5 องค์ประกอบเสริมสร้าง Emotional Intelligence ในตัวผู้นำ

แน่นอนว่าผู้นำของแต่ละบริษัทแต่ละองค์กรย่อมไม่เหมือนกัน แตกต่างไปตามสไตล์การทำงานและวัฒนธรรมองค์กร เช่น บางคนอาจจะเป็นผู้นำที่สั่งการได้อย่างรวดเร็วเด็ดขาด บางคนตัดสินใจได้อย่างเฉียบไว บางคนเป็นนักจัดวางกลยุทธ์ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และบางคนก็อาจจะเข้ากับผู้อื่นได้ดี ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นจุดแข็งที่ผู้นำแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

แต่ทราบหรือไม่ว่าจากผลการสำรวจวิจัยพบว่า กว่า 90 % ของผู้นำที่ดีทั่วโลก (ที่ไม่ว่าจะมีความแตกต่างทางคาแรกเตอร์มากแค่ไหน) ก็มักจะมีสิ่งหนึ่งที่ตรงกันก็คือ Emotional Intelligence หรือ ความฉลาดทางอารมณ์ ที่ทำให้เกิด Mental Balance (ความสามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว) หากจะถามว่าอะไรที่สร้างภาวะความเป็นผู้นำขึ้นมา คำตอบก็คือ การมี “ความฉลาดทางอารมณ์” นั่นเอง และแน่นอนว่ามันคือสิ่งที่ทำได้ยาก

 มาดู 5 องค์ประกอบที่เสริมสร้าง Emotional Intelligence ในตัวผู้นำ รวบรวมจากงานวิจัยของ Harvard Business Review ดังนี้

5 องค์ประกอบเสริมสร้าง Emotional Intelligence ในตัวผู้นำ

1) Self – Awareness การรู้จัก/ตระหนักรู้/เข้าใจตัวเอง

 คือความสามารถที่ผู้นำทุกคนควรมีนั่นคือการรู้จักจุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองเป็นอย่างดี รู้ Value ของตัวเองหรือคุณค่าที่ตัวเองยึดถือ เข้าใจ Passion ของตัวเอง ซึ่งถ้าผู้นำไม่มี Self – Awareness ก็จะไม่สามารถบริหารงานหรือเข้าใจตัวเองได้เลย เช่น ผู้นำบางคนรู้ว่าตัวเองทำงานช้า ก็ต้องวางแผนทำงานให้ล่วงหน้าก่อนจะถึงวัน Deadline ซึ่งเป็นวิธีที่จะสร้างการตระหนักรู้ ทำให้รู้ว่า เราทำไปเพื่ออะไร และกำลังนำพาทีมงานไปในทิศทางไหน เป็นการใช้จุดแข็งของตัวเองให้เป็นประโยชน์ได้ และยังสามารถทำให้เรามีอารมณ์ขันในการล้อเลียนจุดด้อยของตัวเองอีกด้วย

2) Self – Regulation ความสามารถควบคุมตัวเองได้

คือความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ คิดก่อนพูด ก่อนทำเสมอ ถ้าไม่มีองค์ประกอบข้อนี้ก็จะไม่สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความยุติธรรมให้บริษัทได้เลย เช่น ถ้าสมาชิกในทีมเต็มไปด้วยอารมณ์และอีโก้ หัวหน้าก็ควรจะมีเหตุผล ไม่มีอีโก้ไปด้วยอีกคน ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตหรือความเปลี่ยนแปลงขึ้น ผู้นำต้องเป็นคนแรกที่มีสติ และไม่ตื่นตระหนก พูดอะไรด้วยความใจเย็น ไม่ผลีผลาม พูดด้วยเหตุผล ซึ่งสามารถทำได้จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจและความยุติธรรมขึ้น

3) Motivation มีแรงจูงใจจากภายในของตัวเอง

มีเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถทำให้สำเร็จได้ คือการสร้างผลลัพธ์ให้ดีที่สุดได้จากภายใน คือการไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนา อย่าลืมว่า คุณไม่ได้ทำงานเพื่อแค่เงินเดือน เกียรติยศหรือตำแหน่งเท่านั้น แต่ทำงานเพื่อให้ได้งาน ทำด้วย Passion ของคุณ หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ Motivation ก็คือ คือไฟที่พุ่งตลอดเวลาภายในตัวของผู้นำ เป็นไฟที่เป็นแสงสว่างนำทางให้ทีมของคุณ สมาชิกของคุณไปตามเป้าหมายและทิศทางได้อย่างถูกต้อง

4) Empathy ความเห็นอกเห็นใจคนอื่น

 คือความเข้าใจเพื่อนร่วมงาน และวัตถุประสงค์ของแต่ละคน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำให้ผู้อื่นพอใจไปเสียทุกอย่าง ไม่ใช่การเอาอกเอาใจ แต่คือการเข้าใจความรู้สึกของคนที่ร่วมงานด้วยและสามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจน เช่น สมมุติว่าคุณเป็นหัวหน้าที่กำลังจะ Lay Off พนักงาน หากคุณไม่มี Empathy ก็จะไม่เข้าใจความรู้สึกของพนักงานว่าหลังจากนั้นพนักงานจะได้รับความเดือดร้อนอย่างไรบ้าง ซึ่ง Empathy คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา แทนที่จะแจ้ง Lay Off พนักงานเฉยๆ เป็นการหาทางออกร่วมกัน ว่าคนที่ต้องออกมีงานอื่นรองรับไหม มีอะไรที่เราพอช่วยได้บ้าง เป็นต้น

5) Social Skill มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน

ข้อนี้อาจเป็นข้อที่สำคัญที่สุด เพราะหน้าที่ของผู้นำคือการทำงานให้สำเร็จโดยให้ผู้อื่นช่วยคุณ งานหนึ่งชิ้นนั้นไม่อาจสำเร็จได้ด้วยคนคนเดียว แต่มันเกิดจากหลาย ๆ คนช่วยกัน ผู้นำอาจมีหน้าที่ในการวางกลยุทธ์ วางวิสัยทัศน์ และตัดสินใจ โดยใช้ความร่วมมือของทีมงานทุกคนมาทำให้งานนั้นสำเร็จ ซึ่งผู้นำต้องเป็นคนที่เชื่อมให้คนในทีมสามารถร่วมมือกันได้ สามารถดึงจุดแข็งของแต่ละคนออกมาได้ ผู้นำต้องมีสายตาที่ดีที่มองเห็นในตัวสมาชิกทุกคน และฉายไฟให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม นอกจากจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน (และฉายแสง) ให้กับสมาชิกในทีมแล้ว ยังสร้างความเชื่อใจ (Trust) อีกด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เชื่อในตัวผู้นำเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่สมาชิกทุกคนก็มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองด้วยเช่นกัน

 

คุณมีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการคำตอบใช่หรือเปล่า?

หากคุณรู้สึกว่าได้รับเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้และอยากได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก

สามารถตั้งคำถามได้ในชุมชนของเรา ! แล้วคุณจะได้รับคำตอบมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ

 

Relation Tags