
เดือนมกราคมถือเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายสำหรับชาว HR เสมอ ทั้งเรื่องการปิดงบประมาณต้นปี การวางแผนกลยุทธ์ และการบริหารบุคลากรหลังวันหยุดยาว แต่แม้จะยุ่งแค่ไหน ก็ยังมี HR หลายคนแบ่งเวลามาตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใน HR Community หรือ Q&A Forum ของ HREX ซึ่งเต็มไปด้วยประเด็นน่าสนใจที่สะท้อนถึงความท้าทายในวงการ HR
มาดูกันว่า Q&A of the Month ประจำเดือนมกราคม มีเรื่องอะไรบ้าง และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Expert) ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เชื่อถือได้ และสามารถนำไปปรับใช้จริงอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนทำงาน HR ทุกคน !
Q1: พนักงานประสบอุบัติเหตุ(นอกเวลางาน) ทำให้ทำงานไม่ได้

ที่บริษัท มีพนักงานคนหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุในวันหยุดทำให้เจ็บป่วยเรื้อรัง มีปัญหาเกี่ยวกับปอด หายใจเหนื่อย เสี่ยงชักและวูบ
งานเดิมของพนักงานเป็นงานใช้แรงงาน ซึ่งการเจ็บป่วยนี้มีโอกาสที่พนักงานจะไม่สามารถทำงานเดิมได้อีกเลย และตำแหน่งงานอื่นที่ไม่ต้องใช้แรงงาน พนักงานก็ไม่มีความรู้มากพอจะทำได้
หากพนักงานลาป่วยครบตามสิทธิ์ 30 วันแล้ว และไม่สามารถทำงานได้อีก ทางบริษัทควรดำเนินการอย่างไรดีคะ
ฝากคำถามแปลก ๆ อีกข้อค่ะ ถ้าบริษัทคงสภาพพนักงานไว้และพนักงานเองก็ไม่ลาออก แต่ก็ไม่สามารถมาทำงานได้ ปีแรกหลังจากป่วย ถ้าพนักงานใช้สิทธิ์ลาป่วยครบ 30 วันแล้ว และไม่มาทำงานเลยจนหมดปี เมื่อตัดปีที่สองพนักงานสามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยได้ 30 วัน ไปเรื่อย ๆ ไหมคะ
A: บุษรา คุปกาญจนา
อุบัติเหตุทั้งที่เกิดจากการทำงานหรือนอกเวลางานถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีทั้งกับตัวลูกจ้างกับบริษัท บริษัทเองต้องเสีย Productivity และอาจจะสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าอย่างลูกจ้างไป ในขณะเดียวกันลูกจ้างก็ต้องสูญเสียสุขภาพ ความสามารถทางร่างกายและอาจเสียโอกาสด้านการทำงานซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจและสวัสดิภาพของตนเอง
ในกรณีนี้บริษัทต้องพิจารณาและหาทางแก้ไขเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด โดยให้หลักการแนะนำดังต่อไปนี้
- ในกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุไม่ว่าจะในเวลาหรือนอกเวลาทำงานย่อมได้รับสิทธิในการลาป่วยเพื่อรักษาตัวได้เท่าที่ป่วยจริงโดยได้รับเงินค่าจ้างไม่น้อยกว่า 30 วันต่อปี
- บริษัทควรพิจารณาว่าความเจ็บป่วยนั้นเมื่อลูกจ้างกลับเข้าทำงานแล้ว อาจจะยังคงต้องรักษาตัวต่อเนื่อง หรืออาจมีผลกระทบต่อร่างกายและสุขภาพต่อเนื่องถาวร ให้นำตำแหน่งความรับผิดชอบและอาการเหล่านั้นมาพิจารณาร่วมกันว่าจะลูกจ้างจะยังมีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานปัจจุบันหรือไม่
- หากพบว่าตำแหน่งปัจจุบันนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพ สุขภาพ ความปลอดภัย ของลูกจ้างและนายจ้างแล้ว บริษัทมีตำแหน่งงานหรือส่วนงานอื่นที่เหมาะสมกับลูกจ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากคุณสมบัติ ความสามารถ และความต้องการธุรกิจเข้าด้วยกัน
- หากพบว่าบริษัทไม่มีตำแหน่งงานที่เหมาะสมและลูกจ้างอาจจะมีแนวโน้มต้องรักษาตัวต่อเนื่องซึ่งอาจจะกระทบกับธุรกิจ บริษัทอาจพิจารณาเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ขัดกับกฎหมาย โดยต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงานจริงของลูกจ้าง
ส่วนเรื่องการคงสถานะพนักงานไว้โดยที่พนักงานยังคงลาป่วยตลอดปีปัจจุบัน และใช้สิทธิในการลาป่วยปีต่อไป พนักงานก็สามารถใช้สิทธิได้ตามเท่าที่ป่วยจริงซึ่งจะมากกว่า 30 วันก็ได้ และยังคงถือว่าลูกจ้างยังคงสถานการณ์ทำงาน อายุงานจากปีก่อน ๆ ต่อเนื่องไป
อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community
Q2: คนเป็น HRBP หรือเป็นผู้บริหาร HR เคยรู้สึกเบิร์นเอาท์กันไหม

HR ระดับบริหาร เคยรู้สึกเบิร์นเอาท์จากการทำงานกันไหม เคยเจอสถานการณ์ที่ทำให้กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ไม่รู้จะแก้ไขยังไงบ่อยๆ จนส่งผลต่อการทำงานไหมครับ แล้วถ้าเจอแล้ว หาวิธีดูแลตัวเอง เติมไฟในการทำงานของตัวเองกันอย่างไร
A: บุษรา คุปกาญจนา
เราต้องยอมรับค่ะว่าในความเป็นจริงของโลกใบนี้ไม่ได้มีอะไรที่ง่าย สมดังใจเราไปหมดทุกอย่าง หลายๆครั้งที่เราตั้งใจทำงานและคาดหวังผลลัพธ์เชิงบวกให้กลับมาแล้วไม่เป็นดังใจก็ทำให้บั่นทอนจิตใจพอสมควรพอรวมตัวมาก ๆ เข้า บวกกับความเครียดที่อาจจะไม่ได้มีแค่เรื่องงานอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เกิดสภาวะ Burnout ส่งผลกระทบกับงานและสุขภาพพอสมควร สำหรับผู้ตอบเองในฐานะของนักบริหารงานบุคคลแนะนำเป็นไอเดียที่ใช้มาตลอดดังต่อไปนี้
- มองกาลไกล – มอง นึก คิด ออกไปถึงอนาคตอันไกลว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำงานนั้นมันส่งผลต่อตัวเราในทางบวกในอนาคต ทำวันนี้ให้ดีที่สุดจะได้ไม่เสียดายเวลาภายหลัง
- หาต้นเหตุที่ทำให้เราทุกข์ – หาเจอก็แก้ทุกข์นั้น เช่นถ้าเราโดนตำหนิบ่อยๆทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเรา ให้เราบอกตัวเองว่า ฉันทำดีที่สุดแล้วตลอดมาฉันทำอะไรบ้างและจุดมุ่งหมายจริงๆฉันหวังให้เป็นแบบไหน แต่วันนี้มันอาจจะไปไม่ถึงไม่เป็นไร ฉันทำดีที่สุดแล้วและจะทำมันต่อไป จะปรับปรุงในส่วนที่ควรปรับปรุง จะพัฒนาตัวเอง
- หาสิ่งที่ตัวเองสนใจ – หาสิ่งที่ตัวเองชอบเช่นอยากเรียนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตัวเองก็ทำ อยากพักผ่อนก็เคลียร์งานที่มีวางแผนพักผ่อน แล้วดึงใจกลับมาเริ่มต้นใหม่
- หาเพื่อนปรับทุกข์ – ไม่ได้หมายถึงเราต้องไปพูดหรือบ่นเรื่องงานให้ฟัง แต่อย่างน้อยการได้ออกไปเจอผู้คน ไปนั่งคุยกันถึงเรื่องต่างๆที่สนใจร่วมกันแชร์ไอเดียในอนาคตที่ต่างคนต่างมีมันก็จุดพลังไฟให้เราได้
อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community
Q3: พนักงานอ้างว่า ถ้าไม่มีแฟนมาด้วยจะทำงานไม่ได้

ถ้าพนักงานอ้างว่า ไม่มีแฟนมาออฟฟิศด้วยจะทำงานไม่ได้ แต่แฟนเขาไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัท อย่างนี้ควรบริหารจัดการอย่างไรดีครับ
A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร
ให้คุยกับพนักงานตรง ๆ การนำบุคคลภายนอกเข้าในบริษัท เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเพื่อนพนักงาน
หากไม่เข้าใจก็ให้พิจารณาเลิกจ้าง โดยต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน
อ่านคำตอบเพิ่มเติมใน HR Community
Q4: อยากทราบว่า การทำ Flex Ben ควรพิจารณาในมุมใดบ้าง

ตอนนี้ที่บริษัทมีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว และไม่สามารถลดได้พอจะมีคำแนะนำอย่างไรเพื่อลองนำมาใช้ในบริษัท กำลังเริ่มต้นศึกษาว่าจะมาปรับใช้ Flex Ben เพราะมีน้องรุ่นใหม่ ๆ จำนวนมากขึ้น ควรพิจารณามุมใดบ้างคะ
A: ดร.เบ็ญจวรรณ บุญใจเพ็ชร
การใช้ Flex Ben มีทั้งข้อดี และข้อเสียที่ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับบริษัท
- ข้อดี เช่น ช่วยรักษาพนักงาน (Retention) สร้างความผูกพันกับบริษัท (Engagement)
- ข้อเสีย เช่น อาจใช้งบประมาณมากขึ้นหากไม่มีการจำกัดวงเงิน
ตัวอย่าง Flex Ben (สวัสดิการแบบยืดหยุ่น)
- สวัสดิการสำหรับการออกกำลังกาย
- ด้านการศึกษา
- ด้านอุปกรณ์ทำงาน
- การแลกสวัสดิการบางส่วนเป็นจำนวนวันลาที่มากขึ้น
- ด้านอาหาร
- ด้านการเดินทาง
- ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ เลือกจำนวนเงินความคุ้มครองได้
