Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

เปิดฉากวันแรกแล้วกับงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) เพื่อติดอาวุธทางความคิดด้าน HR และนำเสนอมุมมองจากผู้นำองค์กรที่สร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านเทคโนโลยี กระบวนการ และวัฒนธรรม เสริมความแข็งแกร่งให้คนและองค์กรพร้อมรับทุกความท้าทายในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ตลอดทั้งงาน นอกจากมีการออกบูท HR Solution จำนวนมากแล้ว ยังมีเวทีเสวนาที่ตลอดวันครอบคลุมกลยุทธ์สำคัญที่ HR ต้องรู้ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์พนักงาน การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยั่งยืนและมีความหมาย และอื่น ๆ อีกมากมาย สมกับการเป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของคนทำงานที่ต้องการขับเคลื่อนอนาคตอย่างแท้จริง

หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX ขอสรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้ว ติดตามเลยในบทความนี้

THAILAND HR TECH #1.Opening Speech

เวทีเปิดงาน THAILAND HR TECH 2025 เริ่มต้นด้วยพลังความคิดจากคุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT ที่ย้ำชัดว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อคนที่มีอุดมการณ์ด้าน “คน” อย่างแท้จริง ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตและการทำงาน ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องสร้าง “ความไว้ใจ” ว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามา จะไม่พรากความเป็นมนุษย์ออกไป แต่ช่วยให้พนักงานมีชีวิตที่สมดุล มีความสุข และสร้างประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน

คุณสุดคนึงย้ำว่า HR ไม่ควรลืมว่า Well-Being ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของพนักงาน แต่คือ “กลยุทธ์” ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพคน ทำให้พวกเขากล้าเรียนรู้ กล้าเปิดรับเทคโนโลยี และรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจและดูแลอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรมี “วัฒนธรรม” ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงและเติบโตไปด้วยกัน

ในมุมของผู้นำ องค์ความรู้และ Empathy คือหัวใจสำคัญ เพราะผู้นำที่เข้าใจความรู้สึกของคน จะสื่อสารได้อย่างสร้างสรรค์และนำพาองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างมีจริยธรรม ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเร็วเสมอไป แต่ต้องมี “สติ” และมายด์เซ็ตที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

เวทีนี้ยังส่งสารชัดเจนว่า HR ไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุน แต่คือ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่ต้องกล้าขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมวางรากฐานให้คนในองค์กรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “คน” และวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและพร้อมเรียนรู้

ท้ายที่สุด งานครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อปลุกฝันชั่วครู่ แต่เพื่อตอกย้ำว่าความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง หากทุกคนกล้าเปิดใจ และนำสิ่งที่ดีจากเวทีนี้กลับไปลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม 

“เพราะ HR คือพลังที่จะผลักดันอนาคตของทั้งองค์กรและสังคมให้เดินหน้าไปด้วยกันอย่างมั่นคง”

THAILAND HR TECH #2 Brave New World: Build New Workforce

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

คุณนกรณ์ พฤกษ์พิพัฒน์เมธ CEO & CO-FOUNDER จาก Conicle ชวนย้อนดูว่าโลกตั้งแต่ปี 2025 ไม่ได้เปลี่ยนไปแบบค่อยเป็นค่อยไปอีกต่อไป แต่มัน “เหวี่ยง” จนเราแทบจับทางไม่ถูก เพราะเต็มไปด้วยความปั่นป่วนจากทั้งการเมือง ภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนหน้าไวขึ้นเรื่อย ๆ 

แต่ปัจจัยสำคัญที่สุด หนีไม่พ้นความเปลี่ยนแปลงของ AI ที่เริ่มเข้าใกล้การแทนที่ “คน” ไม่ใช่แค่ในแง่แรงงาน แต่ยังรวมถึงแง่ความคิดด้วย สิ่งที่คนจำนวนมากเคยคิดว่า AI มาแทนที่คนไม่ได้ วันนี้เริ่มถูกท้าทายแล้ว

แต่ท่ามกลางความน่ากังวล คุณนกรณ์ พบว่ามีสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถแตะต้องได้ นั่นคือ “แรงใจ” ซึ่งเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ที่ไม่มี AI ตัวไหนแทนที่ได้

และนี่คือหัวใจของการสร้าง New Workforce ที่แท้จริง เพราะในโลกใหม่ที่ไม่แน่นอน คนที่มีใจพร้อมจะพัฒนา เติบโต และปรับตัวได้ คือคนที่องค์กรต้องการมากที่สุด

องค์กรในวันนี้จึงต้องไม่หยุดแค่การเอา AI เข้ามาลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องเรียนรู้ที่จะ “อยู่ร่วมกับ AI” อย่างชาญฉลาด ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ จะเข้ามาแทนที่งานบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็จะสร้างช่องว่างใหม่ที่ต้องการคนมาเติมเต็ม HR จึงต้องเริ่มคิดใหม่ ไม่ใช่นับแค่ “หัว” หรือ headcount แค่คน แต่ต้องนับรวม AI เข้าไปด้วย เพราะ “ความสามารถ” ของทั้งคนและ AI จะช่วยกันสร้างคุณค่าให้องค์กรเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

และเมื่อโลกงานเปลี่ยนจากการวัดด้วย “ตำแหน่ง” มาเป็น “ทักษะ” การบริหารคนก็ต้องเปลี่ยนตาม องค์กรจะไม่ยึดติดกับ Job Description แบบตายตัวอีกต่อไป แต่จะพิจารณาจาก skill set หรือทักษะที่แต่ละคนมี และความสามารถที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตได้ ไม่ว่าจะผ่านการพัฒนาคนในองค์กรเอง หรือการดึงคนที่มีทักษะใหม่เข้ามาเติมเต็ม พร้อมทำให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ระหว่างกัน

ผู้ก่อตั้ง Conicle มองว่าเส้นทางอาชีพในวันนี้และอนาคตจะไม่ใช่เส้นตรงอีกต่อไป องค์กรเองอาจไม่ได้อยู่ยาวจนเห็นพนักงานเติบโตครบเส้นทาง ดังนั้นเป้าหมายของคนทำงานจึงเปลี่ยนไป จากการไต่บันไดตำแหน่ง สู่การ “สะสมทักษะ” เพื่อก้าวสู่โอกาสใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นมากขึ้น 

องค์กรยุคใหม่จึงอาจไม่ใช่พีระมิดฐานกว้างอีกต่อไป แต่กลายเป็นวงกลมของเครือข่ายทักษะ ที่ทุกคนต้องรู้ว่าใครมีสกิลอะไร และองค์กรต้องการเติมเต็มตรงไหน 

และเมื่อเรารู้ว่าพนักงานมีทักษะอะไร เราก็จะรู้ว่าองค์กรควรหาคนแบบไหน คนที่มีทักษะใดมาเติมเต็ม แล้ววางกลยุทธ์ที่ถูกต้องเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตที่ไม่กลัว AI DisruptionAll HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

THAILAND HR TECH #3.Tech is Ready. What About Our People ? ปั้นคนให้พร้อม เปลี่ยนโอกาสให้เป็นอนาคต

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

ในยุคที่ AI เปลี่ยนแปลงโลกอย่างก้าวกระโดด คำถามที่สำคัญไม่ใช่แค่ “เทคโนโลยีพร้อมหรือยัง” แต่คือ “คนพร้อมแค่ไหน”

บนเวทีเสวนานี้ คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ Co-Founder & CEO จาก Techsauce Media และคุณชุติมา สีบำรุงสาสน์  INDEPENDENT BOARD & EXECUTIVE ADVISOR – Organizational Capabilities & Sustainability ชวนพูดคุยว่าจะปั้นคนให้พร้อม เปลี่ยนโอกาสให้เป็นอนาคตได้อย่างไร

เมื่อเทคโนโลยีกำลังขยับเร็วเกินจินตนาการ จนแม้แต่คนในวงการเทคอย่างคุณอรนุชที่อัปเดตข่าวสารทุกวัน ยังยอมรับว่า “ตามไม่ทัน” สิ่งที่น่าตกใจคือ หลายเทคโนโลยีเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่เดือน และเริ่มเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของเราแบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง

จากมุมของการพัฒนาองค์กร การผลิต Product ที่เคยใช้เวลาหลายเดือน กลับกลายเป็นสามารถสร้างต้นแบบภายใน 2 นาที ด้วยเครื่องมือที่ AI สนับสนุน ความเร็วระดับนี้กลายเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย หากใครไม่ปรับตัวทันก็อาจตกขบวน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้คนตัวเล็กเข้าถึงทรัพยากรที่เคยมีแต่บริษัทยักษ์ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นการลดช่องว่างเชิงโครงสร้างแบบไม่เคยมีมาก่อน

คุณชุติมาเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงที่เคยพูดไว้เมื่อ 10 ปีก่อน วันนี้เกิดขึ้นจริงโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง องค์กรถูกบีบรัดให้ “ได้ผลมากขึ้น ด้วยทรัพยากรเท่าเดิมหรือน้อยลง” ทำให้การใช้ AI กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเท่ แต่เพราะจำเป็น แต่ความน่ากังวลคือ คนจำนวนมากยัง “เอนจอยกับ AI” แค่ในมุมของความบันเทิง ไม่ใช่การทำงานจริง HR จึงมีหน้าที่สำคัญในการเชื่อมโยงความเข้าใจ สร้าง “ทักษะ + มายด์เซ็ต” ให้คนพร้อมใช้งาน AI อย่างมีเป้าหมาย

ทั้งสองท่านเสนอว่า คนในองค์กรต้องถูกจัดกลุ่มเพื่อการพัฒนาอย่างแม่นยำ เช่น กลุ่มที่ “กลัว AI” ต้องถูกปรับทัศนคติก่อน กลุ่มที่ “เก่งเรื่องเทคโนโลยี” ต้องได้รับการเติมเรื่องจริยธรรม และกลุ่ม “หัวกะทิ” ที่พร้อมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ก็ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อพลิกโฉมองค์กรให้ก้าวทันโลก การเรียนรู้แบบ One Size Fits All จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป ความรู้ต้อง “เฉพาะกลุ่ม เฉพาะบริบท” และส่งเสริมให้คนเรียนรู้จากการลงมือทำจริง

AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออัตโนมัติ แต่มันเข้ามาในแทบทุกมิติของ HR ตั้งแต่การสรรหาคน (บางองค์กรใช้ AI สัมภาษณ์งาน) ไปจนถึงการวางแผน Talent Management ที่แม่นยำยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องระวัง “อคติซ่อนเร้น” ของระบบจากฝั่งตะวันตกที่อาจไม่เข้าใจบริบทเอเชีย นี่คือสิ่งที่มนุษย์ต้องยังคงทำหน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ และวางกรอบอย่างมีสติ Human Touch จึงยังสำคัญ แม้ในโลกของ AI

สุดท้าย คุณอรนุชและคุณชุติมาเน้นว่า Soft Skills และ Critical Thinking คือทักษะสำคัญที่สุดของคนในยุคนี้ เพราะหากเราสั่งการ AI ไม่ถูก งานก็อาจเละได้ไม่ต่างจากใช้คนผิด หากไม่รู้จักวิเคราะห์ คิดเป็นระบบ หรือตั้งคำถามให้ถูก เราจะใช้เทคโนโลยีผิดทาง ทักษะการคิด การสื่อสาร และการกล้าลองผิดถูก จะเป็นหัวใจของการเรียนรู้ในยุคนี้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องเป็น “มนุษย์ที่นำ AI” ไม่ใช่ปล่อยให้ AI นำทางเราไปโดยไม่รู้ตัว

THAILAND HR TECH #4.พนักงานไม่กล้าลองสิ่งใหม่ เพราะกลัวผิดพลาด จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ Talent กล้าฉายแสงยังไง ?

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

คุณชุติมา ยังอยู่ต่อเพื่อให้ความรู้ในอีกเวที เพื่อชวนหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้เราจะช่วยพนักงานให้ไม่กลัวความล้มเหลว ผิดพลาด และเพื่อจะได้ก้าวต่อไปสู่การเป็น Talent ที่เก่งและสมภาคภูมิ

คุณชุติมา อธิบายว่า HR มีบทบาทอย่างยิ่งที่จะทำให้คนธรรมดากลายเป็น Talent ที่ฉายแสงได้อย่างเต็มที่ โดยจุดเริ่มต้นสำคัญคือการเข้าใจว่า “Talent” ไม่ใช่คนที่ทำงานเก่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีครบ 3 องค์ประกอบ ดังนี้

  1. What – ความสามารถในการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร ทั้งงานยาก งานใหม่ และสามารถเรียนรู้ต่อเนื่อง
  2. Commitment – มีใจอยากทำงาน วางเป้าหมายตัวเองให้สอดคล้องกับทิศทางองค์กร และมีทัศนคติเชิงบวก
  3. Career Aspiration – มีความฝันอยากเติบโต รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหน พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

หากคนมีทั้ง 3 ข้อนี้ นั่นคือ Talent ที่องค์กรควรดูแลและต่อยอด แต่ปัญหาคือ ไม่ใช่ทุกคน “อยาก” เป็น หรือ “กล้า” เป็น Talent

คุณชุติมาย้ำว่า คนไม่อยากโตมีหลายแบบ ทั้งที่ไม่รู้จะโตไปทำไม ไม่เคยเป็นหัวหน้า ไม่กล้า หรือไม่อยากเลย ซึ่งกลุ่มสุดท้ายนี้คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะหากไม่เข้าใจว่าเขา “ไม่อยาก” เพราะอะไร องค์กรจะพลาดโอกาสในการปลดล็อกศักยภาพมหาศาล และยิ่งในยุคที่คนรุ่นใหม่ไม่ได้อยากเติบโต “แนวตั้ง” เหมือนเดิม แต่อยากเก่ง “แนวลึก” หรือเชี่ยวชาญเฉพาะทาง HR ต้องมองให้ออกว่าแต่ละคนอยากเติบโตแบบไหน

อีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่คือ “การหมดแพชชั่น” ซึ่งมักเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง โดยเฉพาะการที่ผู้จัดการไม่เข้าใจ ไม่สนับสนุน หรือเน้นแต่งานจนลืมคน

ดังนั้น HR ต้องเตรียมผู้นำให้พร้อมดูแลคน เพราะถ้าหัวหน้างานไม่เข้าใจบทบาทของตัวเองในการสร้างความสำเร็จให้ทีม ก็จะกลายเป็นจุดที่ทำให้ Talent หมดไฟ และลาออกไปอย่างน่าเสียดาย

ที่สำคัญ ไม่แค่ Talent ธรรมดา แต่ HR ต้องตามหา “Passive Talent” หรือคนที่องค์กรไม่อยากเสีย คนที่แม้ไม่โดดเด่นแต่มั่นคง เสียสละ และรักองค์กรอย่างแท้จริง การรักษาคนกลุ่มนี้ต้องอาศัยทั้งข้อมูลและความเข้าใจ HR ต้องเป็นเหมือน “หมอขององค์กร” ที่ฟังคนให้เป็น เห็นปัญหาให้ขาด ใช้ Data และ Insight มาช่วยจับสัญญาณว่าพนักงานหมดใจเพราะอะไร และอย่ามองข้ามเรื่อง Empathy เพราะการพูดคุยกับผู้จัดการด้วยความเข้าใจคือกุญแจที่ช่วยเปลี่ยนระบบได้จริง

ท้ายที่สุด องค์กรต้องไม่หลงทางในการสะสม Talent มากเกินไป สัดส่วน Talent ที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 5-15% หากไม่สามารถดูแลพวกเขาได้อย่างเหมาะสม  ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรมี People Manager ที่ดีหรือไม่ ถ้ายังไม่มี ต้องเริ่มต้นที่การพัฒนา “คนที่ดูแลคน” หรือหัวหน้างานด้วย

เพราะการผลักดันพนักงานที่เป็น Talent จะเกิดขึ้นจริงได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้นำที่พร้อมสนับสนุน และมีระบบที่เปิดให้พนักงาน “กล้าฉายแสง” โดยไม่ต้องกลัวว่าจะผิดพลาด

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 2

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 2

THAILAND HR TECH #5.Stay Ahead: How to Adapt, Learn and Lead in the AI-Driven World

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

ถ้าคุณยังคิดว่าอนาคตของการทำงานคือเรื่องของวันพรุ่งนี้ คุณอาจกำลังหลุดเกมตั้งแต่วันนี้แล้ว !

นี่คือสาระสำคัญที่ CK Cheong CEO ของแพลตฟอร์ม Fastwork เน้นย้ำตลอดเวลา พร้อมกล่าวด้วยว่า โลกการทำงานเปลี่ยนโครงสร้างไปแล้วหลายรอบ และ AI คือคลื่นลูกใหม่ที่กำลังเปลี่ยนเกมไปทั้งตาราง

คุณ CK เล่าว่าโครงสร้าง 3 อย่างที่เปลี่ยนโลก คือพลังงาน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้มนุษย์ขยายขีดจำกัดของตนเอง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะ AI ไม่ได้มาขยายเรา แต่มันอาจมาแทนเรา ถ้าเราไม่รู้จักปรับตัว

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือโครงสร้างของความฉลาดที่ไม่ได้อยู่ในหัวมนุษย์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ไปกระจุกอยู่ใน Data Center, GPU Cluster และโค้ดที่เรามองไม่เห็น มันคือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ความฉลาดมีต้นทุนใกล้ศูนย์ เครื่องจักรรู้ ตอบ และเรียนรู้ได้เร็วกว่าเรา ความน่ากลัวของ AI จึงไม่ใช่แค่มันฉลาด แต่มันฉลาดแบบไม่หยุด และเราหยุดมันไม่ได้

เพราะฉะนั้นคำถามไม่ใช่จะหยุดเทคโนโลยียังไง แต่คือจะอยู่รอดในโลกแบบนี้ยังไงต่างหาก

คุณ CK พูดตรงไปตรงมาว่า ถ้าเมื่อก่อน CEO ต้องจ้างแอดมิน 100 คน ตอนนี้ AI ทำแทนได้ครึ่งหนึ่ง นี่ไม่ใช่จินตนาการ แต่มันคือเรื่องจริงที่เขากำลังใช้กับบริษัทของตัวเอง เขาไม่ได้บอกว่าอย่ากลัว AI เพราะกลัวได้ แต่อย่าหนี คนที่รอดไม่ใช่คนที่เก่งกว่า แต่คือคนที่ เร็วกว่า และ กล้าใช้เครื่องมือให้คุ้มกว่า AI จะไม่ทำให้คุณชนะการแข่งขัน แต่มันคือตั๋วเข้าสู่สนามแข่ง ถ้าไม่มี… คุณแค่ไม่สามารถแข่งขันได้ตั้งแต่แรก

งานจำนวนมากจะถูกเปลี่ยนฟอร์ม ดีไซเนอร์ไม่ได้แข่งกันแค่ความเร็วในการออกแบบ แต่แข่งกันที่รสนิยม คนทำงานนักเขียน เป็นสื่อ ไม่ใช่แค่เขียนเร็ว แต่ต้องรู้จักหาข้อมูลที่ AI ไม่มี ดีไซเนอร์ต้องลงลึกในความเฉพาะกลุ่มมากขึ้น วิศวกรต้องสอนให้เครื่องจักรเขียนโค้ดได้ และต้องรู้ว่าสิ่งที่ AI ตอบถูกพอหรือยัง ผู้เชี่ยวชาญจะกลายเป็นหัวใจขององค์กร เพราะถ้าไม่มีคนตัดสินว่า AI ตอบถูกหรือผิด ทุกอย่างก็ไร้ค่า

เขาย้ำว่าต่อให้มี AI แต่ “Human is the X factor” คนคือส่วนผสมลับที่ทำให้ธุรกิจโดดเด่น ความเก่งที่แท้จริงไม่ใช่การหนีเทคโนโลยี แต่คือการใช้มันให้ดีกว่าคนอื่นให้ได้ AI สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเครื่องมือ แต่ความต่างมันอยู่ที่ใครใช้เครื่องมือได้ลึกกว่า ชัดกว่า และกล้ากว่า

สุดท้าย คุณ CK ฝากไว้ว่า ทุกคนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน และมันคือทางรอดที่ต้องคว้าให้มั่น หาจุดที่คุณรู้ลึกกว่า AI แล้วพัฒนาตรงนั้นให้สุด เพราะเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือเรื่องของความกล้า ความไว และความเฉียบคมของมนุษย์

THAILAND HR TECH #6.Workforce Well-Being with People Analytic

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน THAILAND HR TECH Conference & Exposition 2025 Day 1

หลังจากทั้งวันเต็มไปด้วยประเด็นเรื่องเทคโนโลยี กลยุทธ์ และการ Transform องค์กร เวทีสุดท้ายของงาน THAILAND HR TECH 2025 พาเรากลับมาสู่แก่นแท้ของการดูแลคนในหัวข้อ Workforce Well-Being with People Analytics 

คุณสุภาพร บัญชาจารุรัตน์ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล และคุณสุดคนึง ขัมภรัตน์ นายกสมาคม PMAT มาร่วมกันชี้ให้เห็นว่า Well-Being ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือกลยุทธ์องค์กรที่ต้องใส่ใจอย่างจริงจัง

คุณสุดคนึงอธิบายว่า การดูแลพนักงานให้มีความสุข ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่ส่งผลโดยตรงต่อ Productivity ขององค์กร องค์กรที่ดูแล Wellbeing อย่างรอบด้าน จะสร้าง Employee Branding ที่แข็งแรง และความผูกพันที่ยั่งยืน พร้อมเสนอหลัก 7 มิติที่ควรดูแล ได้แก่ จิตใจ กายภาพ อาชีพ การเงิน สิ่งแวดล้อม สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกัน ไม่ใช่แยกส่วน

ส่วนคุณสุภาพรสะท้อนมุมมองจากองค์กรด้านสุขภาพ ว่าแม้จะมีการตั้ง KPI ด้าน Engagement และ Health Care ไว้ดีแค่ไหน แต่ความจริงคือ HR เองก็กำลัง Burnout เพราะแบกรับเป้าหมายโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารมากพอ และที่น่ากังวลคือ 70% ของต้นทุนสุขภาพในองค์กร คือต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น เช่น ค่าเสียโอกาส Productivity จากการลาป่วย หรือการที่คนทำงานทั้งที่ยังไม่หายดี

เธอยังชี้ให้เห็นว่าการลาป่วย 30 วันตามกฎหมาย อาจทำให้เพื่อนร่วมงานต้องทำ OT หรือองค์กรต้องจ้างคนใหม่เพิ่มชั่วคราว ทั้งที่ยังต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานเดิมครบทั้งหมด นี่คือต้นทุนที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่จัดการเรื่องสุขภาพคนในองค์กรอย่างจริงจัง โรงพยาบาลพญาไท-เปาโลจึงจับมือกับ Oregon Health & Science University เพื่อพัฒนาโมเดลดูแลสุขภาพพนักงานแบบรอบด้าน ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงคำแนะนำที่นำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือสุขภาพใจที่ยังถูกตีตราผิดในสังคม การที่พนักงานมีปัญหาไม่ใช่เรื่องน่าอาย และการมองว่าคนป่วยทางใจคือโรคจิต เป็นมายด์เซ็ตที่ต้องเปลี่ยน HR ต้องสื่อสารให้เห็นว่าองค์กรดูแลเพราะอยากให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพราะอยากลงโทษ รวมถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ หรือภูมิหลัง ล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรที่ดีไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าคนรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของพื้นที่ ในที่ทำงาน เขาจะอยากเติบโตไปกับองค์กร

สุดท้าย การลงทุนใน Well-Being ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนที่ให้ Positive ROI ทั้งในมิติของผลประกอบการและความยั่งยืนขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตในที่ทำงาน ลดอัตราการลาป่วย ช่วยลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ไปจนถึงการเพิ่มความผูกพันและประสิทธิภาพของพนักงานในระยะยาว

เพราะถ้าองค์กรอยากให้พนักงานดูแลงานได้ดี องค์กรก็ต้องไม่ลืมดูแลพนักงานให้ดีก่อนด้วย
CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้