Search
Close this search box.

สรุปเรื่องที่ต้องรู้จากเสวนา “HR Trends 2023 vs 2024” สรุปเทรนด์เก่า ทำนายอนาคตเทรนด์ใหม่ที่ HR และองค์กรต้องรู้

HIGHLIGHT

  • โควิด-19 ได้ทำให้โลกของ Hybrid Working เติบโตขึ้น แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานจากที่บ้านมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด HR ต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามันคือแนวทางที่เหมาะสมกับองค์กรที่สุดหรือไม่ และต้องพิจารณาว่าเราควรใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุดอย่างไร
  • แนวคิดที่น่าสนใจของคนในปัจจุบันก็คือการมอง่า “หากต้องอดทน” ก็แปลว่าเราไม่ได้รักงานนั้นมากพอ ดังนั้น HR ต้องตอกย้ำให้พวกเขาเห็นว่า “การอดทน” เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ (Part of Learning) ที่จำเป็นต้องมีใน Employee Journey
  • ผลสำรวจที่น่าสนใจระบุว่าเรื่องที่พนักงานตอบว่า “ไม่ชอบ” ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่พวกเขายังไม่เคยลงปฏิบัติจริงด้วยซ้ำ ดังนั้น HR ต้องตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน หรือทดลองเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำ เพื่อทำให้เกิดการสร้างสรรค์มุมมองใหม่ ๆ มากขึ้น
  • แม้ HR จะพูดถึงคำว่า Transformation บ่อย ๆ แต่ HR กลับกลายเป็นหน่วยงานที่เปลี่ยนแปลงเองจริง ๆ น้อยที่สุดแล้ว ที่สำคัญคำว่าเปลี่ยนในยุคนี้ต้องก้าวไปไกลถึงระดับผู้บริหารด้วย เราต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน จะได้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด

HkjREX Cover

เมื่อสภาพการทำงานเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กรก็เปลี่ยนไปเช่นกัน การหา Talents ทำได้ยากพอ ๆ กับการรักษาคนเก่าให้ยังอยู่ภายในองค์กร ดังนั้นความท้าทายของ HR และผู้บริหารในปีหน้าจะมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นของ Employer Branding, Career Restructuring หรือการพัฒนาตำแหน่งงาน และความก้าวหน้าทางอาชีพ เพื่อการเติบโตสำหรับคนเก่ง รวมถึงเรื่องของ Transformation ที่เราพูดทุกวัน แต่บางทียังทำน้อยไป (หรือ Focus ผิดจุด) หรือไม่ และ HR ต้องมีบทบาทอย่างไร

เหตุนี้ FutureSkill for Business ได้ร่วมมือกับ HREX.asia เปิดสัมมนาออนไลน์ฟรี ส่งท้ายปี หัวข้อ “HR Trends 2023 vs 2024” สรุปเทรนด์เก่า ทำนายอนาคตเทรนด์ใหม่ที่ HR และองค์กรต้องรู้ โดยมีวิทยากรคืออาจารย์ ดร.สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ (หนึ่ง) กรรมการสมาคม PMAT อาจารย์หลักสูตร Design, Business & Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับรองว่าเสวนานี้จะได้ประโยชน์ เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้ที่สนใจทุกคนแน่นอน

สรุปเสวนา

ปี 2023 ที่ผ่านมา สิ่งที่ต่อยอดมาจากช่วงโควิด-19 ก็คือการเติบโตของกระแส Work From Anywhere แต่ก็มีการตรวจสอบให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ให้สอดคล้องเหมาะสมกับกระบวนการทำงานในองค์กรมากยิ่งขึ้น แต่ในปี 2024 ที่กำลังจะถึงนี้ เราต้องมองว่ามันเป็นยุคที่เป็นดั่งรอยต่อที่ HR ต้องให้ความสำคัญในหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาพนักงาน (Talent Retention) เพราะอัตราลาออกได้พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ คนเก่งก็เปลี่ยนงานบ่อยขึ้น เราจึงต้องหาเหตุผลให้เจอ จะได้วางแผนบริหารจัดการให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด เพราะตอนนี้ Mindset ของคนในตอนนี้ต่างพร้อมที่จะรับความเสี่ยง ยินดีรับเงินที่น้อยลงหากสามารถมีโอกาสทดลองทำอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น 

คนยุคนี้มองว่าการทำงานไม่จำเป็นต้องอดทน เพราะการอดทนแปลว่าไม่มีแพสชั่น ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำอย่างแท้จริง ดังนั้นในปีหน้าเราต้องเปลี่ยนแนวคิดของคนให้รู้สึกว่าการอดทนไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ (Part of Learning) เราต้องทำให้พนักงานเห็นว่าคนในยุคนี้ต้องพยายามเพื่อบางสิ่งบางอย่าง ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ 

คำว่า “ไม่ชอบ” ของคนโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งขนาดนั้น โดยผู้บรรยายกล่าวว่าคนที่พูดว่า “ไม่ชอบ” ส่วนใหญ่ ไม่เคยลองทำสิ่งเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ เราจึงต้องหาคำตอบว่าเราจะไปต่อได้อย่างไร โลกของ HR ในยุคที่คนพร้อมจะลาออกไปลองทำอย่างอื่นและกลับมาเป็น Boomerang Employees จะก้าวไปในลักษณะไหน ดังนั้น HR ต้องมีความเข้มข้นในการพิจารณาเรื่อง Upskill / Reskill ของบุคลากรให้มากกว่าเดิม

สิ่งที่เราต้องพูดกันเป็นหลักในตอนนี้ก็คือคำว่า Career Restructuring เพื่อดูว่าองค์กรและบุคลากรจะโตขึ้นได้อย่างไร เราต้องเข้าใจว่าไม่มีตำแหน่งไหนในองค์กรที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด เพราะมันขึ้นอยู่กับช่วงเวลา โดยเฉพาะปัจจุบันที่ความต้องการของโลกเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วมาก สิ่งสำคัญคือเราต้องดูวิธ๊การเติบโตขององค์กร ต้องให้ความสำคัญกับทุกปัจจัย ต้องรู้ว่าจะไปหาทรัพยากรมาจากไหน ซึ่งการคิดค้นเรื่องเหล่านี้ต้องมาพร้อมกับความเข้าใจว่าลูกค้ามี Journey ไม่เหมือนเดิมในการเข้าหาเราอีกต่อไป เราต้องเข้าใจว่าเราสื่อสารกับพวกเขาได้ตรงจุดและมากพอ ต้องรู้จักปรับปรุงให้มีมิติ สอดรับกับกระแส จะทำแบบเดิมและคาดหวังให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป

เราต้องมองว่าการทำงานของเราก่อให้เกิดเนื้อ (Content) แบบใด และเนื้อหานั้นจะสร้างโอกาส (Chance) ใหม่ ๆ ให้กับองค์กรได้อย่างไรบ้าง เราต้องถามตัวเองทุกวันว่าสิ่งที่ทำอยู่ร่วมสมัยหรือเปล่า ดีพอหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เราต้องกลับมาคิดว่าเมื่อเราพูดถึงคำว่า Transformation นั้น องค์กรของเราโฟกัสได้ถูกจุดหรือไม่ เพราะหน้าที่ของ HR จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีองค์ประกอบหลักอย่างหนึ่งก็คือการเติบโตของเทคโนโลยี (Digital Factors) ในที่นี้ HR ต้องมั่นใจว่าพนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือได้อย่างเต็มที่ ต้องรู้จักวิธีใช้ ไม่ใช่ว่ามีเครื่องมือที่ดีมากแต่จำกัดคนใช้งานได้อยู่เพียงไม่กี่คน

แต่สิ่งที่ผลวิจัยบอกว่ามีความเปลี่ยนแปลง (Transformation) น้อยที่สุดก็กลับเป็นแผนก HR เอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะนี่คือจุดที่สำคัญต่อการวางรากฐานองค์กร ซึ่งควรเริ่มจากการตั้งคำถามว่า HR กับ CEO เห็นภาพของคำว่า “เปลี่ยนแปลง” เหมือนกันไหม เราต้องแก้ไขตรงนี้ก่อนเป็นอย่างแรก และหลังจากนั้นก็ต้องมาดูว่าสิ่งที่เรามอบให้พนักงาน (Input) เช่นวิธีสื่อสาร, วิธีอบรม ได้ถูกคิดมาให้ “ถูกจริต”​กับพนักงานหรือเปล่านั่นเอง ซึ่งการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้คือการสำรวจตัวเองว่าเราจัดการปัญหาในปีนี้ได้ดีไหม และเรามีทักษะที่พร้อมสำหรับปีต่อไปหรือยัง โดยการพัฒนาตัวเองไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในส่วนของพนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มผู้บริหาร (Executive) อีกด้วย

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้