ห้องทำสมาธิ (Meditation Room) เคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทชั้นนำ

เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อบริษัทเติบโตขึ้น รูปแบบการทำงานก็จะยิ่งเข้มข้นและตึงเครียดมากขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าปล่อยให้บรรยากาศเหล่านั้นปกคลุมบริษัทไปนาน ๆ ก็น่าจะส่งในแง่ลบต่อความรู้สึกของพนักงานจนไม่สามารถสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพออกมาได้ ดังนั้นเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “ห้องทำสมาธิ” (Meditation Room) วิธีแก้ปัญหาที่เป็นดั่ง “เคล็ดลับความสำเร็จ” ที่บริษัทชั้นนำของโลกเลือกใช้

ห้องทำสมาธิ (Meditation Room) คืออะไร

ห้องทำสมาธิคือพื้นที่พิเศษที่บริษัทจัดเอาไว้ให้พนักงานได้กลับไปจดจ่อกับตนเองในช่วงระยะหนึ่ง อาจเพื่อนผ่อนคลายจากความกดดัน, พักผ่อน, หลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียง หรือต้องการความสงบเพื่อใคร่ครวญถึงเรื่องราวบางอย่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานกลับมาทำงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความพร้อมที่สุด ทั้งนี้ห้องทำสมาธิไม่มีข้อจำกัดในเรื่องรูปแบบ บริษัทสามารถบริหารจัดการให้เหมาะกับวิถีของพนักงานได้เลย

ห้องทำสมาธิในบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นอย่างไร

1. Apple : มีพื้นที่สำหรับดูแลเรื่องสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานโดยเฉพาะอยู่ที่สำนักงานใหญ่ โดยบริษัทมีนโยบายให้พนักงานสามารถเข้าคลาสสมาธิได้คนละ 30 นาทีต่อวัน และมีห้องสำหรับเล่นโยคะที่มีขนาดใหญ่ถึงสองชั้น

2. Google : มีโครงการภายในเกี่ยวกับการทำสมาธิอยู่บ่อยครั้ง เช่นโครงการ Search Inside Yourself ที่ต้องการให้พนักงานรู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านการทำสมาธิ รวมถึงโครงการ Immersive Space Series ที่เป็นการสร้างห้องทำสมาธิโดยใช้เทคนิคด้านการจัดแสง สี เสียงเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระทบและเยียวยาหัวใจของพนักงานมากที่สุด

3. Sony : บริษัทมีนโยบายเรื่องคุณภาพชีวิตของพนักงานมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 โดยมีเป้าหมายเพื่อดูแลทั้งพนักงานและครอบครัวให้ดีที่สุด ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถขอรับคำปรึกษาแบบส่วนตัวได้ตลอดเวลา ทั้งนี้นอกจากห้องทำสมาธิแล้ว สำนักงานของโซนี่ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกายังมีห้องออกกำลังกาย, คาเฟ่เพื่อสุขภาพ และตลาดสดจากชาวสวนรายสัปดาห์อีกด้วย 

4. Facebook : ส่งเสริมการทำสมาธิให้พนักงานด้วยแนวคิด“สงบและสร้างสรรค์” (Calmness and Creativity) ดังนั้นนอกจากห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นเกมและข้าวของเครื่องใช้สำหรับการผ่อนคลายแล้ว บริษัทยังมีโครงการภายในแปลก ๆ เช่น “No Meeting Wednesdays” เพื่อสนับสนุนเรื่องการบริหารความเครียดของพนักงานไม่ให้ถูกกดดันเกินไป เพราะเชื่อว่าพนักงานที่มีความสุขและร่างกายแข็งแรงจะสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

5. Nike : บริษัทกีฬาชั้นนำของโลกแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความไวและการปรับตัวอยู่เสมอ “ร่างกายกับจิตใจที่พร้อม” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทต้องการมากที่สุด ดังนั้นบริษัทจึงจัดทำห้องทำสมาธิและห้องเรียนโยคะให้พนักงานใช้บริการได้ฟรี อีกทั้งยังมีห้องสำหรับงีบหลับหรือสวดมนต์ตามศรัทธาอีกด้วย 

ห้องทำสมาธิมีประโยชน์อย่างไร

1. ลดความเครียด : รู้ไหมว่าจากสถิติแล้วการลาออกมีสาเหตุมาจากความเครียดถึง 40% ดังนั้นการทำสมาธิที่ช่วยเยียวยาปัญหานี้โดยตรงจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด โดย MarketWatch กล่าวว่าการทำสมาธิจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของพนักงานที่มีอาการวิตกกังวล, เครียด, ซึมเศร้า ได้จริง

2. เพิ่มศักยภาพในการทำงาน : CRM รายงานว่ามีพนักงานบริษัทมากมายที่ไม่สามรรถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังหรือมีคนพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นห้องทำสมาธิจะไปดึงพวกเขาออกมาจากความวุ่นวายและช่วยให้กลับไปจดจ่อกับงานได้ดีขึ้น เพราะความโกลาหลเป็นเรื่องธรรมดาโดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในบริษัทที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการมีพื้นที่เล็ก ๆ ให้พนักงานตั้งสติได้บ้างก็ถือเป็นสิ่งที่บริษัทควรให้ความสำคัญ

3. ช่วยปรับทัศนคติของพนักงาน : เวลาเจอลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้าแย่ ๆ การได้ปลีกตัวออกมาคุยกับตัวเองเพียงไม่กี่นาทีสามารถเปลี่ยนมุมมองของสิ่งที่เพิ่งพบเจอได้เสมอ นอกจากนี้การที่บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตย่อมทำให้พนักงานรู้สึกอุ่นใจและเชื่อมั่นในองค์กรกว่าเดิม นอกจากนี้ยังช่วยให้พนักงานไม่ตัดสินใจในสภาวะทางอารมณ์ที่ผิดพลาด เพราะห้องทำสมาธิจะช่วยให้พนักงานมีพื้นที่ให้จดจ่อเพื่อวิเคราะห์ถึงเนื้อหานั้น ๆ อย่างจริงจังจนได้คำตอบที่ดีที่สุด

บทสรุป

อย่าลืมว่าแม้งานจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน แต่กลไกที่ช่วยให้บริษัทขับเคลื่อนได้มากที่สุดก็คือทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับพวกเขาก่อนที่จะสายเกินไป เริ่มต้นง่าย ๆ จากการทบทวนแผนงานให้เหมาะสม จัดสรรค์เวลาทำงานกับการพักผ่อนให้สมดุล ไม่ตึงเครียดจนเกินความจำเป็น แค่นี้ก็จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีพนักงานที่เชื่อมั่น พร้อมใช้ศักยภาพของตัวเองเพื่อพัฒนาบริษัทอย่างดีที่สุดแน่นอน

คุณมีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการคำตอบใช่หรือเปล่า?

Q&A HR Board

หากคุณรู้สึกว่าได้รับเทคนิคดี ๆ จากบทความนี้และอยากได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก

สามารถตั้งคำถามได้ในชุมชนของเรา ! แล้วคุณจะได้รับคำตอบมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญ

Q&A HR Board