
ยิ่งโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเป็นผู้นำก็เปลี่ยนจากการวัดกันที่ตำแหน่งหรืออำนาจ แต่วัดกันที่ศิลปะของการ “เข้าใจคน เข้าใจบริบท และปรับตัวให้ทันโลก” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องนำองค์กรฝ่าวิกฤติและความไม่แน่นอน
SEAC: BTS Group จัดงานเสวนาพิเศษ Uncover the Leadership Code และผู้ที่มาเปิดใจแบบไม่มีกั๊กก็คือ คุณมุก – ปนิษฐา บุรี ว่าที่ประธานกรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมการจัดการแสดงสินค้าโลก ผู้นำหญิงแห่ง BHIRAJ BURI GROUP ทายาทของ ดร.ประสาน ภิรัช บุรี และคุณประพีร์ บุรี ผู้ก่อตั้งศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC BANGNA มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตการทำงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำงานในธุรกิจครอบครัว การก้าวข้ามความไม่ถนัด ไปจนถึงการเป็นผู้นำในเวทีระดับนานาชาติ
เมื่อผู้นำระดับแนวหน้าของเมืองไทยเปิดเผยเส้นทางชีวิตการทำงาน เบื้องหลังความสำเร็จ และแง่มุมที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน HREX ไม่พลาดรวบรวมเคล็ดลับและแนวคิดการเป็นผู้นำแบบเจาะลึกทั้ง 6 ประการที่ HR และผู้บริหารยุคใหม่ต้องรู้ มาให้คุณแล้วที่นี่
Contents
Leadership Code #1 ความเป็นผู้นำเริ่มจากการ “สานต่อ” ไม่ใช่แค่ “เริ่มใหม่”
สิ่งที่กลายเป็นภาพจำติดตัวคุณมุกในความคิดของทุกคนก็คือ การเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ในการบริหาร BHIRAJ BURI GROUP แต่จริง ๆ แล้ว “Legacy” ของครอบครัวนั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยคุณทวดด้วยซ้ำ ทำให้เมื่อเธอได้เข้ามาจับธุรกิจของครอบครัวจริงจัง เธอยิ่งตระหนักถึงคุณค่าที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ และอยากสานต่อมันให้ไปไกลและดีกว่าเดิม
คุณมุกอาจบอกเป็นวันเดือนปีแน่นอนไม่ได้ว่า เริ่มเข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเริ่มตั้งแต่ตอนยังเด็กมาก ๆ เมื่อครอบครัวมักจะปลูกฝัง พาเธอไปออกงานต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นวิธีการทำงานของพ่อแม่ จนซึมซับวิธีคิด ซึมซับแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก การเติบโตมาโดยช่วยกิจการที่บ้านตั้งแต่เล็ก ๆ จึงทำให้เธออาจไม่ได้มีชีวิตวัยเด็กที่ได้เที่ยวเล่นสนุกสนานเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่ก็ลงเอยเป็นประสบการณ์ที่มีค่า
Leadership Code #2 ผู้นำต้องไม่ปิดกั้น ไม่หยุดขวนขวายหาความรู้
แม้คุณมุกจะมีประสบการณ์มากมาย แต่เธอกลับพูดอย่างถ่อมตัวว่า เธอไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่ใช่คนอดทนสูง แต่สิ่งที่เธอมีคือ “ความกระหายที่จะเรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นการฟังพอดแคสต์ การร่วมเสวนา หรือการพูดคุยกับผู้รู้
หนึ่งในหัวใจสำคัญของความเป็นผู้นำที่คุณมุกเน้นย้ำ คือการไม่อยู่แต่ใน Comfort Zone ของตัวเอง เธอเล่าว่าแม้เธอจะชื่นชอบงานออกแบบ แต่เส้นทางอาชีพของเธอเริ่มที่งานด้านการตลาดซึ่งไม่ใช่งานที่ถนัดและอยากทำแต่แรก แต่สถานการณ์ก็ทำให้เธอต้องเรียนรู้ และทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด
HR ก็เป็นอีกงานที่แม้จะไม่ได้ถนัด แถมยังต้องมาทำในช่วงเวลาที่องค์กรกำลังขาดแคลน HR สุด ๆ แต่เธอก็ถือโอกาสนี้เรียนรู้และเข้าใจกลไกองค์กร เข้าใจงาน Payroll งาน Organizational Development จนสามารถวางโครงสร้าง วางระบบขององค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง
คุณมุกย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่าเธอไม่ได้เก่งที่สุดในทุกด้าน แต่การไม่ปิดกั้นตัวเอง การไม่หยุดเรียนรู้ตลอดเวลา ถือเป็นคุณสมบัติของผู้นำในการนำองค์กรไปสู่เป้าหมาย
Leadership Code #3 Passion หาไม่เจอแต่แรกไม่เป็นไร แต่อย่าหยุดหา
คุณมุกเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเธอในธุรกิจครอบครัวไม่ได้มาจากความชอบหรือความฝัน แต่คือความรับผิดชอบและการซึมซับจากรุ่นพ่อแม่และรุ่นปู่ทวด สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นมรดกทางความคิดที่เธอค่อย ๆ เข้าใจมากขึ้นเมื่อเติบโต
เธอยอมรับว่า Passion ในการทำงานของเธอไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก แต่มันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากการลงมือทำ ผ่านความยาก ความผิดพลาด และการได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ และให้กำลังใจกับผู้ร่วมงานทุกคนว่า ถึงตอนแรกจะหา Passion ไม่เจอไม่เป็นไร แต่เราสามารถหาไประหว่างทางและต่อยอดได้ บางครั้งหากเราไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อาจเป็นเพราะยังไม่ได้ลงมือทำมากพอที่จะค้นพบก็เป็นได้

Leadership Code #4 บริหารความสัมพันธ์ให้เป็น แม้บางครั้งอาจต้องใจร้าย แต่ที่ทำไปเพื่อส่วนรวม
ในฐานะผู้นำหญิงที่ต้องบริหารทั้งทีมงาน ครอบครัว และพันธมิตรทางธุรกิจ คุณมุกพูดถึงศิลปะของการบริหารคนว่าต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ เหตุผล และความจริงใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องบริหารความสัมพันธ์กับคนที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ คนที่เธอพบเจอมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งต้องใช้ความกล้ามาก ๆ เพื่อบริหารและคนที่อาจไม่เข้ากับองค์กรแล้ว ทั้งปัจจัยด้าน Performance แต่รวมถึงทัศนคติด้วย
บางครั้ง การตัดสินใจให้ใครบางคนออกอาจดูเป็นเรื่องใจร้าย แต่ก็อาจทางเลือกเดียวที่จะทำให้องค์กรไปต่อได้
Leadership Code #5 ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ และสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม
ตลอดเส้นทางการทำงานของคุณมุก เธอไม่ได้หลีกเลี่ยงความท้าทายเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเกินเวลา การทำหน้าที่ที่ไม่ถนัด หรือการเข้าไปบริหารงานที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน เธอเลือกที่จะ “ลงมือทำ” และ “ทุ่มเทเต็มที่” ก่อนจะตัดสินว่าสิ่งนั้นใช่หรือไม่ใช่สำหรับเธอ
สำหรับผู้นำ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่มีเป้าหมาย แต่ต้องกล้าตั้งเป้าที่ท้าทาย และแสดงให้ทีมเห็นว่า เราไม่กลัวที่จะลงมือก่อน สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังวัฒนธรรมของความกล้าและความพยายามให้ทั้งองค์กร
Leadership Code #6 ผู้นำยุคใหม่ต้องรู้จักตัวเอง
เมื่อคุณมุกก้าวสู่เวทีโลก ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ขนาดของงาน แต่คือความซับซ้อนของบริบท ความแตกต่างของ Stakeholder และความจำเป็นในการ “เข้าใจความต่าง” ก่อนจะพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร
คุณมุกมองว่าขึ้นชื่อว่างานของผู้นำล้วนยากอยู่แล้ว และเราจะมีสงสัยว่าเราตัดสินใจถูกต้องไหมเสมอ แต่ถ้าจะเป็นผู้นำระดับโลกต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเอง รู้ว่าจุดแข็งคืออะไร และต้องเป็นตัวของตัวเอง ขณะเดียวกันหากมีเรื่องใดที่ไม่รู้ ก็ต้องไม่กลัวที่จะถามหรือขอคำปรึกษาจากผู้รู้ และปรับเข้าหาคนอื่นด้วย
งานของ HR และผู้บริหารต้องไม่หลงไปกับสูตรสำเร็จ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน แต่สุดท้ายแล้ว ขอเพียงเข้าใจบริบทขององค์กรและคนในแต่ละช่วงเวลา เราก็จะเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมจริง ๆ อย่างแน่นอน
บทสรุป
ถ้าเส้นทางความเป็นผู้นำของคุณมุกสอนอะไร HR ได้บ้าง สิ่งนั้นก็คือ “ภาวะผู้นำที่แท้จริง” ไม่ได้ถูกกำหนดโดยตำแหน่งหรือใบปริญญา แต่หล่อหลอมจากความกล้าที่จะเผชิญความท้าทาย ความอดทนในการฝ่าฟันอุปสรรค และวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล
เบื้องหลังความสำเร็จของผู้นำระดับโลกอย่างคุณมุกคือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการเคารพรากฐานกับความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง การไม่หยุดเรียนรู้แม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งสูงสุด และความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง
สำหรับผู้นำและนัก HR ยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับโลกอันผันผวน บทเรียนเหล่านี้ชี้ว่า ความเป็นผู้นำที่ยั่งยืนและทรงพลัง ไม่ใช่แค่การบริหารทีมให้บรรลุเป้าหมาย แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจ การรู้จักตัวเองอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง และการกล้าผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่เคยง่ายดาย

