CFR เคล็ดลับการสื่อสารที่พัฒนาองค์กรอย่างเหนือชั้นฉบับรวบรัด

Highlight
  • CFR ย่อมาจาก Conversation Feedback และ Recognition เป็นเครื่องมือช่วยในเรื่องสื่อสารระหว่างเจ้านาย-ลูกน้อง-เพื่อนร่วมงาน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บริหารความสัมพันธ์ของคนในองค์กร ทำให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
  • หลักการสำคัญของ CFR คือการสนทนาที่มีคุณภาพ การให้ฟีดแบคที่ดีกลับมาเพื่อการพัฒนาและก้าวไปข้างหน้า และการให้กำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายแต่ทรงพลัง เป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีให้ทีมหรือองค์กรก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้
  • เครื่องมือ CFR เป็นตัวช่วยที่ทำให้คนทำงานรู้สึกสบายใจ มีความสุข ได้ใช้ศักยภาพกันอย่างเต็มที่ สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกัน รับฟังและยอมรับข้อแตกต่างในกลุ่มบุคคลที่อยู่ร่วมกัน
หลายครั้งที่ปัญหาในองค์กรเกิดขึ้นมาจากคน เพราะคนเป็นองค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ องค์กร การบริการ ล้วนมีกลไกที่เป็นกุญแจสำคัญคือคน องค์กรแต่ละองค์กรจะก้าวหน้าหรือล้มเหลวก็ต้องขึ้นอยู่กับคนทั้งสิ้น ซึ่งหัวใจของการบริหารคนก็คือการพูดคุยกันเพื่อความเข้าใจ และให้กำลังใจกันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการใช้หลักการสำคัญอย่าง CFR เจ้าตัว CFR นี้เองคือเทคนิคดี ๆ ที่จะมาช่วยให้องค์กรของเราพัฒนาขึ้นอย่างเหนือชั้น ดังนั้นหากเราต้องการพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น ยิ่งต้องรู้จักการบริหารคนให้เป็น ซึ่งในบทความนี้เรามีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มีพลังอันยิ่งใหญ่ เป็นจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่เชื่อว่าถ้าแต่ละองค์กรลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่า CFR คืออะไร เราจะพาไปทำความรู้จักกันก่อน

ทำความรู้จักกับ CFR

หลายคนอาจยังสงสัยว่าทำไมต้องเป็น CFR? ย่อมาจากอะไร? คำตอบก็คือ CFR ย่อมาจาก Conversation Feedback และ Recognition เป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องสื่อสารระหว่างเจ้านาย-ลูกน้อง-เพื่อนร่วมงาน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยบริหารความสัมพันธ์ของคนในองค์กร เป็นตัวสร้างพลังขับเคลื่อนในการทำงาน ทำให้เกิดการไว้ใจกันในหมู่เพื่อนร่วมงาน ทำงานเป็นทีมได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะทำให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

หลักการทำงานของ CFR

หลักการสำคัญของ CFR คือการสนทนาที่มีคุณภาพ การให้ฟีดแบคที่ดีกลับมาเพื่อการพัฒนาและก้าวไปข้างหน้า และสุดท้ายคือการให้กำลังใจ เป็นสิ่งที่ง่ายแต่ทรงพลังและเป็นส่วนที่สำคัญมากเช่นกันในโปรแกรม CFR

C = Conversation

หากเกิดปัญหาในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเกิดจากการทำงานหรือปัญหาที่เกี่ยวกับคนก็ตาม ควรมีการพูดคุยกันถึงต้นตอของปัญหานั้น ๆ ก่อนที่จะมุ่งตรงที่ยังวิธีแก้ไขเลย ซึ่งอาจจะทำให้การแก้ปัญหาไม่ได้เป็นไปอย่างตรงจุด วิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการพูดคุยสื่อสารกันให้เข้าใจร่วมกันอย่างตรงประเด็น เข้าใจถึงความรู้สึกของทุกฝ่าย จะทำให้องค์กรพัฒนาได้อย่างราบรื่น มีผลการวิจัยพบว่าการพูดคุยกันตัวต่อตัวระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานอย่างน้อย 90 นาที จะช่วยให้ผลงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย

F = Feedback

การให้ฟีดแบคถือเป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่ค่อนข้างมีความสำคัญมากต่อการทำงาน ในระยะแรกผู้ได้รับฟีดแบคอาจจะยังรับไม่ได้กับความจริงที่ต้องเผชิญ แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้ได้รับฟีดแบคจะต้องรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้เขาได้แก้ไขใขส่วนที่ผิดพลาดของตัวเอง เกิดการพัฒนาไปในด้านต่าง ๆ การรับฟีดแบคไม่ควรมีแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นฝ่ายรับฟีดแบคแต่เพียงผู้เดียว ควรมีการผลัดกันให้ฟีดแบคด้วยการใช้คำพูดที่ดี ไม่ใช้อารมณ์ และมีเหตุผลเมื่อให้ฟีดแบคกับผู้อื่น ข้อสำคัญในการพูดคุยกันถึงฟีดแบคของแต่ละคนคือต้องมีใจที่เปิดกว้างและรับฟัง จะทำให้การทำงานพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

R = Recognition

ส่วนที่สำคัญที่สุดในทั้งสามส่วนก็คือส่วนนี้เอง ที่เราเรียกกันว่า Recognition หรือการชมเชย ความใส่ใจ ไม่ว่าใครก็อยากเป็นคนที่ถูกมองเห็น อยากมีตัวตนในสายตาคนรอบข้าง ยิ่งตั้งใจกับงานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากให้มีคนเห็นผลงานมากเท่านั้น การชมเชยไม่จำเป็นต้องชมเฉพาะเมื่อทำผลงานออกมาดี แต่เราสามารถเอ่ยชมและให้กำลังใจความตั้งใจของเพื่อนร่วมงานได้เช่นกัน Recognition เป็นส่วนที่สำคัญมากใน CFR เป็นสิ่งที่ เราทุกคนไม่ควรมองข้ามพลังอันยิ่งใหญ่ของสิ่งที่เรียกว่ากำลังใจ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีให้ทีมหรือองค์กรก้าวไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้

CFR ช่วยสนับสนุน OKR อย่างไร?

เมื่อเห็นคำว่า CFR หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำที่พ่วงมาด้วยก็คือ OKR เจ้าตัวนี้คือการกำหนดจุดประสงค์และเป้าหมายของงาน หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Objective Key Result และการที่จะทำ OKR ได้ จะต้องมี CFR เข้ามาคอยช่วยให้คอยบรรลุจุดประสงค์ เมื่อวัตถุประสงค์ชัดเจนแล้วก็ต้องลงมือทำคือการให้ฟีดแบคงาน การสอนงาน โดยอาศัยการสื่อความ การให้ฟีดแบคผลงาน และการให้กำลังใจ เพื่อให้คนทำงานได้รับคอมเมนท์กลับไปว่าผลงานดีตรงไหน พลาดตรงไหน ต้องปรับปรุงอะไรบ้าง นำไปสู่การพัฒนาและการบรรลุเป้าหมายขององค์กร

CFR มีประโยชน์อะไร?

การพูดคุย ถามไถ่ ชมเชย หรือให้กำลังใจกันระหว่างทีม เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย-ลูกน้องนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามีเป้าหมายร่วมกัน และไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานเป็นทีมคือการสื่อสาร และควรเป็นการสื่อสารที่ดี มีคุณภาพ แชร์เรื่องราวหรือปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่เป็นการตำหนิติเตียนกัน เครื่องมือ CFR นี้จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คนทำงานรู้สึกสบายใจ มีความสุข ได้ใช้ศักยภาพกันอย่างเต็มที่ สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกัน รับฟังและยอมรับข้อแตกต่างในกลุ่มบุคคลที่อยู่ร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเคล็ดลับที่จะทำให้องค์กรพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดอีกด้วย สำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์และเป้าหมายในการทำงานระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง เรามี 5 หัวข้อที่ควรหยิบยกมาพูดคุยกัน ดังนี้
  • การตั้งเป้าหมายในการทำงานและการให้ฟีดแบค
  • การอัพเดตการทำงานกันอย่างต่อเนื่อง
  • การพูดคุยกันแบบ coaching สองทิศทาง
  • การพูดคุยกันเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพ
  • การทบทวนงานที่วางแผนกันไว้

บทสรุป

เรื่องของคนเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้งานทั้งประสบความสำเร็จและประสบกับความล้มเหลวได้ หากเราบริหารคนไม่เป็น ไม่รู้จักการใช้หลัก CFR เข้ามาช่วยก็อาจจะทำให้ทีมหรือองค์กรเกิดปัญหาตามมาอย่างยิ่งใหญ่ ความสัมพันธ์ของมนุษย์แม้มีความซับซ้อนแต่ก็มีพลังอันยิ่งใหญ่เช่นกัน ทั้งผู้บริหาร HR หรือพนักงานต่างก็สามารถช่วยกันรักษาความสัมพันธ์ในที่ทำงานร่วมกันได้ ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น เสริมสร้าง Recognition ให้เป็นวัฒนธรรมหลักขององค์ได้ แค่นี้ก็ทำให้องค์กรของเราเติบโตและพัฒนาขึ้นไปได้อย่างเหนือชั้นและยั่งยืน

คุณมีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการคำตอบใช่หรือเปล่า?

หากคุณรู้สึกว่าได้รับเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้และอยากได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก

สามารถตั้งคำถามได้ในชุมชนของเรา ! แล้วคุณจะได้รับคำตอบมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ

Q&A HR Board

Relation Tags