
HREX ส่งท้ายเดือนมิถุนายน เดือนแห่งความหลากหลาย Pride Month ด้วยการจัด Webinar ชวนเสวนาเรื่อง ถอดรหัส Diversity: การสื่อสารเพื่อสร้างความหลากหลายในองค์กร เพื่อชวนให้เห็นความสำคัญของการเติมเฉดสีแห่งความหลากหลาย เติมความแปลกใหม่แล้วยกระดับองค์กรไปอีกขั้น
งานนี้ได้คุณ เตเต้ – สิรภพ แก้วมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Rainbowlogy มาเป็นวิทยากร ให้ความรู้และมุมมองน่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารและนโยบายด้านความหลากหลายที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปประเด็นสำคัญที่ HR ควรรู้มาให้แล้วในบทความนี้เลย
Contents
ถอดรหัส Diversity : ความหลากหลาย สิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์
คุณเตเต้เล่าว่า จากประสบการณ์ของเขา มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ทุกคนในสังคมย่อมต้องการเป็นสมาชิกในสังคมใดสังคมหนึ่งทั้งนั้น และนั่นเป็นสิทธิพื้นฐานมาก ๆ ที่ประชาชนคนหนึ่งควรได้รับ
และเมื่อคนเป็นสมาชิกในสังคมใดสังคมหนึ่งแล้ว จะรู้สึกมีความปลอดภัยที่จะอยู่ในสังคมนั้น ในทางกลับกัน หากหลายคนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในสังคม เขาก็ย่อมรู้สึกว่าอยู่ในสังคมแล้วไม่ปลอดภัยทั้งทางกายและใจ
ดังนั้น จึงเป็นภารกิจที่คุณเตเต้อยากผลักดันให้สังคมเข้าใจในความหลากหลาย โอบรับความหลากหลาย เพื่อให้ความหลากหลายนั้นเกิดเป็นความสวยงามในสังคม
“ความเป็นมนุษย์ หมายถึงการยอมรับในความเชื่อ การยอมรับในความหลากหลายซึ่งกันและกัน และสังคมที่ยอมรับในความเชื่อ ความหลากหลายของผู้คน ย่อมเป็นสังคมที่น่าอยู่กว่าสังคมที่ปิดกั้น ไม่ยอมรับในกันและกัน”
ถอดรหัส Diversity : หัวใจหลักของการสื่อสาร คือการสร้างความเข้าใจร่วมกัน
คุณเตเต้ เริ่มจากการเกริ่นว่า การสื่อสารไม่เพียงแค่สำคัญกับองค์กร แต่สำคัญกับความเป็นมนุษย์ เพราะหัวใจหลักของการสื่อสารคือการสร้างความเข้าใจร่วมกัน
เพราะอย่าลืมว่าคนคือสัตว์สังคม ดังนั้นเมื่ออยู่ในสังคมเราต้องสื่อสารกันเสมอ บางคนอาจคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับใคร แต่ในความเป็นจริงเราต้องพึ่งพากันเสมอ และการสื่อสารจะช่วยทำให้ผู้คนเข้าใจกันและกัน และพากันและกันไปสู่เป้าหมาย
ในมุมองค์กรก็เช่นกัน พนักงานเองต้องการความเข้าใจในงาน ส่วนผู้บริหารต้องการให้พนักงานเข้าใจจุดยืนขององค์กร และบ่อยครั้งจึงมีปัญหาเพราะแต่ละฝ่ายไม่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ดังนั้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มีความกระจ่างชัด จะช่วยลดความขัดแย้ง และส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จได้

ถอดรหัส Diversity : ความท้าทายของการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจมุมมองและความเชื่อของกันและกัน
จากการทำงานเพื่อส่งเสริมด้านความหลากหลายในองค์กรมานาน คุณเตเต้พบว่า การสื่อสารในองค์กรนั้นมีความท้าทายหลายอย่าง เพราะแต่ละองค์กรยังมีการแบ่งเขาแบ่งเราอยู่ ทั้งแบ่งเขาแบ่งเราทางเพศ ความเชื่อ ไปจนถึงการแบ่งแผนก
ทั้งนี้ หลายองค์กรก็มีการออกกฎระเบียบออกมาหลายอย่างเพื่อกำกับดูแลพนักงาน แต่กฎบางอย่างก็ไม่สามารถบังคับได้จริงกับคนทุกคนอย่างเท่าเทียม เช่น การออกกฎเรื่องการบวช ในบางองค์กรให้แค่ผู้ชายลาบวชได้ แต่กลับไม่มีกฎที่ให้ผู้หญิงลาบวช ซึ่งเป็นกฎที่มีการกีดกันทางเพศอยู่
หรือการที่อนุญาตให้พนักงานหญิงลาคลอด ลาไปเลี้ยงดูลูกได้ แต่ไม่อนุญาตให้ผู้ชายลาคลอดไปดูแลภรรยาและลูก เป็นต้น
เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความกระอักกระอ่วนในกฎเกณฑ์ แสดงว่ามันมี Power Abuse หรือมีอำนาจบางอย่างแฝงอยู่ และคอยกดดันให้คนรู้สึกผิดหากจะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่ตรงกับกฎที่ระบุไว้ ทั้งที่กฎบางอย่างอาจขัดกับสิทธิ์ที่มนุษย์พึงมี
แล้วเราควรจะมีการสื่อสารที่สนับสนุนให้เกิดความเข้าใจในมุมมอง ความเชื่อของผู้อื่น คนในองค์กร ไปจนถึงคนในสังคม เมื่อทุกคนเกิด Empathy ต่อกันจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และก้าวไปสู่เป้าหมายได้อย่างราบรื่นพร้อมกัน
ถอดรหัส Diversity : ความหลากหลายในไทย ยิ่งเยอะ ยิ่งกดขี่กันง่าย
คุณเตเต้ นิยามว่าเมื่อพูดถึงความหลากหลาย สามารถแบ่งออกมาได้เป็นเรื่องหลัก ๆ ดังนี้
- เพศ
- พจน์ (Physical Appearance)
- ผิว
- พันธุ์ (ชาติพันธุ์)
- ชนชั้น วรรณะ
- การศึกษา
- อายุ
- ศาสนา
- ความเชื่อ
โดยในประเทศไทยก็มีความหลากหลายเหล่านี้เยอะมาก และคุณเตเต้มองว่ายิ่งมีเยอะมาก ก็ทำให้เกิดการกดขี่ข่มเหงกันได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย
“เรื่องความหลากหลายจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และทำให้หลายคนมองว่ามันยากที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมได้ง่าย เพราะบางคนยังต้องการให้ผู้อื่นมองในยศใดยศหนึ่ง แต่ไม่ได้ต้องการให้คนอื่นมองตัวเองเป็นมนุษย์เหมือนกัน”
ถอดรหัส Diversity : 12 วิธีสื่อสาร แบบไหนที่ใช่คุณ ?
คุณเตเต้ แจกแจงว่า การสื่อสารโดยหลัก ไม่ว่าจะสื่อสารผ่านคำพูด ตัวอักษร หรือวิธีใดก็ตาม สามารถสื่อสารได้ 12 แบบ ดังนี้
- สั่งการ จัดแจง ควบคุม (คนที่สื่อสารแบบนี้จะคิดแทนเขาแล้วสั่งการเลย)
- ตักเตือน ข่มขู่
- สอน เทศน์เชิงศีลธรรม (พี่เข้าใจ แต่ทำไปเถอะ เดี๋ยวก็สบาย)
- นำเสนอแนวทางแก้ไข รีบแนะนำ
- ใช้ตรรกะเชิงหักล้าง โต้เพียง
- วิพากษ์วิจารณ์ ตัดสินและกล่าวโทษ
- รีบชมเชย เห็นด้วย สนับสนุน
- ตีตรา ตัดสิน แปะป้าย
- ครุ่นคิด วิเคราะห์ วินิจฉัย
- รีบปลอบใจ รีบเห็นอกเห็นใจ (มีเซนส์จับ Empathy เร็ว)
- ตั้งคำถามซอกแซก หาข้อเท็จจริง (เป็นอะไรไหนเล่าซิ ? สนใจเรื่องชาวบ้าน ซึ่งพบในคนไทยมากเป็นพิเศษ)
- เลี่ยง เบี่ยงประเด็น (ทำให้ลืมปัญหา แล้วไปทำอย่างอื่นแทน เช่น ชวนไปหาอะไรกินให้ลืมเรื่องที่กวนใจ)
การสื่อสารทั้ง 12 แบบนี้ คุณเตเต้ยืนยันว่าสามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ แต่สิ่งที่ต้องทำก่อนใช้ก็คือ ประเมินและดูบริบทก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น และควรใช้อะไรจึงจะเกิดผลดีต่อทุกฝ่ายที่สุด
และส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กรก็เพราะใช้การสื่อสารผิดรูปแบบ ผิดสถานการณ์นั่นเอง ซึ่งแสดงว่าเรายังประเมินผู้อื่นน้อยเกินไป สังเกตผู้อื่นน้อยไป

ถอดรหัส Diversity : ก่อนสื่อสารเรื่องความหลากหลายทางเพศสู่ภายนอก สื่อสารให้คนในองค์กรแล้วหรือยัง ?
ในเดือน Pride Month เรามักจะเห็นหลายองค์กรสื่อสารออกมาในขบวนพาเหรดว่า สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
แต่คุณเตเต้ให้คำแนะนำว่า ก่อนที่องค์กรเหล่านั้นจะสื่อสารถึงคนนอกองค์กร อยากให้องค์กรหันกลับมาสำรวจตัวเองก่อนว่า องค์กรเองดูแลคนข้างใน ให้ความสำคัญกับความหลากหลายภายในดีแล้วหรือยัง
คุณเตเต้ บอกว่าจากประสบการณ์ตรง เคยได้รับการชักชวนจาก น้าเน็ก ให้เข้าไปทำงานตำแหน่ง Creative เพราะน้าเน็กอยากเห็นพนักงานที่เป็นกะเทยคนแรกขององค์กร มาช่วยเสริมมุมมองที่แปลกใหม่ ทำให้รายการโทรทัศน์ที่ผลิตขึ้นมีสีสัน และเห็นมุมมองที่แตกต่างหลากหลาย สนุกไปอีกแบบ
กรณีนี้ก็สอดคล้องกันกับการที่หลายองค์กรมารณรงค์เรื่องความหลากหลายทางเพศในเดือน Pride Month การสื่อสารถึงคนภายนอกเป็นเรื่องดี แต่บางองค์กร หากไม่เคยเป็นมิตรต่อ LGBT+ พนักงานที่เป็น LGBT+ เองก็ย่อมไม่อยากบอกใครว่าทำงานที่นี่ ไม่อยากชักชวนให้คนอื่นมาทำงานด้วย และมันจะส่งผลเสียต่อตัวองค์กรเอง
และคำพูดของพนักงานที่มีประสบการณ์ตรงจากภายใน ย่อมมีพลังมากกว่าคำพูดขององค์กรที่ป่าวประกาศออกไปในที่สาธารณะ
ถอดรหัส Diversity : จะก้าวสู่สังคมที่โอบรับความหลากหลายได้ ต้องเริ่มจากการยอมรับตัวเอง
สุดท้าย คุณเตเต้เน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงองค์กร การจะเปลี่ยนแปลงโลกให้เข้าใจและโอบรับความหลากหลายได้ สิ่งสำคัญต้องเริ่มจากการที่ตัวเราเองเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน แล้วเมื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว ก็จะสามารถไปเปลี่ยนสิ่งอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่าด้วย
หากเราอยากให้คนยอมรับ เราก็ต้องเริ่มจากการยอมรับตัวเองก่อน เราเริ่มพูดคุยกับพนักงานคนอื่นแบบมนุษย์หรือยัง เรายอมรับให้คนอื่นมองเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของกันและกันหรือยัง
เมื่อนั้น เราจะพัฒนาไปสู่ความสมบูรณ์มากขึ้น เคารพซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีร่วมกัน
