Search
Close this search box.

การประเมินผลแบบ Check-in ตัวช่วยลดชั่วโมงการทำงาน และเพิ่มความพึงพอใจให้พนักงาน Adobe

ประเด็นสำคัญ
  • Check-in คือระบบการประเมินผลของ Adobe ที่จะทำให้หัวหน้าและพนักงานให้ฟีดแบคแก่กันและกันได้ผ่านการพูดคุย และยังเป็นระบบที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนพัฒนาทักษะและเพิ่มแรงจูงใจให้พนักงานได้อีกด้วย
  • จุดเด่นของ Check-in ของ Adobe คือ การพูดคุยตัวต่อตัว ที่หัวหน้าและลูกน้องสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาได้ และหัวหน้าสามารถให้ค่าตอบแทนหรือขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานได้หลังจากการประเมินแล้ว
  • ผลที่ได้จากการนำ Check-in ของ Adobe มาปรับใช้ คือ สามารถลดชั่วโมงการทำงานรูทีนลงไปได้กว่าแสนชั่วโมงต่อปี และเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานให้พนักงานได้มากกว่า 10%

プレゼンテーション1 2

หลายๆ องค์กรคงประสบปัญหากับการประเมินผลที่ใช้ทั้งเวลาและแรงคนอย่างมากในการกระเมินแต่ละครั้ง และยังไม่ได้ช่วยเพิ่มแรงจูงใจหรือทักษะในการทำงานให้กับพนักงานด้วย เพราะถึงแม้เราอยากจะเปลี่ยนระบบประเมินที่ใช้มานาน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

โดยเฉพาะ ในกรณีที่อยากนำระบบการประเมินผลแบบใหม่เข้ามาปรับใช้กับองค์กรแต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ประสิทธิภาพดังที่หวังไว้หรือไม่ ทำให้หลาย องค์กรยังไม่กล้าที่จะก้าวผ่านความกังวลออกมาทดลองระบบใหม่ๆ

ดังนั้นในครั้งนี้ เราจะขอแนะนำ การประเมินผลแบบ Check-In ของ Adobe บริษัทด้านการผลิตและจำหน่ายโปรแกรมกับแอพพลิเคชั่นสำหรับการดีไซน์หรือการออกแบบเพื่อสร้างสรรค์ ที่คุณสามารถมั่นใจในประสิทธิภาพของระบบได้

การประเมินผลแบบ Check-in ของ Adobe คืออะไร

Check-in คือระบบการประเมินผลที่จะทำให้หัวหน้าและพนักงานให้ฟีดแบคแก่กันและกันได้ผ่านการพูดคุย

โดยการประเมินแบบนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้หัวหน้าและลูกน้องได้มาพูดคุยกันและให้ฟีดแบคแก่กัน นอกจากนั้นแล้วยังเป็นระบบที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนพัฒนาทักษะและเพิ่มแรงจูงใจให้พนักงานได้อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของ Check-in ของ Adobe

จุดเริ่มต้นของ Check-in เริ่มมาจากที่ทาง Adobe ได้เจอปัญหาเกี่ยวกับการประเมินผลที่มีมาอย่างยาวนาน

โดยการประเมินผลในอดีตนั้นคือการที่หัวหน้าเพียงแค่ดูผลประเมินจากใบประเมินผลที่ได้จากพนักงาน โดยไม่มีการพูดคุยกับพนักงาน ก่อนจะส่งผลประเมินไปให้ฝ่ายบุคคล และผลประเมินที่ส่งไปอาจไม่ใช่ผลกรประเมินที่มาจากพนักงานจริงๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ หรือการประเมินไม่มีความเที่ยงตรง แม่นยำมากพอ เพราะผู้ประเมินอาจไม่ได้ประเมินจากผลงานเพียงอย่างเดียว แต่ใช้อารมณ์ในการประเมินด้วย

นอกจากนั้นแล้ว หัวหน้ายังต้องใช้เวลาไปกับประเมินผลอย่างมาก ยกตัวอย่างจากการประเมินที่แล้วมาของ Adobe เอง จากการสำรวจหัวหน้าจำนวนสองพันคนได้ใช้เวลาไปกับการตัดสินใจประเมินผลพนักงานไปมากกว่า 80,000 ชั่วโมง/ปี

นอกจากจะใช้เวลาไปมากแล้ว ความพึงพอใจของพนักงานต่อผลการประเมินยังน้อยตามอีกด้วย และผลการประเมินนั่นเองที่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พนักงานตัดสินใจลาออก

เพื่อปรับปรุงความพึงพอใจของพนักงานต่อการประเมินผล จึงได้มีการสำรวจความคิดเห็นของหัวหน้าต่อการประเมินผลขึ้น และผลที่ได้นำไปสู่การพัฒนา Check-in ขึ้นมานั่นเอง

จุดเด่นของ Check-in ของ Adobe

Check-in ที่ Adobe ได้พัฒนาขึ้นมานั้นมีจุดเด่นอยู่สองอย่างคือ

อย่างแรกคือ การพูดคุยตัวต่อตัว โดยที่ Adobe ใช้ระบบประเมิน Check-in นี้ 3 เดือนครั้งโดยการประเมินจะพูดคุยเกี่ยวกับผลงานที่ผ่านมาในไตรมาสที่แล้ว และเป้าหมายต่อจากนี้ ซึ่งในการพูดคุยนั้นจะไม่เหมือนการพูดคุยทั่วไปที่หัวหน้าจะเป็นฝ่ายแสดงความคิดเห็นเพียงฝ่ายเดียว แต่พนักงานหรือลูกน้องสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้เช่นกัน

อย่างที่สองคือ ผลจากการพูดคุยตลอดระยะเวลาหนึ่งปี หัวหน้าที่ตัดสินใจขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานจะได้รับงบเพิ่มขึ้นด้วย และยังสามารถแบ่งให้พนักงานได้อีกด้วย

การประเมินผลแบบ Check-in ของ Adobe แตกต่างจากการประเมินแบบอื่นอย่างไร

diverse excited best friends giving high five together cafe meeting

เริ่มแรก Adobe เองก็ใช้ระบบการประเมินบุคคลที่ประเมินพนักงานตามผลลัพธ์ของพวกเขา แต่ดังที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นหลายๆ อย่าง ทำให้เกิดการพัฒนาและนำ Check-in เข้ามาปรับใช้ในองค์กร ซึ่ง Check-in มีความแตกต่างจากระบบประเมินสมัยก่อนดังนี้

ความเร็วที่คอยหมุน วงจร PDCA

การประเมินแบบเก่าโดยส่วนมากมักจะทำเพียงปีละครั้ง หรือครึ่งปีครั้งหนึ่งเท่านั้น ซึ่งข้อเสียของการประเมินแบบนี้คือ ความรวดเร็วในการทำ PDCA (PDCA คือ Plan วางแผน Do ปฏิบัติตามแผน Check ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน Act ปรับปรุงแก้ไข ) ช้าลง

นอกจากนั้น กว่าจะแจ้งผลการประเมินแก่พนักงานได้ยังต้องใช้เวลาและขั้นตอนที่มากมาย อย่างเช่น ต้องมีการเตรียมตั้งเป้าหมาย มีการประเมินตนเอง พูดคุยกันระหว่างหัวหน้าและพนักงาน หรือการให้ฟีดแบค เป็นต้น ส่งผลให้การทำ PDCA ของพนักงานใช้เวลานานขึ้น

แต่ Check-in จะทำทุกๆ สามเดือน โดยจะมีการเพิ่มการพูดคุยระหว่างหัวหน้าและพนักงานเข้าไปด้วยหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ในทุกๆ อาทิตย์จะยังมีการสนทนาระหว่างหัวหน้าและพนักงานแบบ 1on1 อีกด้วย

การจัดให้มีการพูดคุยกันบ่อยๆ เช่นนี้ จะทำให้พนักงานสามารถทำ PDCA ได้เร็วขึ้น เสียเวลาและขั้นตอนน้อยลง

วิธีการให้รางวัล ค่าตอบแทน

ในการประเมินแบบเก่าโดยทั่วไป จะให้พนักงานเป็นคนประเมินตนเองก่อนแล้วถึงค่อยส่งผลประเมินให้หัวหน้าประเมินอีกที สิ่งที่ควรระวังคือ ในการประเมินแบบนี้ สิ่งที่จะบ่งบอกถึงความสำเร็จคือ ผลจากการประเมิน

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะตัดสินทุกอย่าง ทั้งความสำเร็จของงาน หรือความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมาย ได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ อย่าพยายามนำความรู้สึกส่วนตัวเข้าไปปะปนกับการประเมิน

สำหรับ Check-in นั้น จะไม่มีการให้รางวัลหรือค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากการประเมินหรือจัดอันดับพนักงาน

หัวหน้าสามารถคิดวิธีในการให้รางวัลหรือค่าตอบแทนแก่พนักงานได้อย่างอิสระ เช่น หัวหน้าจะได้งบประมาณจากผู้บริหารแล้วนำไปปันส่วนให้กับเมมเบอร์ในทีม เป็นต้น

ผลที่ได้จากการนำ Check-in มาปรับใช้

ทำไมความหลากหลายของพนักงานในองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ (Workforce Diversity)

Adobe ต้องเจอกับปัญหา เสียเวลา ขั้นตอนการทำงานที่เยอะ และความพึงพอใจของพนักงานลดลงจากการประเมินแบบก่อน

แล้วผลลัพธ์จากการที่ Adobe นำ Check-in เข้ามาใช้นั้น เป็นอย่างไร

ลดชั่วโมงการทำงานไปกว่า 100,000 ชั่วโมง

หลังจากที่ Adobe นำ Check-in เข้ามาปรับใช้กับองค์กร ข้อดีที่เห็นได้ชัดข้อแรกคือ สามารถลดชั่วโมงการทำงานไปได้กว่าแสนชั่วโมง ซึ่งก่อนการนำ Check-in เข้ามาปรับใช้นั้น การประเมินผลแบบเก่าต้องใช้เวลานานและมีหลายขั้นตอน

แต่ Check-in นั้นไม่จำเป็นต้องเขียนประเมินลงในแบบฟอร์มเหมือนกับการประเมินแบบเก่า แต่สามารถสร้างฟอร์มของตัวเองได้ และยังสามารถปรับให้เข้ากับการทำงานในองค์กรของคุณได้

เมื่อสามารถประเมินผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องประเมินหรือทำแบบสอบถามผ่านกระดาษและไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเก็บรวบรวมข้อมูลเพราะระบบจะรวบรวมให้เราเอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ Check-in คือ สามารถลดเวลาที่ใช้ไปกับการประเมินได้ประมาณแปดหมื่นชั่วโมง และถึงแม้พนักงานจะเพิ่มขึ้น เมื่อสรุปผลการใช้งานในหนึ่งปีพบว่าสามารถลดชั่วโมงในการทำงานไปได้มากถึงหนึ่งแสนชั่วโมง

เพิ่มความพึงพอใจให้พนักงานได้มากกว่า 10%

นอกจากลดชั่วโมงในการทำงานลงไปได้แล้ว ยังเหลือปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ความพึงพอใจของพนักงานที่ลดลง

จากการทำแบบสอบถามประจำปี เมื่อปี 2012 ถึง 2015 พนักงานที่จะแนะนำ Adobe ว่าเป็นบริษัทที่น่าเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้นกว่า 10% รวมไปถึงพนักงานที่ตอบว่า จะปรับปรุงการทำงานจากคำแนะนำอย่างต่อเนื่องก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เช่นกัน นอกจากนี้หัวหน้าที่ได้รับฟีดแบคจากพนักงานก็มีความกระตือรือร้นในการทำงานเพิ่มขึ้นอีก 5 %

เพราะการนำ Check-in เข้ามาปรับใช้ในองค์กร ทำให้ Adobe สามารถเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานให้กับพนักงานได้ และประสบความสำเร็จในการลดอัตราการลาออกของพนักงาน

บทสรุป

การนำ Check-in เข้ามาปรับใช้ในการทำงาน ส่งผลดีกับ Adobe เป็นอย่างมาก

ต่อจากนี้ไป Adobe เองก็คงกลายมาเป็นต้นแบบให้กับบริษัทอื่นๆ ในการหยุดใช้สิ่งที่มีมานานและนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาใช้แทนที่

ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงและการนำสิ่งใหม่ๆ มาปรับใช้จะมีความยากลำบาก แต่ถ้าหากระบบนั้นเหมาะสมกับการทำงานของเราแล้ว ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าก็จะตามมาอย่างแน่นอนครับ

HREX ปรึกษา HR Solution

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้