Inspirational Quotes คำคมสร้างแรงบันดาลใจ : ทำไมพนักงานถึงอยากได้กำลังใจ และ HR ช่วยสร้างได้อย่างไร

HIGHLIGHT

คำคมสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Quotes) คือสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมไทยทั้งในที่ทำงานตลอดจนโลกออนไลน์ที่คนทุกเพศทุกวัยนำมาใช้เพื่อกระตุ้นความคิดความอ่านให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในแง่การสื่อสารของหัวหน้า, พนักงาน ตลอดจนการขายงานลูกค้า

– นักวิชาการมองว่าคำคมมีอิทธิพลกับความรู้สึกของคนเราเพราะโดยพื้นฐานแล้ว “มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความทะเยอะทะยาน” ดังนั้นจึงอยากทำตามคนที่เป็นต้นแบบซึ่งประสบความสำเร็จหรือมีความรู้สึกเชื่อมั่นร่วมกันบางอย่าง

– อย่างไรก็ตามคำคมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างแรงบันดาลใจเท่านั้น บริษัทต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกของพนักงานเป็นสำคัญ จึงควรปรับตัวและหาสวัสดิการใหม่ ๆ มาสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานตลอดเวลา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจที่บริษัทมีต่อพนักงาน

– นอกเหนือจากการใช้คำคมสร้างแรงบันดาลใจแล้ว สโลแกนบริษัท ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลในแง่บวกต่อจิตใจของพนักงาน และก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งบริษัทเล็ก-ใหญ่ ได้เท่า ๆ กัน

Inspirational Quotes คำคมสร้างแรงบันดาลใจ : ทำไมพนักงานถึงอยากได้กำลังใจ และ HR ช่วยสร้างได้อย่างไร

คำคม(Inspirational Quotes) และประโยคสร้างแรงบันดาลใจคือสิ่งที่ได้รับความนิยมในเมืองไทยมาเป็นเวลานาน เราเห็นคำคมได้จากสื่อทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบทพูดของนักแสดงในภาพยนตร์, หนังสือ หรือแม้แต่บทเพลงที่มักมีประโยคสวยหรูมากระทบใจเสมอ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าคำคมสามารถช่วยให้ทุกคนมีกำลังใจ และช่วยปลอบประโลมให้หลุดพ้นจากเรื่องร้าย ๆ ได้จริง

คำคมสร้างแรงบันดาลใจ ส่งผลต่อความคิดของคนได้อย่างไร HR สามารถนำคำคมมายกระดับการทำงานได้หรือไม่ และนอกจากคำคมแล้ว มีวิธีอื่นที่ HR สามารถใช้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานอีกรึเปล่า หาคำตอบได้ในบทความนี้

Contents

ทำไมคำคมสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Quotes) จึงสำคัญ

นักจิตวิทยาชื่อคุณ ท็อด เอ็ม แทรช (Todd M. Thrash) และ แอนดรูว์ เจ เอลเลียต (Andruew J. Elliot) ได้กล่าวไว้ว่าแรงบันดาลใจมีอิทธิพลหลัก ๆ อยู่ 3 ประการ ได้แก่การปลุกกระตุ้น (Evocation), การข้ามพ้นเรื่องราวบางอย่าง (Transcendence) และการโน้มน้าวจิตใจ (Motivation) ซึ่งเป็น 3 บริบทที่สำคัญในวิถีชีวิตของมนุษย์ โดยแรงบันดาลใจสามารถเกิดได้ทั้งจากการเป็นผู้รับสื่อ ตลอดจนการลงมือทำบางอย่างด้วยตัวเอง

ทั้งคู่ได้ทำการวิจัยชื่อ “Inspiration Scale” และพบว่าผู้ที่ได้รับการสร้างแรงบันดาลใจสามารถเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ และมีแรงกระตุ้นในการทำงานได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ถูกกระตุ้นด้วยแรงบันดาลใจ จึงสามารถสรุปให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ ว่า “การมีแรงบันดาลใจ” จะช่วยให้บุคคลนั้นกล้าเปิดรับสิ่งใหม่, มองเห็นเป้าหมายอย่างชัดเจนตามความเป็นจริง และก้าวข้ามความกังวลใจที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั่นเอง

นอกจากนี้แรงบันดาลใจยังช่วยให้เกิด “พลังสร้างสรรค์” (Creativity) มากขึ้น โดยพบว่านักเขียนที่ถูกกระตุ้นด้วยแรงบันดาลใจจะใช้ระยะเวลาในการเขียนน้อยกว่า มีจินตนาการกว่า เลือกใช้คำได้เหมาะสมกว่า เพราะในแง่มุมหนึ่งการมีแรงบันดาลใจจะทำให้เรามีความเชื่อมั่นมากพอที่จะไปจับต้องเรื่องราวเดิม ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่จะร้อยเรียงเป็นเรื่องราวได้น่าสนใจขึ้น ทั้งนี้นักเขียนที่ไม่พยายามหาแรงบันดาลใจและสร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยตัวเองจะมีโอกาสหยุดพักระหว่างเขียนหรือใช้คำฟุ่มเฟือยมากกว่าเพราะยังคงติดอยู่กับกรอบเดิม ๆ ซึ่งแน่นอนว่าแม้จะมีองค์ประกอบทางวรรณศิลป์ครบถ้วน แต่ก็ตัดเรื่องความ “กล้าจินตนาการ” ออกไปได้เลย

แรงบันดาลใจจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรหยิบยกมาใส่ชีวิตเพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนดี ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม อลิซาเบ็ธ กิลเบิร์ธ (Elizabeth Gilbert) นักเขียนชื่อดังชาวสหรัฐอเมริกาได้พูดไว้ใน TED Talk ของเธอว่า “แรงบันดาลใจจะไม่มีประโยชน์เลยถ้ามันเกิดขึ้นจากความพยายาม จงจำไว้ว่าแรงบันดาลใจต้องไม่เกิดจากความตั้งใจ มันเกิดอยู่ในที่ทางของมัน หากคุณเข้าใจตรงนี้ ก็จะไม่ไปกดดันตัวเองเพื่อให้มีแรงบันดาลใจสักอย่างขึ้นมา”

คำคมสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Quotes) ส่งผลกับมนุษย์ได้อย่างไร

คุณ สก็อตต์ โซเบล (Scott Sobel) นักจิตวิทยาการสื่อสาร ผู้ก่อตั้ง Media & Communications Strategies, Inc สหรัฐอเมริกากล่าวว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความทะเยอทะยาน และพยายามมองหาผู้นำหรือคนที่เป็นแบบอย่างอยู่เสมอ ดังนั้นผู้นำที่มาพร้อมกับคำคมสร้างแรงบันดาลใจจึงตอบโจทย์จิตใต้สำนึกของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง”

เหตุนี้ประโยคที่มาจากนักธุรกิจชื่อดัง, นักการเมือง หรือนักศิลปะ จะมีโอกาสในการสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่า เพราะผู้คนมักคิดไปโดยปริยายว่าการเป็น “บุคคลสาธารณะ” คือภาพสะท้อนของการประสบความสำเร็จ, ความฉลาด และคงมีทัศนคติดี ๆ บางอย่างที่ผลักดันให้ประสบความสำเร็จ คำพูดที่ออกมจากปากของบุคคลเหล่านี้จึงมีน้ำหนักมากขึ้น 

HR มีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้

Q&A HR Board

Q: เป็นหัวหน้าควรทำอย่างไรให้ลูกน้องยอมรับ

ดิฉันได้รับการเลื่อนตำแหน่งและมีคำสั่งให้ย้ายไปอยู่ที่สำนักงานใหม่ซึ่งไม่เคยไปและไม่รู้จักใครเลย เราจะมีวิธีสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้องอย่างไร

A: ให้เริ่มต้นจากการสร้างมนุษยสัมพันธ์ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

แสดงความเป็นมิตรให้ลูกน้องเห็นถึงความปรารถนาดีที่มีต่อทุกคน พูดคุยกันบ่อย ๆ ประชุมชี้แจงการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ตำแหน่งของเราทำให้คนเกรงใจอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับการแสดงออกของตัวเราเองด้วย ทั้งนี้การทำให้ผู้อื่นยอมรับเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของการมีภาวะผู้นำ ซึ่งสร้างได้ แต่ต้องอาศัยเวลาสักนิดซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อต้องไปเปลี่ยนความคิดของผู้อื่น

,,, (คลิกดูคำตอบทั้งหมด👇)

สิ่งนี้เรียกเป็นภาษาวิชาการว่า “พลังของภาษา” (Power of Language) เพราะนอกจากมุมมองที่คนทั่วไปมองเข้าไปแล้ว คนที่เป็นบุคคลสาธารณะยังมักมาพร้อมกับคำพูดที่ผ่านการวางแผน (Well-Structured) ให้เป็นภาพที่เข้าใจง่ายกว่าคำพูดทั่วไป คำคมที่ถูกนำเสนอเป็นประโยคง่าย ๆ มีสัมผัสนอก-ในสวยงาม ติดปาก ติดสมองจึงเป็นที่นิยมและยังอยู่คู่กับสังคมจนถึงปัจจุบันแม้บางคำคมจะมีอายุนานกว่าพันปีแล้วก็ตาม

คำคมสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Quotes) มีประโยชน์กับพนักงานอย่างไร

คุณวิคเตอร์ ลิปมัน (Victor Lipman) จาก Psychology Today ได้ทำการสำรวจและพบว่าเมื่อบริษัทจ้างพนักงานที่มีฝีมือมานั้น สิ่งที่พวกเขาสนใจนอกเหนือจากค่าจ้างและสวัสดิการก็คือแรงจูงใจในการทำงาน (20%) และการรู้สึกว่าตัวเองถูกให้ความสำคัญ (13%) นอกจากนี้ยังพบอีกว่าพนักงานบริษัทจะทำงานดีขึ้นถึง 20% เมื่อได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ และมีถึง 87% ที่ไม่คิดลาออกจากงาน ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากในมุมมองด้าน Employee Retention ของ HR 

ผลสำรวจยังพบอีกว่าพนักงานบริษัทในประเทศอังกฤษถึง 70% ต้องการให้ผู้บริหารใส่ใจเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน ซึ่งหากอ้างอิงจากหัวข้อก่อนหน้าที่ระบุว่าพนักงานบางส่วนรู้สึกว่าการถูกละเลยจากหัวหน้าจะทำให้ตนคิดว่าตัวเองไม่สำคัญจนไปลดทอนกำลังใจและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการอธิบายด้วยคำพูดทั่วไปอย่างเดียวถึงไม่พอ ผู้นำที่ดีต้องมีคำคมไว้ใช้ หรืออย่างน้อยก็ต้องรู้จักการสรุปความและการเลือกใช้คำ เพื่อให้สิ่งที่ต้องอยากสื่อถูกจดจำอย่างรวดเร็วซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อวัฒนธรรมและเสถียรภาพขององค์กรในภาพรวม

ในมุมกลับกันการกระตุ้นให้พนักงานเห็นความสำคัญของแรงบันดาลใจ และการออกนโยบายให้พวกเขาหาคำคมง่าย ๆ มาผลักดันตัวเอง จะเป็นการโน้มน้าวให้พนักงานอ่านหนังสือมากขึ้น เปิดรับสื่อมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความรู้ไปในตัว ที่สำคัญอย่าลืมว่าประโยคดี ๆ ไม่ได้เอาไว้เฉพาะแค่กับหัวหน้า – พนักงานเท่านั้น แต่ยังเอาไปใช้กับเพื่อนร่วมงาน หรือเป็นแนวทางไว้พูดคุยกับลูกค้าก็ได้ ซึ่งจะทำให้การนำเสนองานน่าสนใจมากขึ้น อนึ่งคำคมสร้างแรงบันดาลใจอาจถูกติดเป็นป้ายในที่ทำงานก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้เป็นคำพูดตลอดเวลา เพราะดูยัดเยียดจนอาจกลายเป็นความพยายามเกินควรเสียแทน

นอกจากคำคมสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Quotes) HR สามารถให้กำลังใจพนักงานด้วยวิธีใดอีกบ้าง 

Inspirational Quotes คำคมสร้างแรงบันดาลใจ : ทำไมพนักงานถึงอยากได้กำลังใจ และ HR ช่วยสร้างได้อย่างไร

ภาพประกอบข้างต้นคือกราฟวงกลมที่แสดงให้เห็นว่าพนักงานสามารถถูกโน้มน้าวให้เกิดแรงบันดาลใจได้จากบริบทใดบ้าง ซึ่งการใช้คำคม หรือคำพูดที่ดีถือเป็นเพียง “ส่วนประกอบ” อย่างหนึ่งเท่านั้น โดยเราสามารถนำแนวทางอื่น ๆ ที่น่าสนใจมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน ดังนี้

1. จัดสถานที่ทำงานให้สวยงาม

เพราะไม่มีพนักงานคนไหนที่อยากทำงานในสถานที่สกปรกและน่าเบื่อ ดังนั้นควรจัดสรรค์พื้นที่ให้เหมาะกับทั้งการทำงานและพักผ่อน เช่นการมีห้องทำสมาธิ (Meditation Room), บาร์เครื่องดื่ม, เตียงนอน เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้พนักงานมองว่าการมาออฟฟิศไม่ใช่เรื่องแย่ แถมยังสะท้อนให้เห็นถึง “ความใส่ใจ” ของหัวหน้างานอีกด้วย

2. เป็นหัวหน้างานที่ให้เกียรติ ซื่อสัตย์ และสนับสนุนพนักงาน

การมีหัวหน้าไม่ดีคือสาเหตุหลักที่ทำให้พนักงานอยากลาออก ดังนั้นการให้เกียรติ ซื่อสัตย์ และสนับสนุนคือการพิสูจน์ว่าคุณไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่พร้อมยกระดับพนักงานให้มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งตัวหัวหน้าเองก็ต้องเรียนรู้เสมอเพื่อให้คำพูดและคำแนะนำที่ออกไปมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ห้ามหยุดเรียนรู้เด็ดขาด เพราะเหตุผลง่าย ๆ ว่าถ้าเราเป็นคนที่ดีพอ พนักงานก็อยากร่วมงานด้วย และผลงานของทีมก็จะดีตามไปนั่นเอง

3. ปรับปรุงสวัสดิการให้เหมาะกับสถานการณ์

มีรายงานว่าปัจจุบันบริษัทในสหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดรับการดื่มแอลกอฮอล์ในออฟฟิศมากขึ้น ซึ่งเป็นการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เพราะพนักงานส่วนใหญ่กำลังอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transitional) ระหว่างการ Work From Home กลับมาสู่ออฟฟิศ ดังนั้นการทำให้พนักงานสบายใจก็จะช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากกว่าบีบบังคับให้กลับมาทำงานด้วยระบบเดิมเหมือนช่วงก่อนเกิดโควิด-19 จนกล่าวได้ว่า “ความสามารถในการปรับตัว” คือบริบทพื้นฐานที่ผู้บริหารสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานได้ทันที 

4. ให้โอกาสพนักงานพัฒนาตัวเอง ไม่กดดันจนเกินไป

เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อบริษัทเติบโตแล้วพนักงานจะรู้สึกมีแรงกระตุ้นให้อยากทำงานมากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งบริษัทที่เติบโตเร็วก็อาจทำให้พนักงานปรับตัวตามไม่ทันจนมีผลงานตกต่ำลงได้ วิธีที่ถูกต้องคืออย่ากดดันพนักงานแต่ให้ตรวจสอบดูระบบของตัวเองว่ามีการปรับตัวให้สอดคล้องกับการขยายตัวของบริษัทหรือไม่ ดังนั้นผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้พนักงานมีเวลาพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น ให้การสนับสนุนมากขึ้น เพราะจะทำให้พนักงานเปลี่ยนมุมมองจากการ “มาทำงาน รับเงิน และกลับบ้าน” ไปเป็น “พยายามยกระดับตัวเองเพื่อตอบแทนความเชื่อใจ” ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและตัวพนักงานเอง

5. ให้พนักงานเลือกเวลาเข้าออฟฟิศได้ตามใจ

หลังจากที่เกิดโรคระบาดขึ้น มีผลสำรวจออกมาว่าคนอังกฤษกว่า 4 ล้านคนมีความสุขกับเวลาทำงานที่สามารถเลือกได้เอง ดังนั้นแม้เวลาทำงานเดิมจะเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเคยตกลงร่วมกันเอาไว้แล้ว แต่บริษัทก็ควรนำบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงมาประกอบการพิจารณาเพื่อสร้างระบบใหม่อยู่ดี ทั้งนี้นอกเหนือจากการทำงานแบบ Hybrid หรือการเลือกวันเข้างานได้ตามใจแล้ว บริษัทก็สามารถลองจัดสรรเวลาทำงานสัก 2-3 รูปแบบเพื่อให้พนักงานเลือกได้เช่นกัน หากเป็นธุรกิจในรูปแบบที่ไม่สามารถทำออนไลน์ได้จริง ๆ

6. ชื่นชมความสำเร็จของพนักงาน

ผู้อ่านบางรายอาจเคยเห็นบริษัทที่ติดป้ายชื่นชมผลงานของพนักงานในแต่ละเดือน วิธีนี้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการสร้างตัวตันของพนักงานได้เป็นอย่างดี เพราะความพยายามที่มีคนเห็นและยอมรับ ย่อมดีกว่าความพยายามที่ตั้งใจแต่ไม่ถูกให้ความสำคัญอยู่ดี โดย Reward Gateway กล่าวว่าบริษัทที่ผู้บริหารชื่นชมความสำเร็จของพนักงานเสมอจะช่วยให้พนักงานมีผลงานดีขึ้นถึง 14%  และยังช่วยกระตุ้นให้พนักงานคนอื่น ๆ มีความตั้งใจมากกว่าเดิมเพื่อหวังจะได้รับคำชมแบบเดียวกันในอนาคต

ไม่ใช่แค่คำคมที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่สโลแกนบริษัทก็สำคัญ

รู้ไหมว่าเวลาคนเริ่มต้นทำธุรกิจ การคิดสโลแกนถือเป็นสิ่งท้าย ๆ ที่ผู้บริหารจะนึกถึงทั้งที่มันมีประโยชน์ต่อธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าสโลแกนธรรมดา ๆ อาจไม่โดดเด่นและเกิดประโยชน์ต่อธุรกิจมากนัก แต่การมองว่ามัน “ไม่สำคัญ” ถือเป็นเรื่องผิดพลาดที่สุด ทั้งนี้เพราะสโลแกนอาจสะท้อนถึงทัศนคติของบริษัท เช่น Just Do It ของ Nike หรือ ‘สถานที่ที่มีความสุขที่สุดในโลก’ (The Happiest Place on Earth) ของ Disneyland เป็นต้น 

นั่นหมายความว่าหากสโลแกนดังกล่าวติดปาก ติดตาผู้ซื้อเมื่อไหร่ สโลแกนนั้น ๆ ก็จะสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของบริษัทออกไปได้ง่ายขึ้น แถมยังต่อยอดไปเป็นสินค้าที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้เพราะสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในด้านการตลาดคือการตอบให้ชัดเจนในเวลาอันรวดเร็วที่สุดว่าบริษัทของคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ยิ่งเข้าใจได้ตั้งแต่การรับสารครั้งแรกยิ่งดี

Inspirational Quotes คำคมสร้างแรงบันดาลใจ : ทำไมพนักงานถึงอยากได้กำลังใจ และ HR ช่วยสร้างได้อย่างไร

อย่างบริษัทจัดหางาน Reeracoen มีสโลแกนว่า SUPER! ที่ประกอบไปด้วย 

  • S = Smile หมายถึงรอยยิ้ม ทัศนคติ และการกระทำในแง่บวก
  • U = Unity หมายถึงการที่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน
  • P = Professional หมายถึงการที่ทุกคนเป็นมืออาชีพ, ทำตามวัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ และพัฒนาตัวเองเสมอ
  • E = Energy หมายถึงการจดจ่ออยู่กับเนื้องาน และช่วยกระตุ้นซึ่งกันและกัน
  • R = Respect หมายถึงการเคารพ, เชื่อใจ, ยอมรับ และเข้าอกเข้าใจผู้อื่น

ซึ่งทีมบริหารจะย้ำในเรื่องนี้ทุกวันระหว่างการประชุมช่วงเช้า (Morning Assembly) กับพนักงานทุกคน การตอกย้ำเรื่องนี้ควบคู่ไปกับรายงานผลประกอบการจะไปกระตุ้นให้พนักงานมีแรงบันดาลใจมากขึ้น แถมยังช่วยให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันในการขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจต่อไป

จะเห็นว่าหากเรานำเสนอแนวคิด 5 ประกาศข้างต้นด้วยคำตามปกติ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะหลงลืม แต่เมื่อเอาพยัญชนะตัวหน้าของแต่ละข้อมารวมเป็นคำว่า SUPER ซึ่งเป็นคำคุ้นเคยของคนทั่วไป ก็สามารถช่วยให้พนักงาน หรือแม้แต่คนที่ได้พบเห็นเข้าใจวิสัยทัศน์ของบริษัททันที

บทสรุป

คำคมสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Quotes) คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ผู้บริหารมีความคิดที่เป็นระบบ (Structured) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจทุกชนิด คำคมที่ดีเปรียบเสมือนการยืมมือของผู้เชี่ยวชาญมาบริหารทรัพยากรบุคคลในที่ทำงาน ภายใต้แนวคิด ว่า “ประโยคเดียวกัน หากอยู่ในปากของคนที่อยากเชื่อ ก็จะมีผลต่อการรับรู้มากกว่า”

นั่นแปลว่าผู้บริหารสามารถเลือกหาคำคมในประเด็นที่อยากจะสื่อสารออกไปจากคำพูดของศิลปิน, นักกีฬา, นักธุรกิจ ฯลฯ ที่พนักงานคนนั้น ๆ ชื่นชอบ เพื่อให้เห็นภาพและเปิดใจรับฟังเรื่องราวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกองคาพยพของบริษัทสามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กันได้อย่างแข็งแรง

คุณมีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการคำตอบใช่หรือเปล่า?

หากคุณรู้สึกว่าได้รับเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้และอยากได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก

สามารถตั้งคำถามได้ในชุมชนของเรา ! แล้วคุณจะได้รับคำตอบมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ