HIGHLIGHT
|

ช่วงปลายปีแบบนี้ HREX.asia และ APCOM ขอเชิญทุกท่านมาสำรวจพื้นที่ของ “เอดส์” ในโลกของการทำงาน กับ Webinar ประจำเดือนธันวาคม เมื่อการอยู่ร่วมกับ HIV ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างในอดีต การทำความเข้าใจและมีความรู้มากพอเพื่ออยู่ร่วมกับคนที่มีเชื้อไวรัส จะช่วยสร้างโลกที่ดีและน่าอยู่มากขึ้นสำหรับทุกคน นอกจากนี้ การทำความเข้าใจเรื่องความแตกต่าง (Diversity) ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเพศสภาพ, เชื้อชาติ หรือศาสนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตั้งคำถามว่าเราควรทำอย่างไร ให้คนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่สุดต่างหาก
นี่คือเสวนาที่เราอยากให้ทุกท่านได้สัมผัส และหากคุณพลาดไป ก็สามารถอ่านบทสรุปได้จากที่นี่เลย
สรุปเสวนา HREX และ APCOM ชวนร่วม Webinar เพื่อความเข้าใจ HIV ในองค์กรให้มากขึ้น
หากเราพูดถึงคำว่า HIV ในปัจจุบัน เราจะมีชุดความคิดเก่า ๆ ประเภทที่มองว่าโรคนี้เป็นแล้วตาย, คิดถึงการมีเพศสัมพันธ์ หรือคิดถึงการกินยาตลอดชีวิต ความคิดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ก็เป็นเรื่องที่มีพัฒนาการอยู่ตลอดเช่นกัน ยกตัวอย่างยาฉีดบางชนิด ที่จะช่วยให้กระบวนการรักษาคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม โดยกระบวนการรักษาในปัจจุบันสามารถช่วยให้เชื้อเหลือในร่างกายน้อยมาก จนไม่สามารถส่งต่อไปที่อื่นได้ คือไม่ได้หายขาด แต่สามารถควบคุมได้ เราเรียกสภาวะนี้ว่า U=U นั่นเอง
สิ่งสำคัญอย่างแรกคือองค์กรต้องเลือกใช้คำที่ไม่เป็นการตีตราผู้ติดเชื้อ คือควรใช้คำว่า “ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ” มากกว่า “ผู้ติดเชื้อ” เพื่อลดมุมมองว่าผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อไปทำอะไรผิดพลาดมา ซึ่งเป็นคำที่ให้ความรู้สึกในเชิงลบ เพราะคนที่อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV มักมาพร้อมกับ “การตีตราตัวเองว่าผิด” โดยมีสาเหตุหลักอย่างหนึ่งมาจากมุมมองทางสังคม ในที่นี้การตีตราจะนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ ทำให้ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อหลายท่านไม่กล้าไปพบแพทย์ หรือหาแนวทางรักษาเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของผู้อื่น
องค์กรควรทำอย่างไรให้ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อไม่ถูกกีดกันไปจากองคาพยพของการทำงาน ? คำตอบคือเราสามารถสร้างกิจกรรม Team Building ขึ้นมาก็ได้ เพื่อให้คนมองเห็นศักยภาพของกันมากขึ้น มองเห็นว่าเพื่อนร่วมงานมีคุณค่า เพื่อลดทอนความคิดว่าคนอยู่ร่วมกับเชื้อน่าจะไม่สามารถทำงานได้เท่ากับคนที่ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้องค์กรยังควรทำให้บุคลากรเห็นว่าคนที่อยู่ร่วมกับเชื้อไม่ได้ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษจนลำบากคนอื่น อย่างกระบวนการให้ยาต้านเชื้อในปัจจุบันก็ไม่ได้ใช้เวลามากอีกต่อไป HR สามารถปฎิบัติกับคนอยู่ร่วมกับเชื้อเหมือนกับพนักงานที่มีอาการป่วยตามปกติได้เลย เป็นอาการป่วยที่สามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจก็คือพฤติกรรมของ HR หลังจากที่ทราบว่าพนักงานมีเชื้อ HIV แนวทางที่ถูกต้องคือการทำให้พนักงานไม่ต้องกังวลว่าเขาจะสูญเสียงานไป เพราะผู้อยู่ร่วมกับเชื้อจะมีความกังวลอีกมากมายที่ต้องจัดการ เช่นความสัมพันธ์กับครอบครัวและคนรัก ทั้งนี้ HR ยังสามารถช่วยแนะนำรายชื่อสถานพยาบาล และประกันสังคมเพื่ออำนวยความสะดวกให้
จากนั้นคือการแสดงออกขององค์กรอย่างชัดเจนว่าวัฒนธรรมของที่นี่คือการยอมรับกันและกันไม่ว่าจะมีบริบทรองรับแบบใด (Promote Awareness) เราสามารถพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงสมัครงาน หรือ Onboarding เพื่อทำให้พนักงานทุกคนเห็นว่าผู้อยู่ร่วมกับเชื้อปลอดภัย ไม่สามารถส่งต่อเชื้อได้อีกซึ่งเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายยังไม่มีความรู้มากพอจนรู้สึกกังวล แต่ท้ายสุดแล้วองค์กรก็ไม่ควรพูดอย่างเอิกเกริกจนเกินไป ควรจะเก็บเป็นความลับ (Confidentiality Assurance) ตราบใดที่มันไม่ได้ส่งผลกระทบกับการทำงาน และที่สำคัญมากก็คือเรื่องของ Community Engagement หรือการให้ภาคสังคมเข้ามาข่วยบริหารจัดการ เช่นการมอบถุงยางอนามัยพร้อมกับให้ความรู้เกี่ยวกับ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น
