Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO & HR Director Forum – Future of Manpower

สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO & HR Director Forum - Future of Manpower

เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายที่รอบด้านล้วนส่งผลกระทบต่อทุกคนในทุกอุตสาหกรรมการทำงาน รวมถึงในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทักษะแรงงาน ความคาดหวังและความพึงพอใจของพนักงาน เป็นต้น

เทรนด์ทั้งหมดทั้งมวลชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Manpower คือทรัพยากรครั้งสำคัญขององค์กรกว่าที่เคยเป็นมา และจะเป็นหัวใจสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตในระยะยาวสืบไป

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ HREX จัดงานเสวนาล้อมวง #3 Roundtable: CHRO & HR Director Forum และรวบรวมผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตมาร่วมกันหาทางออกที่ควรจะเป็นร่วมกัน ภายใต้หัวข้อ Future of Manpower

หาก HR ท่านใดไม่ได้เข้าร่วมงานนี้ ไม่ต้องเสียใจไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกันแล้ว ในบทความนี้เลย

อุปสรรคของการปิดโรงงาน คือความท้าทายและโอกาสของคนไทย

งาน #3 Roundtable: CHRO & HR Director Forum จัดขึ้นใจกลางเขตอุตสาหกรรมการผลิตนั่นคือที่ WHA Training Center, ESIE Plaza 1, Eastern Seaboard Industrial Estate (จังหวัดระยอง) และได้รับเกียรติจากวิทยากรมากความสามารถ 3 ท่านทำหน้าที่ Speaker หลักของงาน ได้แก่ 

  1. คุณดิสพงศ์ พรชนกนาถ Senior Director, Human Resources at WHA Group
  2. คุณก่อพงศ์ เส็งสวัสดิ์ Head of HR Thailand, DRÄXLMAIER GROUP, DTS Draexlmaier Automotive Systems (Thailand) Co., Ltd. 
  3. คุณพิมพนิจ ขุนทรง HR & HSE Manager, Senior Aerospace Thailand 

แต่ไม่ได้มีเพียงแค่ 3 ท่านเท่านั้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะงานนี้ยังเปิดกว้างให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานมากกว่า 60 ท่านได้แชร์มุมมองที่แตกต่างในหลายหัวข้อ

คุณดิสพงศ์ เปิดประเด็นก่อนว่า WHA Group พบเห็นความท้าทายในการบริหารแรงงาน บุคลากร คนในภาคการผลิตปัจจุบันหลายประการ เพราะเป็นองค์กรแรก ๆ ที่ได้เห็นทิศทางของธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยมีอะไรบ้าง คนที่จะเข้ามามาจากธุรกิจไหน แม้โรงงานอาจปิดตัวลงทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนมองหาโรงงานในพื้นที่ของ WHA ไม่หยุดเช่นกัน แถมมาจากธุรกิจที่แตกต่างกันไป เช่น บริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทยานยนต์ รวมถึงธุรกิจด้าน Data Center ซึ่งล้วนเป็นโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานหลากหลายรูปแบบมากขึ้น

ส่วนคุณพิมพนิจ เสริมว่า ปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญทุกวันนี้คือปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง ทำให้แรงงานรุ่นใหม่มีจำนวนน้อยลงด้วย นอกจากนั้นคนจำนวนมากยังเลือกทำงานอิสระมากกว่าการเป็นพนักงานประจำ สิ่งนี้บังคับให้องค์กรต้องปรับกลยุทธ์หลายอย่าง เช่น การสรรหาแรงงาน ต้องไม่รอให้คนเข้ามาสมัครเท่านั้นแล้ว แต่ต้องออกไปสร้างแรงงานเองผ่านโครงการฝึกอบรมและความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา

ส่วนคุณก่อพงศ์ บอกว่าความท้าทายของตลาดแรงงานในปัจจุบันยังอยู่ที่ค่าแรงด้วย เมื่อก่อนหลายบริษัท รวมถึงบริษัทเขาสามารถจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำได้ อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ด้วยสภาพเศรษฐกิจทำให้ไม่สามารถจ่ายสูงได้เท่าเดิม ทางแก้ที่องค์กรทำได้คือ ถึงจะจ้างคนน้อยลง แต่ต้องไม่หยุดการ Upskill-Reskill ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR ต้องคิดเลยว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ Productivity ยังสูงได้ 

สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO & HR Director Forum - Future of Manpower

การสร้างองค์กรให้ดี ต้องเริ่มจากการเลือก Manpower ที่ใช่

หากเลือกคนที่ใช่ตั้งแต่ต้น วิทยากรทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกที่ดีที่สุด คุณพิมพนิจเล่าต่อเนื่องถึงกลยุทธ์ของ Senior Aerospace ว่าคือการทำ Employer Branding แล้วสร้างคนเก่งขึ้นมาด้วยตัวเอง โดยที่ผ่านมาองค์กรทำเรื่องพาร์ทเนอร์กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ร่วมกันทำหลักสูตรพัฒนาคนเพื่อป้อนให้มาทำงานกับบริษัททันทีหลังฝึกงานและเรียนจบ

“จากที่ทำโครงการนี้มา เด็กที่สนใจเรื่องเหล่านี้เยอะมาก แต่อาจยังขาดประสบการณ์จริง แล้วพอพวกเขาได้ความรู้ ได้ทำงานในสิ่งที่ชอบจริง ๆ ก็ยิ่งทำให้เขาเติบโตในเส้นทางอาชีพเร็วขึ้นด้วย แต่เราก็ต้องไม่ลืมพนักงานที่อยู่ในองค์กรอยู่แล้ว เราต้อง Upskill-Reskill พวกเขาเสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทำทุกอย่างเพื่อสร้างเครือข่ายแรงงานที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นค่ะ”

คุณก่อพงศ์ เห็นด้วยว่าการดึงดูดพนักงานในยุคใหม่ต้องทำเชิงรุกเช่นกัน แต่เขามองในมุมต่างออกไปเล็กน้อยว่า จริงอยู่ที่คนสำคัญแน่นอน แต่ทักษะของคนสำคัญไม่แพ้กันหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเมื่อพนักงานลาออกไป หลายองค์กรจะเจอปัญหาว่าทักษะหลายอย่างหายตามพวกเขาไปด้วย

ดังนั้นต้องทำให้แน่ใจว่าจะมีการเก็บ Know How ที่สั่งสมมานาน แล้วถ่ายทอดไปถึงพนักงานรุ่นใหม่ให้ยังคงอยู่สืบไป

Turnover Rate ที่สูง ไม่น่ากลัวเสมอไป

อีกหนึ่งสิ่งที่วิทยากรทั้ง 3 ท่าน และผู้เข้าฟังในห้องร่วมกันถกเถียงก็คือ กลยุทธ์ในการ Retention หรือการดึงดูดพนักงานให้อยากอยู่กับองค์กรต่อควรเป็นอย่างไร คำตอบที่ออกมาของแต่ละองค์กรมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป

เช่น หลายองค์กรอาจเน้นการสร้างความสบายใจให้พนักงาน มอบสวัสดิการที่ทำให้หลายคนอยากมาอยู่ด้วย อย่างการเข้าฟิตเนสฟรี สนับสนุนและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ถ้าใครอยากลาแปลงเพศก็ทำได้โดยไม่หักเงิน มีการทำ Employee Engagement ระหว่างกันบ่อย ๆ ช่วยให้พนักงานเข้าใจว่านอกจากทำงานแล้ว ชีวิตยังมีอีกหลายเรื่อง ดังนั้นจึงใส่ใจพวกเขามาก ๆ

แต่แน่นอนว่าทุกองค์กรย่อมไม่สามารถรักษาพนักงานเอาไว้ได้เสมอไป เช่น ในอุตสาหกรรมการผลิตทุกวันนี้ มีองค์กรจากประเทศจีนใช้เงินหลายเท่าเพื่อดึงตัวคนเก่งไปร่วมงาน โดยบางคนอาจมองว่ามันแลกมากับความยากในการทำงาน ความรับผิดชอบที่มากขึ้น แต่ก็มีหลายคนมองว่าวัฒนธรรมแบบจีนนำมาสู่โอกาสใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรที่คนไทยต่างคุ้นเคยไม่เคยมอบให้มาก่อน

คุณพิมพนิจ คิดว่าบางครั้งการเห็นยอด Turnover Rate สูงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากคนลาออกเพราะวัฒนธรรมในการทำงานเข้ากันไม่ได้ การย้ายงานจะทำให้เขาได้ไปอยู่ในองค์กรที่เข้ากับวัฒนธรรมที่ตัวเองชอบ และเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ฟิตจากองค์กรอื่นได้ค้นหาและเจอองค์กรที่ใช่ ซึ่งอาจเป็นองค์กรของเราเอง

คุณก่อพงศ์บอกว่า แต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บริษัทของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เขาเองเคยเจอว่าหลายองค์กรเน้นรับพนักงานเป็นเด็กจบใหม่ ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรเหมือนการอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ทุกคนคุ้นเคย โดยเขาเองไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ดีสุด แต่มันขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละบริษัทว่าจะหาวิธีเอาตัวรอดในแบบฉบับของตัวเองอย่างไร

สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้จากงาน #3 Roundtable: CHRO & HR Director Forum - Future of Manpower

ทางรอดขององค์กรยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับหลัก ESG

คุณดิสพงศ์ เสนอทางออกของทั้งองค์กรและคนทำงาน ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์หลักในยุคปัจจุบันและในอนาคตคือ ความตื่นตัวด้าน ESG การให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล การทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

มีการสำรวจของ PwC พบว่าเวลาคนรุ่นใหม่หางาน ไม่น้อยจะมองหาบริษัทที่รักษ์โลก ดูแลสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน รวมถึงการมองหาองค์กรที่ปฏิบัติต่อพนักงาน ปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เปิดกว้างด้านความหลากหลาย ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ถ้าองค์กรไหนมีองค์ประกอบเหล่านี้ จะเป็นที่เตะตาของคนหางานมากขึ้น ไม่แพ้องค์กรที่ให้ค่าตอบแทนสูง

อีกเรื่องที่คุณดิสพงศ์พบว่าสำคัญไม่แพ้กันคือต้องหมั่นวัดค่า Wheel of Life หรือวงจรชีวิตของพนักงานแต่ละคน HR มักจะได้ยินบ่อย ๆ ว่าพนักงาชอบบ่นเรื่อง Work-Life Balance ซึ่งไม่ผิดแต่อย่างใด และ Work-Life Balance ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ผู้นำและ HR สามารถสำรวจพนักงานได้ว่า ด้านไหนในวงล้อของพวกเขากำลังมีปัญหา องค์กรจะได้ช่วยให้เกิดความสุขในชีวิตและการทำงานอย่างสมดุล

คุณดิสพงศ์ ยังเสริมอีกว่า หลายคนเข้าใจผิดว่า เวลาพนักงานลาออกเป็นความผิดของ HR ทั้งที่ HR เองอาจไม่ได้ใกล้ชิดกับพนักงานเทียบเท่าคนเป็นหัวหน้า ดังนั้นหากต้องการรักษาคนเก่งให้อยู่คู่องค์กรต่อไป อย่าลืมการฝึกคนในระดับ Middle Management ให้สามารถดูแล รับมือ โค้ชชิ่ง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาที่ดีของพนักงานด้วย

อย่าปล่อยให้การ Transformation องค์กรคือหน้าที่ของแค่ HR

ประเด็นสุดท้ายที่พูดคุยกันก็คือ เพื่อให้อนาคตของพนักงาน อนาคตขององค์กรมีความมั่นคง ทางออกที่ควรเป็นคืออะไร  

คุณพิมพนิจ บอกว่าปัจจุบันเราเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพูดถึง AI แม้จะมีคนที่กลัวว่า AI จะเข้ามาแทนที่พวกเขาหากใช้มันมาก ๆ แต่สิ่งที่ควรเน้นย้ำกว่าคือการส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI เป็น รู้เท่าทันเทคโนโลยี รู้ว่าจะใช้มันเสริมศักยภาพการทำงานอย่างไรได้บ้าง ทำจะทำให้ต่อให้ยุคที่ Manpower น้อยลง แต่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานจะไม่ลดตาม

อีกประเด็นที่ผู้ร่วมงานถามขึ้นก็คือ แล้วเราควรทำ Change Management เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างไรบ้าง มีหลายองค์กรทีเดียวที่ยอมรับว่าปัจจุบันยังทำงานแบบ ท็อป-ดาวน์ (Top-Down) อยู่พบเจอได้เยอะในองค์กรโรงงานที่มีต้นกำเนิดมาจากต่างประเทศ

คุณดิสพงส์จึงถือโอกาสนี้ยกตัวอย่างกรณีของ WHA Group ว่าการ Transformation ของ WHA เองนั้นก็ไม่ง่าย แต่สุดท้ายการเปลีี่ยนแปลงด้วยการ “ทุบ-ดาวน์” หรือการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดขั้นตอนการรับคำสั่ง ส่งเสริมให้พนักงานทุกคน ไม่แค่ผู้บริหาร ไม่แค่ Talent มีความเป็นเจ้าของผลงานมากขึ้น ทำให้เป็นเจ้าขององค์กรที่มีความภาคภูมิใจ และมีส่วนร่วมในการออกแบบองค์กรให้ดีกว่าเดิม

“ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงคนเพื่อให้เปลี่ยนแปลงองค์กร เราต้องเริ่มจากการทำให้พวกเขาบายอินกับองค์กร เราต้องเริ่มด้วยการเอาพนักงานทุกระดับเข้ามาช่วยกันแสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ เพื่อปรับจูนการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสุข เราทำด้วยความเคารพกัน และสิ่งนี้ถึงจะทำให้ทุกคนกล้าถกเถียงกันบนหลักการ และทำให้องค์กรดีขึ้น…

“คนที่จะดูว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงได้ผลดีตามเป้าหรือไม่คือทุกคนในองค์กร ไม่เพียงแค่ HR ไม่เพียงแค่หัวหน้างาน แต่เป็นงานของทุกคนจึงจะสามารถบอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือยัง” Senior Director, Human Resources จาก WHA Group ทิ้งท้าย

CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้