HIGHLIGHT
|

ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน กำลังคนคือสิ่งที่จะทำให้งานสามารถเดินไปได้อย่างเต็มสมรรถนะ การวางแผนพัฒนาบุคคลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าที่ทุกคนคิด ในโอกาสนี้ SEEN จึงจัดงานสัมมนาในหัวข้อ SEENinsight ‘Spot The Talent with Data : “TALENT” Competency Insight รู้ก่อน คว้าคนที่ ‘ใช่’ ได้ก่อนใคร ซึ่งเนื้อหาในงานนี้จะพา HR ยุคใหม่ไปใช้ Competency Data เพื่อยกระดับการหา TALENT ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เสวนาจะเน้นไปที่การทำความรู้จักกับ Talent แบบเจาะลึก, เรียนรู้การเฟ้นหาคนที่ใช่แบบ Skills-Based Hiring และศึกษาเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณเจอคนที่ ‘ใช่’ ได้ง่ายกว่าเดิม โดยมีผู้บรรยายคือคุณเมธวิน ปิติพรวิวัฒน์ CEO & Co-founder แห่ง BASE Playhouse และ คุณกฤษณ์ วิริยะสิทธารถ Assistant Research & Development Manager
HREX.asia เล็งเห็นถึงความสำคัญของเสวนานี้ และได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจมาให้กับทุกท่านแล้ว อ่านทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้ได้จากบทความนี้
เราสามารถสรุปคำว่า Talent ออกมาได้ใน 3 องค์ประกอบ ได้แก่
- Talent คือ High Performer หรือ High Potential : คนที่มีศักยภาพในการเติบโตในองค์กร สามารถทำหน้าที่ปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม (Outstanding) ที่สำคัญคือต้องมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่เพื่อต่อยอดได้อย่างแข็งแรง
- Talent คือ Excellence Input & Ability : ความสามารถที่ดูผ่านตัวบุคคล วัดกันที่ความฉลาดว่าคน ๆ นั้นเก่งหรือไม่ ทำผลงานได้ดีกว่าคนอื่นหรือไม่
- Talent คือคนที่มีรูปแบบการทำงานสอดคล้องกับ Core Value และ Culture ขององค์กรหรือไม่
และเมื่อเราพูดเรื่องของ Talent เราต้องรู้จักเรื่องการเปรียบเทียบ ต้องมีไม้บรรทัดบางอย่างมาวัดว่าพนักงานคนดังกล่าวเหมาะสมกับองค์กรจริงหรือไม่ ดีหรือด้อยกว่าคนอื่นในองค์กรอย่างไร ซึ่งกระบวนการคิดตรงนี้ไม่มีผิดหรือถูก เพียงแต่ต้องมีแก่นในการพิจารณาอย่างงครบถ้วนสมบูรณ์
ผู้บรรยายกล่าวว่าคนที่มี Talent จริง จะอยู่ในจุดไหนก็ต้องเอาตัวรอดได้ ไม่ว่าจะอยู่ใน Career Path แบบไหนก็ตาม โดยคนที่มีทักษะนี้จะต้องเก่ง 3 ด้าน คือเก่งงาน, เก่งคน และต้องพร้อมพุ่งชนกับทุกปัญหา สามารถไปต่อได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเจอกับความท้าทายที่ยากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งพอเข้าใจเรื่องความสำคัญของ Talent แล้ว เราต้องมาดูถึงภาพรวมของตลาดเกี่ยวกับการแย่งคนที่มีความสามารถ โดยมีรายละเอียดดังนี้

McKinsey มีข้อสรุปจากการสำรวจตลาดแรงงานในปี 2023 ออกมาว่าเมื่อเกิดโควิด-19 ในปี 2021 ขึ้นมานั้น ทำให้พนักงานเริ่มตกผลึกว่าความต้องการจริง ๆ คืออะไร, ทัศนคติเปลี่ยนไป จนเกิดสถานการณ์ The Great Resignation ขึ้นมา โดยมีคนลาออกแบบสมัครใจทั่วโลก 4.3 ล้านคน ซึ่งเป็นการลาออกที่ไม่มีอะไรรองรับเลยด้วยซ้ำ
ปัญหานี้ทำให้เกิดปัญญาตำแหน่งว่างถึง 10.9 ล้านตำแหน่ง ไม่สอดคล้องกับจำนวนคนที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในแต่ละปีที่มีเพียง 6.3 ล้านคน เราจึงกล่าวได้ว่าโลกธุรกิจในปัจจุบันมีคนในระบบน้อยกว่าที่เคย การแข่งขันขององค์กรต่าง ๆ จึงมีความเข้มข้นสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นว่าอยู่ในช่วงที่ Demand – Supply ขัดแย้งกันอยู่ราว 40% นับเป็นตัวเลขที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ
สาเหตุที่ทำให้คนลาออกกันมากขึ้นในมุมมองของผู้บรรยายมีดังนี้
- การลาออกไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไปสำหรับคนยุคนี้ นี่คือค่านิยมที่เปลี่ยนไปหากเทียบกับความคิดของคนในอดีตที่สนใจความมั่นคงเป็นสำคัญ
- คนหางานที่มีความหมายมากกว่าเดิม ถ้าองค์กรให้ไม่ได้ ก็อยากเปลี่ยนงานหรือลาออกดีกว่า
- การลาออก ไม่ใช่ความเสี่ยงที่น่ากลัวอีกต่อไป เพราะมีงานให้ทำอีกหลายอย่าง
- การลาออกคือการ “ไม่ทนอีกต่อไป” คือไม่ทนกับวัฒนธรรมที่ไม่ดี, ไม่ทนกับสวัสดิการที่ไม่ใช่ และไม่ทนกับองค์กรที่ไม่ใส่ใจเรื่อง Work Life Balance
วิธีแก้ไขปัญหานี้ที่สำคัญก็คือการเลือกคนให้เหมาะสม มีศักยภาพในการคัดตัว สามารถคัดตัวคนได้ถูกต้องตั้งแต่แรก ไม่ต้องเจอกับ Hidden Cost เพิ่มเติม หรือร้ายที่สุดคือการเสียเวลามาหาคนใหม่ และอีกอย่างที่สำคัญคือการสร้าง Pool of Talent คือการทำ Branding ให้น่าดึงดูด และหาเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างองค์กรกับผู้สมัครที่ชัดเจน แน่นแฟ้นขึ้น เช่นการสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยที่ทำให้เรามีโอกาสเข้าถึงแรงงานที่มีฝีมือได้ก่อนใคร นี่คือ Talent Landscape ที่ทำให้องค์กรวางแผนเบื้องต้นได้อย่างมีขั้นตอนนั่นเอง
