของมนุษย์มีแนวโน้มลืมสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจำ และเมื่อเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกมากขึ้น ทักษะบางอย่างของมนุษย์จึงค่อย ๆ หายไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะภูมิปัญญา หรือ Human Wisdom ที่กลับยิ่งจำเป็นมากในยุคที่ AI อยู่รอบตัว

ตัวอย่างเช่น องค์กรระดับโลกอย่าง Amazon และ Workday เคยประสบปัญหาใหญ่จากการใช้ AI ในระบบสรรหาบุคลากร เพราะอัลกอริธึมซึ่งเรียนรู้จากข้อมูลในอดีต กลับตัดสินแบบมีอคติ ทำให้ผู้หญิงหรือกลุ่มที่แตกต่างถูกปัดตกทันทีโดยไม่เป็นธรรม การนำ AI มาใช้โดยปราศจากการตรวจสอบและตีความด้วยมนุษย์ จึงอาจนำไปสู่ความล้มเหลวครั้งใหญ่ แม้เจตนาเริ่มต้นจะดีแค่ไหนก็ตาม

เพื่อตอบโจทย์นี้ ดร.ชนนิกานต์เสนอแนวทางผ่าน Prompt Framework ที่ประกอบด้วย

  • People Intelligence
  • Resilience
  • Mastery of Technologies
  • Outcome Orientation
  • Proactive Learning
  • Thinking Acumen

ทั้งหมดล้วนชี้ว่า ทักษะที่องค์กรต้องการในวันนี้ ไม่ใช่แค่ความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่คือ ความเข้าใจมนุษย์และการใช้วิจารณญาณอย่างมีจริยธรรม หรือที่เธอเรียกว่า Human Wisdom หรือทักษะที่ไม่มีวันตกยุค และไม่อาจเทรน AI ให้แทนที่ได้

โดยเฉพาะทักษะอย่าง Critical Thinking, Problem Solving, Data-Sensemaking และ People Judgment กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด มนุษย์ต้องมีทักษะเอ๊ะ ตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้รับ ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างที่ AI บอก ต้องรู้จักแยกปัญหาใหญ่ให้กลายเป็นปัญหาย่อยที่แก้ได้จริง รู้จักใช้ข้อมูลแทนเซนส์ล้วน และคิดถึงผลกระทบต่อคนอื่นในทุกการตัดสินใจ

ทั้งหมดนี้สรุปรวมอยู่ในโมเดลที่เธอเรียกว่า Wisdom-in-the-loop หรือสามเหลี่ยมแห่งภูมิปัญญาซึ่งประกอบด้วย

  1. Critical Thinking – ตั้งคำถามก่อนปล่อยให้ระบบทำงาน
  2. Problem-Solving with Data – แก้ปัญหาซับซ้อนด้วยหลักฐานมากกว่าอคติ
  3. Human Judgment – ตัดสินใจด้วยความเข้าใจและคำนึงถึงผลกระทบ

จุดนี้เองที่จะทำให้มนุษย์ไม่ได้แค่อยู่รอด แต่โดดเด่นอย่างแท้จริงในยุคที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน

 

Career Never Dies: เมื่อ AI เปลี่ยนโลกการทำงาน มนุษย์ชนะได้ด้วย Mindset

Work-Life Festival 2025: Day 2

คุณ ศรัณย์ คุ้งบรรพต Head of Talent Management and Organization Culture Department ประจำ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ออกตัวว่าเขาไม่ใช่ AI Expert แต่เขาในฐานะ HR เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงด้าน AI อยู่ตลอด และพบว่ามันคือเรื่องที่มีผลต่อคนอย่างเลี่ยงไมไ่ด้

อย่างไรก็ตาม การมี Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เราอยู่รอด

เขายกสถิติว่าภายในปี 2030 จะมี 92 ล้านตำแหน่งที่ถูก AI แทนที่โดยเฉพาะสายงานปฏิบัติการ งานธุรการ หรือบริการที่ใช้แรงงานซ้ำ ๆ แน่นอนว่ามันกระทบต่อพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนด้วย ขณะเดียวกันตำแหน่งระดับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บริหารจะได้รับผลกระทบด้านลบน้อย และยังได้รับประโยชน์จากการใช้ AI ทำงานแทนคนมากกว่า เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงาน

สิ่งที่น่ากังวลของประเด็นนี้ก็คือเราไม่รู้ว่า AI Disruption มันจะไปจบที่ตรงไหน และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เราเกิดความกลัว

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถึงจะมีตำแหน่งงานหายไป แต่ AI ก็เปิดประตูให้เกิดตำแหน่งงานใหม่มากมายกว่า 170 ล้านตำแหน่งในปี 2030 หากเราเริ่มเรียนรู้และเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่วันนี้ การเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นโอกาส มากกว่าภัยคุกคาม

คุณศรัณย์เน้นว่า เราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาออกแบบเส้นทางอาชีพให้เราอีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถเป็น Career Designer ได้ด้วยตัวเอง เริ่มจากถามตัวเองว่า เราอยากเติบโตไปทางไหน ? แล้วลงมือวางแผนจริงจัง

สิ่งหนึ่งที่คนทำงานมักพลาดคือ การรอให้ใครสักคนมาสร้าง Career Path ให้ ทั้งที่แท้จริงแล้ว เราควรเป็นคนวางเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง อย่ารอจนตกยุคโดยไม่มีเป้าหมาย การปรับตัวไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่มันคือเรื่องของเราทุกคน หากเรายังไม่เริ่มเรียนรู้ หรือปล่อยให้ตัวเองหยุดนิ่ง เท่ากับเราเดินถอยหลัง

นอกจากสกิลใหม่ สิ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือความเป็นมนุษย์ ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งที่ AI แทนที่ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจความต้องการของคนอื่น การมีจินตนาการ การเชื่อมโยงข้อมูล และการคิดสร้างสรรค์ ทักษะพวกนี้ไม่ได้มาจากการจดจำคำสั่ง แต่เกิดจากการใช้ชีวิตจริงและการฝึกฝนอย่างตั้งใจ ดังนั้น ความเข้าใจคน ความเห็นอกเห็นใจ การสื่อสาร และการตัดสินใจเชิงจริยธรรมยังคงจำเป็นเสมอ

สุดท้ายแล้ว เส้นทางอาชีพของเราคือเส้นทางที่เราเองต้องดูแลเอง เพราะไม่มีใครรู้จักมันดีไปกว่าเรา และไม่มีใครพาเราไปถึงเป้าหมายได้นอกจากตัวเรา ถ้าปรับทันก็จะรอด และถ้าใช้ AI เป็นเครื่องมือให้ตัวเองดีขึ้น ทำให้งานโดดเด่นขึ้น ชีวิตครอบครัวและสังคมรอบตัวเราก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

Work-Life Festival 2025: Day 1

สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน Work-Life Festival 2025: Day 1

วันนี้ AI พรุ่งนี้อะไร 

Work-Life Festival 2025: Day 2

ดร.กร พูนศิริวงศ์ CSO และ Director ของ Bianace TH Academy จาก Binance TH by Gulf Binance และคุณ ชญาน์ทัต วงศ์มณี Co-Founder จาก Peeti PR และเจ้าของเพจ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ ชวนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ AI จากการทำงานในฝั่งเทคโนโลยีและครีเอทีฟ 

คุณท้อฟฟี่แชร์ว่าการมาถึงของ AI ทำให้วงการสร้างสรรค์ตื่นตัว มีคนแห่เข้ามาเรียนรู้และใช้ AI ทำงานจนล้นตลาด แน่นอนว่า AI นั้นมีศักยภาพมาก แต่ผู้คนยังเข้าใจผิดว่ามี AI แล้วงานทุกอย่างจะจบ เพราะการทำงานจริงยังต้องอาศัยทีมเวิร์ก, กระบวนการคิด, และการลงมือทำที่ละเอียดกว่านั้นมาก

สิ่งสำคัญคือ เรากำลังก้าวเข้าสู่ AI with Responsibility Stage ที่ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบร่วมด้วย

ดร.กรเสริมว่า แม้เราอาจไม่ได้ใช้ AI โดยตรงทุกวัน แต่ AI ก็แฝงอยู่ในทุกแพลตฟอร์มที่เราใช้ ตั้งแต่การประชุมออนไลน์ ไปจนถึงแอปพลิเคชั่นจัดการงาน เขาเปรียบว่าเราต้องใช้ AI เป็นผู้ช่วยนักบิน ไม่ใช่ให้มันขับเครื่องบินแทนเรา เราต้องใช้งานอย่างมีสติ เข้าใจข้อจำกัดของมัน และที่สำคัญต้องรู้ว่า มันยังไม่มีจริยธรรม ไม่มีความรู้สึก เราต้องเป็นคนที่คอยควบคุมและตัดสินใจด้วยความเข้าใจโลกจริง

AI ยังมาแรงจนเกิดสภาวะฟองสบู่ใกล้แตก เราจะเห็นผู้คนที่หวังรวยไวด้วย AI โดยไม่ได้วางรากฐานความรู้หรือความเข้าใจที่ถูกต้อง ดร.กรเตือนว่า สิ่งใดก็ตามที่ขึ้นเร็ว มักมีความเสี่ยงที่จะลงเร็ว และอาจลงเอยเหมือนฟองสบู่ดอทคอมเมื่อปี 2000 แต่เขาก็เชื่อว่าหากฟองสบู่ AI แตกจริง ๆ จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ครั้งใหญ่ ที่สร้างคุณค่ายั่งยืนในที่สุด

ในประเด็นทักษะที่มนุษย์ควรมี คุณท้อฟฟี่ย้ำว่า AI ไม่สามารถแทนที่ภาวะผู้นำ หรือวินัยได้ AI อาจสร้างตารางออกกำลังกายให้เราได้ก็จริง แต่คนที่ต้องลุกขึ้นมาทำซ้ำทุกวันคือเรา AI ช่วยคิดได้บางเรื่อง แต่ยังคิดศัพท์สแลง มุกตลก หรืออินไซต์มนุษย์ลึก ๆ ไม่ได้

คนที่เข้าใจอารมณ์คน เข้าใจทีม และบริหารคนเป็นจะยังเป็นที่ต้องการอยู่ดี และหากเราศึกษา AI อย่างเข้าใจ เราจะเรียนรู้การตั้งคำถาม การบรีฟงาน และการตัดสินใจบนฐานข้อมูลได้ดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่ต่อยอดมายังการบริหารทีมคนได้เช่นกัน

สุดท้าย ดร.กรฝากว่า แม้ AI จะรุกคืบเข้ามาแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วโลกยังต้องการคน และตราบใดที่โลกยังต้องการคนแบบนี้ มนุษย์ก็จะยังคงชนะ AI เช่นเคย

 

The Next Renaissance ถอดรหัสอนาคตมนุษย์ในวันที่ AI ครองโลก

Work-Life Festival 2025: Day 2

เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งในการทำงาน ค้นหาข้อมูล หรือแม้แต่เป็นติวเตอร์ส่วนตัวที่ราคาถูกกว่าการจ้างคน โลกความรู้กำลังเข้าสู่ยุค The Next Renaissance หรือยุคที่ข้อมูลมีอยู่ทุกที่ แต่คุณภาพของคนไม่ได้วัดจากว่ารู้มากแค่ไหนอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าใช้ความรู้นั้นอย่างไร และคุณมีอะไรที่ AI ไม่มี ? นี่คือโจทย์สำคัญของมนุษย์ในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน

คุณ รวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของ Srichand และ Mission to the Moon ชี้ให้เห็นว่า AI ทำงานกับข้อมูลเชิงตรรกะได้ดีมาก เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล ทำแดชบอร์ด หรือสรุปรายงาน แต่ไม่ได้แปลว่าใครที่ทำสาย Data จะตกงานทันที กลับกัน คนที่ทำงานแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะในอนาคต อาชีพที่ไม่มีความเฉพาะตัว หรือไม่ได้สร้างคุณค่าใด ๆ อาจถูกแทนที่ได้ง่าย ๆ ดังนั้น คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง (Authenticity) แล้วสร้างคุณค่าได้สูงจะไม่ถูก AI แทนที่

หนึ่งในคุณสมบัติที่มนุษย์ต้องยึดมั่น คือการโฟกัส ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล ความว่อกแว่กเป็นศัตรูตัวร้ายของการสร้างงานเชิงลึก เพราะงานที่มีมูลค่าสูงมักเกิดจากการตั้งใจทำสิ่งนั้นให้เสร็จดีจริง ๆ ยังไม่ต้องกลัวว่า AI จะครองโลก แต่สิ่งที่ควรกลัวมากกว่าคือ เราอาจกำลังเสียสมาธิกับหลายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนไม่สามารถสร้างคุณค่าได้จริงอีกต่อไป

คุณรวิศยังชวนเรากลับมาทบทวนว่า จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน คือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ หรือแค่ผลพวงของอัลกอริทึมที่คอยชี้นำให้เราอยากได้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ? การวางคุณค่าของตัวเองให้ชัด คือเกราะป้องกันจากความสับสนในโลกยุคดิจิทัล และการเป็นคนที่ Likable คนที่น่าไว้ใจ มีน้ำใจ มากกว่าคนเก่งแต่ขาด EQ หรือคนเก่งแต่ทำงานกับใครไม่ได้ และไม่มีคนอยากทำงานด้วย 

เขาเห็นด้วยว่ายิ่งโลกนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไวแค่ไหน Lifelong Learning ยังเป็นคำตอบของการอยู่รอดเช่นเคย แต่ไม่ใช่ว่าเราเรียนไปเรื่อย ๆ แบบสะเปะสะปะ เราต้องเรียนอย่างมีเป้าหมายว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร และที่ต้องเน้นให้มากก็คือ เรียนแล้วเราสนุกไปด้วย

ประเด็นเรื่องวัยก็มีผลกับชีวิตและการทำงานเหมือนกัน คุณรวิศในวัย 46 ปีเตือนว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น การใช้เวลาอย่างมีคุณค่าในทุกวันยิ่งสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ถ้าเราเข้าออฟฟิศโดยไม่รู้ว่า 3 อย่างสำคัญที่ต้องทำคืออะไร แปลว่าเรากำลังหลุดโฟกัส และอาจแค่ผลาญเวลาไปวัน ๆ

ดังนั้น 1 ชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน และ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน คือช่วงที่เราต้องใส่ใจมาก ๆ เพราะมีผลต่อประสิทธิภาพ สมาธิในการทำงานตลอดทั้งวัน ในกรณีตื่นนอนแล้ว เราไม่ควรเช็คมือถือทันที แต่ควรออกไปรับแดด ออกกำลังกาย หรือจัดลมหายใจให้สมดุล ส่วนก่อนนอนก็ควรงดใช้มือถือ เปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือหรือทำสิ่งสงบ ๆ เพราะแสงจากหน้าจอทำให้สมองตื่นเกินไป และส่งผลต่อคุณภาพการพักผ่อน

มนุษย์ไม่ใช่ผู้รู้ทุกอย่าง เราเคยสร้างสิ่งมหัศจรรย์ แต่ก็เคยสร้างความผิดพลาดร้ายแรง เช่นเดียวกับตอนนี้ AI กำลังกลายเป็นดาบ 2 คม ถ้าเราใช้มันอย่างฉลาด เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนรอบข้าง เข้าใจโลก เราจะใช้มันช่วยสร้างคุณค่า เราก็จะอยู่ในยุคใหม่ได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง

All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้