Search
Close this search box.

อยากให้บริษัทคุณติด Top50 Companies in Thailand? ฟังทางนี้! สรุป ‘สูตรสำเร็จ’ จากผู้นำองค์กรแถวหน้า

อยากให้บริษัทคุณติด Top50 Companies in Thailand? ฟังทางนี้! สรุป ‘สูตรสำเร็จ’ จากผู้นำองค์กรแถวหน้า

รางวัล “Top 50 Companies in Thailand” โดย WorkVenture กลายเป็นเหมือนไฮไลต์ประจำปีที่หลายคนรอคอย ไม่ใช่แค่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จขององค์กรชั้นนำ แต่ยังทำหน้าที่เสมือนกระจกสะท้อนอนาคตของโลกการทำงานในประเทศไทย  Top 50 Companies in Thailand คือการสำรวจรวมความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ในช่วงอายุ 22-35 ปี ทั้งจากทางออนไลน์และออฟไลน์ จำนวนมากกว่าหมื่นคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านคำถามปลายเปิดที่ให้อิสระทางความคิดอย่างแท้จริง โดยไม่ผ่านการชี้นำใด ๆ ว่า ‘บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไรในฐานะผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง (Employer Branding) และ ผู้ให้บริการ Engagement Surveyให้กับองค์กรชั้นนำมากมาย WorkVenture เชื่อว่าการเข้าใจความต้องการของคนทำงาน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อยากให้บริษัทคุณติด Top50 Companies in Thailand? ฟังทางนี้! สรุป ‘สูตรสำเร็จ’ จากผู้นำองค์กรแถวหน้า

และในปี 2025 นี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่ WorkVenture ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้นำและผู้บริหารจากองค์กรในฝันเหล่านี้เกือบทั้งหมด ผ่านซีรีส์บทสัมภาษณ์ของ WorkVenture ซึ่งเป็นการแบ่งปันการดูแลพนักงานขององค์กร ไม่ใช่แค่การที่องค์กรเหล่านี้เป็นชื่อคุ้นหูของทุกคน แต่คือการมองอย่างลึกซึ้งถึง วิธีการดูแลพนักงานและการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่สามารถดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่เอาไว้ได้อย่างยั่งยืน

เราจึงได้รวบรวมบทเรียนสำคัญเหล่านี้ไว้ เพื่อเป็นมากกว่าแรงบันดาลใจสำหรับวงการ HR แต่ยังมุ่งหวังให้เป็น ‘กรณีศึกษาที่จับต้องได้’ สำหรับองค์กรอื่น ๆ โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็ก ที่สามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับองค์กรของตนเองต่อไป

 

ถอดรหัส สิ่งที่มีร่วมกันขององค์กร Top 50: เบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้มีแค่ “สวัสดิการ”

เมื่อเจาะลึกบทสัมภาษณ์และแนวคิดการดูแลพนักงานเบื้องหลังของเหล่าองค์กรชั้นนำที่สามารถพิชิตใจคนรุ่นใหม่ได้สำเร็จ เราจะค้นพบว่าความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้เกิดขึ้นจากกลยุทธ์ที่แยกส่วนกัน แต่มาจากสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรอย่างน่าทึ่ง แม้แต่ละบริษัทจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป แต่แกนกลางของความสำเร็จนั้นกลับมีรากฐานมาจากหลักการที่ไม่ต่างกันเลย

นี่คือ 5 สิ่งที่สำคัญที่ทุกองค์กรชั้นนำมีร่วมกัน พร้อมกรณีศึกษาจาก 10 บริษัทที่จะทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

1. หลักการ “คนต้องมาก่อน” (People-First Principle)

นี่คือจุดร่วมที่แข็งแกร่งและชัดเจนที่สุด ทุกองค์กรไม่ได้มองพนักงานเป็นเพียง “ทรัพยากร” แต่มองเป็น “หัวใจและสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด” ของบริษัท หลักการนี้ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่สะท้อนผ่านการกระทำที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

  • SCBX : องค์กร AI-First ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง

แม้จะมุ่งสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ แต่ คุณภัทรพร ศิโรดม, Chief Talent Officer ย้ำเสมอว่า “People-First คือหัวใจของความสำเร็จ” ที่ SCBX การพัฒนาเทคโนโลยีและ AI จะต้องเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาและดูแลคนอย่างรอบด้าน พวกเขาเชื่อว่าต่อให้เทคโนโลยีล้ำหน้าเพียงใด แต่นวัตกรรมที่แท้จริงเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ องค์กรจึงสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และสร้างวัฒนธรรมที่ยืดหยุ่น เพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรของพวกเขามีความสุขและพร้อมที่จะเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

  • ปตท. : องค์กรพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ “คน”

ในฐานะองค์กรพลังงานแห่งชาติ ปตท. มองว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนในบุคลากร คุณอดิศร สามะถิมานันท์, EVP Corporate Human Resources กล่าวว่า “เราลงทุนกับพนักงานเหมือนการลงทุนเพื่ออนาคต” ปตท. เป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่นำหลักการ EVP (Employee Value Proposition) มาใช้เพื่อออกแบบสวัสดิการและการดูแลพนักงานที่ตรงจุดและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ทำให้พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดและมีพื้นที่ให้สร้างความก้าวหน้าอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสในการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

 

2. การสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และวัฒนธรรมแห่งการ “รับฟัง” (Psychological Safety & Listening Culture)

องค์กรเหล่านี้เข้าใจดีว่านวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความคิดเห็น พวกเขาจึงทุ่มเทให้กับการสร้างวัฒนธรรมที่ทุกเสียงมีความหมายและได้รับการยอมรับ

  • AP Thailand: เพราะการฟังเสียงพนักงานคือหัวใจ

AP Thailand พิสูจน์ให้เห็นว่าการดูแลพนักงานที่แท้จริงไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรม แต่คือ “การเปิดใจฟังอย่างเข้าใจ” โครงการอย่าง “AP ฮีลใจ” หรือการออกแบบโปรแกรมการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ล้วนเกิดจากการรับฟังและเอาใจใส่ความต้องการของพนักงานอย่างตรงจุด การสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและให้ความสำคัญกับเสียงของทุกคนเช่นนี้ ช่วยสร้างความไว้วางใจที่แข็งแกร่ง ทำให้พนักงานรู้สึกมั่นคงและอยากที่จะเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว

  • LINE: องค์กรที่เชื่อว่าคนทำงานคือพลังขับเคลื่อนความสำเร็จ

คุณกานต์ กิมสวัสดิ์, HR Director แห่ง LINE เชื่อมั่นว่าหัวใจที่ทำให้ LINE ติดอันดับ Top 50 มาอย่างต่อเนื่องคือ “เรารับฟังเสียงพนักงานอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาองค์กรเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง” ที่ LINE การรับฟังไม่ใช่แค่กิจกรรมที่ทำปีละครั้ง แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้องค์กรสามารถปรับตัวและพัฒนานโยบายการดูแลพนักงานได้อย่างเท่าทันโลก เมื่อพนักงานรู้สึกว่าเสียงของพวกเขามีความหมายและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริง พวกเขาก็จะรู้สึกมั่นคงและมั่นใจที่จะทุ่มเทเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร

 

3. การมอบ “โอกาส” และเส้นทางการเติบโต (Growth & Opportunity)

ไม่มีใครอยากทำงานในองค์กรที่มองไม่เห็นอนาคต องค์กรชั้นนำเหล่านี้จึงไม่ได้แค่จ้างคนมาทำงาน แต่พวกเขาสร้าง “เวที” ให้พนักงานได้เติบโตและปลดปล่อยศักยภาพอย่างเต็มที่

  • Suntory PepsiCo Thailand: เปิดโอกาสแสดงศักยภาพสู่การทำงานระดับโลก

ที่นี่มุ่งเน้นการสร้าง “สนามเด็กเล่นของคนเก่ง” ที่มีเป้าหมายชัดเจน คุณโยธยุทธ สามะถิมานนท์, Chief People & Cultureกล่าวว่า “พนักงานทุกคนมีโอกาสพัฒนาและแสดงศักยภาพเต็มที่” องค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำและสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถเติบโตได้ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนการคิดอย่างสร้างสรรค์และการพูดคุยอย่างเปิดกว้าง ทำให้ที่นี่เป็นที่หมายปองของคนเก่งที่มีความทะเยอทะยาน

  • Bitkub: Community แห่งการเรียนรู้และพื้นที่สร้างอนาคต

Bitkub ไม่ได้ขายแค่ตำแหน่งงาน แต่ขาย “ตั๋วสู่การสร้างอนาคต” คุณสกลกรย์ สระกวี, Founder & President กล่าวว่า “เราคือชุมชนแห่งโอกาส ที่เปิดกว้างให้พนักงานทุกคนได้ปล่อยศักยภาพ” ที่นี่คือพื้นที่ที่ให้พนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาความสามารถไปพร้อมกับเทรนด์ระดับโลก พวกเขาไม่ได้แค่มาทำงาน แต่ทุกคนคือส่วนสำคัญของการนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตดิจิทัล การมอบเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และโอกาสในการสร้างผลกระทบระดับประเทศ คือสิ่งที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มองหาความหมายในการทำงาน วิสัยทัศน์นี้ ทำให้เห็นว่า Bitkub มองหาคนที่มี Passion ที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อประเทศ ซึ่งนี่คือสิ่งที่กลายเป็น “ความภาคภูมิใจ” ร่วมกันของทั้งองค์กรและพนักงาน และ WorkVenture เชื่อว่าความรู้สึกภาคภูมิใจในการได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจระดับชาตินี้เอง คือสิ่งที่ทำให้ Bitkub แตกต่างและเป็นที่ต้องการของ Talent ยุคใหม่

4. การให้อิสระและความยืดหยุ่น (Empowerment & Flexibility)

องค์กรเหล่านี้เชื่อมั่นในศักยภาพของพนักงาน จึงกล้าที่จะมอบ “อำนาจ” และ “อิสระ” ในการออกแบบการทำงานให้สมดุลกับชีวิตส่วนตัว ซึ่งเป็นการซื้อใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างมหาศาล

  • โอสถสภา: 134 ปีแห่งความยั่งยืนสู่การครองใจ Gen Z

องค์กรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างโอสถสภาทลายภาพจำเดิมๆ ด้วยการให้อำนาจพนักงานสามารถ “ออกแบบสมดุลชีวิตได้ด้วยตนเอง” ผ่านสวัสดิการที่เลือกได้ (Flexible Benefits) ซึ่งทำให้พนักงานสามารถจัดสรรงบไปใช้กับสิ่งที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้จริง ควบคู่ไปกับการทำงานแบบ Hybrid ที่ให้อิสระในการบริหารจัดการเวลา การมอบความไว้วางใจเช่นนี้ทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมและผูกพันกับองค์กรอย่างแท้จริง

  • Thaioil: บ้านหลังใหญ่ที่ดูแลพนักงานตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย

นอกจากการดูแลพนักงานดุจคนในครอบครัวภายใต้คอนเซปต์ “Hire to Retire” แล้ว Thaioil ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการมอบความยืดหยุ่นในการทำงาน ทำให้พนักงานสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคงพร้อมกับรักษาสมดุลชีวิตที่ดีได้ การดูแลอย่างครบวงจรและให้อิสระในการเติบโตนี้เองที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าทุกย่างก้าวของพวกเขามีความหมายและมีคุณค่า

 

5. การมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าผลกำไร (Purpose-Driven Mission)

สุดท้าย ทุกองค์กรล้วนมีเป้าหมายที่เชื่อมโยงพนักงานเข้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าหน้าที่ประจำวัน ทำให้พวกเขารู้สึกว่างานที่ทำมีความหมายและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

  • IKEA: มากกว่าร้านเฟอร์นิเจอร์ คือบ้านหลังที่สองของพนักงาน

วิสัยทัศน์ของ IKEA ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายเฟอร์นิเจอร์ แต่คือการ “สร้างชีวิตประจำวันที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้คน” ซึ่ง คุณ Tobias Foreman, HR Manager ย้ำว่ามันต้อง “เริ่มต้นจากพนักงานของเราเอง” ด้วยการทำความเข้าใจความต้องการของคนทำงานอย่างลึกซึ้งและสร้างบรรยากาศที่ดี IKEA เชื่อว่าความสุขของพนักงานจะสะท้อนไปถึงลูกค้าโดยตรง การทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน คือสิ่งที่ทำให้การทำงานที่นี่มีความหมาย

 

  • THE STANDARD: องค์กรสื่อที่เปิดโอกาสให้ทุกเสียงมีคุณค่า

ที่ THE STANDARD พนักงานไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตคอนเทนต์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสื่อเพื่อสังคม คุณพิมณารา มีฤทธิ์, General Manager เผยว่า ที่นี่คือ “Learning Organization ที่เคารพทุกความคิด” โดยไม่แบ่งแยกเจเนอเรชัน เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้เป้าหมายหลักในการเป็นองค์กรสื่อที่ ‘STAND UP FOR THE PEOPLE’ การเชื่อมโยงงานประจำวันเข้ากับเป้าหมายทางสังคมที่ชัดเจน ทำให้พนักงานรู้สึกว่างานของพวกเขามีคุณค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง

องค์กรเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการ HR เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น case study ที่องค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรอื่น ๆ นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพราะการติดอันดับ Top 50 ไม่ได้วัดจากขนาดขององค์กร แต่สะท้อนถึง “ตัวตน” ที่องค์กรสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าสนใจ จนเข้าไปนั่งอยู่ในใจของคนรุ่นใหม่

นี่คือโอกาสในการเรียนรู้จากของจริง  ตัวอย่างขององค์กรที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ที่พร้อมแบ่งปันแนวคิด วิธีคิด และวิธีการทำงานในแบบที่จับต้องได้

ขอเป็นกำลังใจให้องค์กรของคุณ ค่อย ๆ สร้างวัฒนธรรมที่ใช่ จนวันหนึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในคำตอบของคนรุ่นใหม่เช่นกัน

และนี่คือสิ่งที่ทำให้ WorkVenture แตกต่าง ไม่มีที่ไหนที่จะได้เห็นบริษัทระดับท็อปของประเทศ มานั่งเปิดมุมมองลึกถึงแก่นการบริหารคนแบบนี้ เพราะนี่คือ WorkVenture Top 50 Companies Interviews หนึ่งเดียวที่กล้าทำ และคุณไม่ควรพลาด

All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้