หนึ่งในภารกิจท้าทายและเป็นกระบวนการสำคัญขององค์กรที่ฝ่าย HR ต้องทำ คือ การสรรหาคนเข้าทำงานให้เหมาะกับตำแหน่ง หลายครั้งที่ชาว HR เจอผู้สมัครที่ดูเหมือนจะใช่ เรซูเม่น่าสนใจ แถมตอนสัมภาษณ์ก็ยังคล่องแคล่วจนต้องบวกคะแนนในใจ และตัวผู้สมัครเองก็บอกกับเราไว้แล้วว่าใช้โปรแกรมต่าง ๆ ได้ตามที่รีเควสไปทั้งหมด แต่เมื่อเริ่มงานจริงกลับพบว่าทักษะที่มีนั้นยังไม่ตอบโจทย์การทำงาน หรือยังไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามที่คาดหวังสักเท่าไหร่
ผลลัพธ์คือต้องใช้เวลาเทรนกันใหม่ หรืออย่างร้ายที่สุด คือ ต้องวนลูปหาคนใหม่อีกครั้ง เสียทั้งเวลา งบประมาณ และกระทบต่อทีมงานเดิมที่ต้องเข้ามาช่วยรับภาระเพิ่มขึ้นระหว่างที่รอให้ HR หาคนใหม่อีกครั้ง
แล้วจะมีวิธีไหนที่ช่วย “กรอง” ผู้สมัครได้แม่นยำขึ้นบ้าง
หลักฐานยืนยันทักษะที่ไม่ใช่เพียงคำพูด
เปลี่ยนจากการประเมินด้วยคำพูดหรือความรู้สึก มาเป็นเครื่องมือช่วยคัดกรองด้วยหลักฐานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ เช่น ด้านไอที การบริหารโครงการ การออกแบบ การวิเคราะห์ข้อมูล หรืออื่น ๆ

ตัวอย่างใบรับรอง PMI Ready และ Score Report
ใบรับรองทักษะมาตรฐานสากล (Global Standard Certificate) หรือที่หลายคนอาจคุ้นหูกันว่า “ใบเซอร์” เป็นเครื่องมือที่ช่วยยืนยันทักษะของผู้สมัครงาน แทนการพึ่งพาเพียงคำพูดหรือการบอกเล่าด้วยตัวอักษรสั้นๆ ในเรซูเม่ได้เป็นอย่างดี มีหลายองค์กรชั้นนำที่ใช้วิธีนี้เป็นบันไดขั้นแรกในการคัดกรองผู้สมัคร เพราะใบรับรองเหล่านี้จะออกโดยองค์กรที่เชี่ยวชาญในทักษะด้านต่าง ๆ หรือเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง เช่น ใบรับรองจาก PMI, Microsoft, Adobe, Cisco หรือศูนย์ทดสอบ Certiport ทำให้สามารถวางใจได้ระดับหนึ่งว่ามีมาตรฐานในการประเมิน และยืนยันได้ว่าผู้ที่ได้รับใบรับรองนั้นมีความเข้าใจและสามารถใช้งานทักษะได้จริง
ช่วยให้ HR มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการตัดสินใจ ลดช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริง ทำให้กระบวนการสรรหาคนเข้าองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงองค์กรเองก็ยังได้ยกระดับทางอ้อมจากการมีพนักงานที่มีทักษะที่ได้มาตรฐานไปด้วย
ประยุกต์ใช้ “Certificate” ในกระบวนการสรรหา
การนำใบรับรองทักษะมาใช้ในกระบวนการสรรหานั้นไม่ซับซ้อน สามารถทำได้ง่ายๆ เริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลย ไปจนถึงการใช้งบประมาณเล็กน้อย แต่เพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรอง และลดเวลาทำงานในขั้นตอนทดสอบทักษะให้เร็วขึ้น
1. ระบุคุณสมบัติลงไปบนประกาศรับสมัครงาน
วิธีที่คลาสสิกที่สุดในการสรรหาบุคลากร คือ การระบุ Requirement ลงไปให้ชัดเจนบนประกาศรับสมัคร โดยเริ่มจากการระบุเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ไม่บังคับ เช่น “มีใบรับรอง PMI Ready” หรือ “มีใบรับรอง Microsoft Office Specialist โปรแกรม Excel” วิธีนี้จะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติที่ชัดเจนขึ้นโดยไม่ปิดโอกาสผู้สมัคร และไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะช่วยให้ HR เห็นความแตกต่างของผู้ที่เตรียมตัวมาอย่างมีเป้าหมาย มีความตั้งใจ และมีทักษะตามที่องค์กรต้องการได้ชัดเจนขึ้น
2. ใช้ “Practice Test (ชุดฝึกฝน)” เตรียมสอบใบรับรอง ทดแทนการทดสอบภายใน
สเต็ปต่อไป เมื่อเรซูเม่ผ่านแล้ว นัดสัมภาษณ์แล้ว ขั้นตอนในการพิสูจน์ทักษะว่าเป็นไปตามที่เขียนลงในประวัติหรือไม่ คือ การทดสอบ แต่แทนที่จะต้องออกแบบข้อสอบประเมินทักษะภายในเอง ซึ่งอาจใช้ทั้งเวลาและทรัพยากร องค์กรสามารถใช้ ชุดฝึกฝนสำหรับเตรียมสอบใบรับรอง มาวัดผลแทนได้ สามารถเก็บคะแนนและประเมินผลได้อย่างรวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ตัวอย่างชุดฝึกฝน CertPREP
3. ใช้ Cert. เทียบทักษะการทำงาน
ในยุคของ Lifelong Learning การเรียนจบมาตรงสาย อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสียทีเดียว HR อาจค้นพบพนักงานที่ทำงานได้ดี จากการที่คนเหล่านั้นมีประสบการณ์หลากหลาย มี Soft Skills ที่สามารถประยุกต์ใช้และรับมือกับสังคมการทำงานได้ และปล่อยให้พาร์ท Hard Skills เป็นหน้าที่ของใบรับรองในการชดเชยข้อจำกัดด้านความไม่ตรงกันของสาขาการศึกษา เพราะการใช้เครื่องมือในการทำงานเดี๋ยวนี้ เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนกันได้ และใช้เวลาไม่นาน
ตัวอย่างการช่วยหาตำแหน่ง Project Manager ด้วยใบรับรอง PMI Ready
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติว่าองค์กรหนึ่งกำลังต้องการหาพนักงานในตำแหน่ง Project Manager หรือ Project Coordinator ผู้สมัครคนหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้จบสาขาการบริหารจัดการ หรือคณะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการมาโดยตรง แต่มีใบรับรอง PMI Project Management Ready ซึ่งออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการเริ่มต้นในสายการบริหารโครงการโดยเฉพาะ ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้สมัครคนนั้นเข้าใจกรอบการบริหารจัดการโครงการ ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานการบริหารจัดการ การเป็นผู้นำ การวางแผนโครงการ ควบคุมงบประมาณ การติดตามผล ไปจนปิดจบโครงการ รวมถึงคำศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวข้อง และยังได้รับการยืนยันทักษะตามมาตรฐานของ Project Management Institute (PMI) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโครงการ
เมื่อเริ่มทำงาน พนักงานคนนี้จะสามารถเข้าสู่กระบวนการ Onboarding ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเข้าใจคอนเซ็ปพื้นฐานของการบริหารจัดการมาแล้ว ทีมไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ พร้อมที่จะขยายผลสู่การปรับทักษะให้เข้ากับงานตามบริบทที่ต้องดูแลได้อย่างต่อเนื่อง
องค์กรได้อะไร เมื่อเริ่มใช้ใบรับรองทักษะในการคัดคน
- คัดเลือกผู้สมัครได้แม่นยำขึ้น ตรงกับทักษะที่องค์กรต้องการ
- ลดต้นทุนความผิดพลาดในการจ้างงาน
- ลดเวลาในการปูพื้นฐานระหว่าง Onboarding
- เพิ่มคุณภาพทีมงานตั้งแต่วันแรก
- ลดภาระของทีมพี่เลี้ยงหรือ Mentor
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจไม่มีใครรอใคร การมีทีมงานที่มีคุณภาพคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การใช้ใบรับรองทักษะเป็นเครื่องมือในการคัดกรองบุคลากรจะช่วยให้องค์กรของคุณได้คนที่มีศักยภาพเข้ามาเสริมทัพได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
หากพร้อมที่จะยกระดับการสรรหาบุคลากร ด้วยการ “กรองคนให้ตรงงาน” ตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจว่าพนักงานใหม่จะพร้อมเรียนรู้และเติบโตไปกับทีมตั้งแต่วันแรก
สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ใบรับรองทักษะ และชุดฝึกฝนได้ที่ https://www.arit.co.th/contact

