
หนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ของ HR คือการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ทันกับความต้องการและกลยุทธ์ขององค์กรในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน นี่คือเหตุผลที่การฝึกอบรมแบบเดิม ๆ ไม่ตอบโจทย์เหมือนในอดีตอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยกระดับการฝึกอบรมสู่มิติใหม่ด้วย 5 ทฤษฎีที่ได้ชื่อว่า ‘เข้าใจมนุษย์’ มากที่สุด
บทความนี้จะเผยความลับของการปฏิวัติการฝึกอบรมด้วย 5 ทฤษฎีทางจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ที่ทรงพลัง ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้น มีประสิทธิภาพสูง และสร้างผลกระทบในระดับที่เรียกว่า ‘โมเมนตัม’ ต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจของคุณ
ถ้าคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนองค์กรของคุณให้กลายเป็นกองทัพแห่งนวัตกรรมและความสำเร็จ เราขอเชิญชวนให้คุณมาร่วมเดินไปบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยกัน ด้วย 5 ทฤษฎีทางจิตวิทยาที่คุณสามารถทำความเข้าใจ ศึกษาตัวอย่าง และนำไปปรับใช้กับการฝึกอบรมของคุณได้ทันทีที่อ่านจบ
Contents
1. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory) โดย Albert Bandura
ทฤษฎีนี้เน้นความสำคัญของบริบททางสังคมในการเรียนรู้ โดย Bandura เสนอว่าผู้คนจะเรียนรู้โดยการสังเกต เลียนแบบ และลอกเลียนจากแบบอย่างของผู้อื่น
วิธีที่ HR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ :
- ฝึกบทบาทสมมติและการจำลองสถานการณ์ในโปรแกรมการฝึกอบรม
- มีวิดีโอสาธิตพฤติกรรมหรือทักษะนั้นๆ
- ส่งเสริมการเรียนรู้แบบเพื่อนจับคู่กับเพื่อนและโปรแกรมการให้คำปรึกษา
ตัวอย่าง: ธนาคารที่กำลังนำระบบบริการลูกค้าใหม่มาใช้ อาจสร้างชุดวิดีโอที่แสดงให้เห็นพนักงานที่มีผลงานดีเยี่ยมสาธิตการมีปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับลูกค้า จากนั้นให้ผู้เข้าอบรมฝึกฝนสถานการณ์เหล่านี้เป็นคู่หรือกลุ่มย่อย โดยได้รับข้อเสนอแนะจากเพื่อนร่วมงานและผู้ฝึกสอน
2. ทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult learning theory) โดย Malcolm Knowles
ทฤษฎีนี้เสนอว่าผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่มีการกำกับตนเอง อาศัยประสบการณ์ของตน และมีแรงจูงใจจากเนื้อหาที่ปฏิบัติได้จริง และมีความเกี่ยวข้องกับงานของตัวเอง
วิธีที่ HR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ :
- ออกแบบสถานการณ์การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้เข้าอบรม
- เปิดโอกาสให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
- ให้โอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้แบ่งปันประสบการณ์และความคิดเห็นของตน
ตัวอย่าง: บริษัทผลิตสินค้าสร้างโปรแกรมฝึกอบรมด้านความปลอดภัย โดยให้พนักงานระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ทำงานเฉพาะของตน และร่วมกันพัฒนาวิธีแก้ไข โดยใช้ประสบการณ์และความรู้จากการปฏิบัติงานจริงของตัวเอง

3. ทฤษฎีภาระทางปัญญา (Cognitive load theory) โดย John Sweller
ทฤษฎีนี้มุ่งเน้นไปที่ข้อจำกัดของความจำ และวิธีการนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดเพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพของผู้เรียน
วิธีที่ HR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ :
- แบ่งข้อมูลที่ซับซ้อนเป็นส่วนย่อยๆ ที่ผู้เรียนจะสามารถย่อยและทำความเข้าใจได้
- ใช้สื่อภาพและ Infographic เพื่อสนับสนุนข้อมูลที่เป็นข้อความ
- หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลมากเกินไปในคราวเดียว
ตัวอย่าง: เมื่อฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับระบบซอฟต์แวร์ใหม่ แทนที่จะนำเสนอคุณสมบัติทั้งหมดในครั้งเดียว ให้แบ่งการฝึกอบรมเป็นโมดูลที่มุ่งเน้นงานเฉพาะ ใช้ภาพหน้าจอและคู่มือในรูปแบบทีละขั้นตอน (Step by Step) เพื่ออธิบายกระบวนการอย่างชัดเจน
4. ทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) โดย David Kolb
ทฤษฎีของ Kolb เน้นความสำคัญของประสบการณ์ตรง และการสะท้อนความคิดในกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม
วิธีที่ HR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ :
- ออกแบบกิจกรรมการฝึกอบรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง
- รวมการสะท้อนคิดหลังจากการฝึกปฏิบัติทุกครั้ง
- ให้โอกาสผู้เข้าอบรมได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทจริง
ตัวอย่าง: เครือโรงแรมจัดโปรแกรมฝึกอบรมที่พนักงานใหม่ได้ติดตามเพื่อนร่วมงานที่มีประสบการณ์แล้ว จากนั้นให้สะท้อนสิ่งที่สังเกตเห็นในการอภิปรายกลุ่ม แล้วฝึกปฏิบัติสถานการณ์จำลองที่พบบ่อยในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ตามด้วยการสรุปบทเรียนเพื่อวิเคราะห์ผลงานของตน
5. ทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory) โดย Ryan and Deci
ทฤษฎีนี้มุ่งเน้นไปที่แรงจูงใจภายในของมนุษย์และความต้องการทางจิตวิทยาในด้านความเป็นอิสระ การมีความสามารถ และการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น
วิธีที่ HR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ :
- เสนอทางเลือกในโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนความต้องการเป็นอิสระ
- กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน บรรลุได้ และให้ข้อมูลย้อนกลับ(feedback)อย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างความสามารถ
- ส่งเสริมความรู้สึกเป็นชุมชน(Community)และการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เข้าอบรม
ตัวอย่าง: บริษัทเทคโนโลยีออกแบบโปรแกรมพัฒนาทักษะที่พนักงานสามารถเลือกโมดูลต่างๆ ตามความสนใจและเป้าหมายอาชีพของตัวเอง นอกจากนั้นยังออกแบบให้มีการพบปะกับที่ปรึกษาและกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ศึกษาเรื่องเดียวกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
บทสรุป Human Developmental Psychology
การบูรณาการทฤษฎีทางจิตวิทยาเหล่านี้เข้ากับการออกแบบการฝึกอบรม ผู้เชี่ยวชาญด้าน HRD และ L&D ในประเทศไทยสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าสนใจ มีประสิทธิภาพ และสร้างผลกระทบในระดับโมมเนตัมให้มากขึ้น คุณต้องไม่ลืมพิจารณาบริบททางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เช่น การมีลำดับชั้น การรักษาหน้า และอิทธิพลของกลุ่ม ฯลฯ เมื่อนำทฤษฎีเหล่านี้ไปใช้ด้วย
สุดท้ายคุณควรประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมการฝึกอบรมของคุณอย่างสม่ำเสมอ และเปิดใจที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการของคุณตามข้อเสนอแนะและผลลัพธ์ที่ได้ การออกแบบการฝึกอบรมบนพื้นฐานของหลักการทางจิตวิทยาที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะช่วยยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ เพิ่มความผูกพันของพนักงาน และจะมีส่วนช่วยในความสำเร็จโดยรวมขององค์กรของคุณในที่สุด
———————————————————————————–
จากการศึกษาวิจัยและประสบการณ์ในด้านประสาทวิทยา จิตวิทยา และพฤติกรรมมนุษย์ ทำให้ Learning Designer ของ Massive Momentum ออกแบบกระบวนการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการสร้าง Momentum ด้วยโมเดลการเรียนรู้เฉพาะตัวของเราที่ชื่อ I AM Model เพื่อพัฒนาคนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรของคุณ
ติดต่อ Massive Momentum ได้ข้างล่างนี้
