
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2024 บริษัท TOM Life Insurance Broker Company Limited นำทีมจัดงานเสวนา Flexi Verse โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพูดคุยถึงประโยชน์ของการมี Flexi Benefit / Flexible Benefit หรือสวัสดิการที่พนักงานสามารถเลือกและปรับรูปแบบได้ แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับเป็นสิ่งสำคัญทีเดียวเมื่อเทียบกับสวัสดิการที่ถูกเลือกมาให้พนักงานเองตั้งแต่ต้น โดยไม่สอบถามพนักงานก่อน
งานนี้มีผู้เชี่ยวชาญผู้เข้าร่วมเสวนาหลายท่าน ประกอบด้วย
- คุณสุขเทวินทร์ สุขสว่าง ผู้จัดการฝ่ายประกันกลุ่ม TOM Life Insurance Broker Company Limited
- คุณจิราภรณ์ กมลอินทร์ Manager-Industrial/ Employee Relations Thaioil Public Company Limited
- คุณสมนิมิตร ลัคนะปานทิพย์ VP-HR Digitalization Banpu Public Company
- คุณนภัส ศิริวรางกูร Ex-Partner Kincentric Kincentric (Thailand) Company Limited
- คุณธนัฐ ศิริวรางกูร CEO & Co-Founder Zennite Company Limited
- คุณวรท หงุ่ยตระกูล Chief Commercial Officer BUZZEBEES
- คุณสมโชค เทพน้ำโสมนัสส์ Head of HR Development and Shared Services The Siam Cement Public Company Limited (SCG)
โดยมีคุณณัชชานันท์ เลียงอรุณวงศ์ ทำหน้าที่ Moderator
งานเสวนานี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจที่ HR ควรรู้บ้าง ติดตามได้ในบทความนี้
FLEXI VERSE #1 – Holistic Employee Wellbeing สวัสดิการ 6 ด้านที่องค์กรควรทำเพื่อพนักงาน

คุณนภัส กล่าวถึงทิศทางของตลาดแรงงานในปัจจุบันว่า ตั้งแต่โรคโควิดแพร่ระบาด สิ่งที่เห็นชัดเลยคือระดับความผูกพันของคนทั่วโลกลดต่ำลงที่สุดในรอบหลายปี มีพนักงานลาออกจำนวนมาก และต้องหาคนมาแทนไม่รู้จักจบสิ้น นำมาสู่ปัญหาการหมดไฟ หมดพลังจนแทบไม่เหลือ
ทั้งนี้ในองค์กรจะมีคน 3 กลุ่มคือ Swimmer คนที่พยายามขวนขวาย Floater คนที่ลอยไปเรื่อย ๆ และ Sinker คนที่พร้อมจะหมดไฟได้ตลอดเวลา และตามปกติ องค์กรมักจะมี Floater มากที่สุดถึง 85% แต่ในช่วงโควิด คนเป็น Sinker เพิ่มขึ้นเป็น 35% เป็นคำถามที่องค์กรที่เป็นสุดยอดนายจ้างต้องรับมือ ต้องตอบให้ได้ว่า เราจะดูแลคนที่จมดิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร คุณค่าอะไรที่พนักงานต้องการจากพนักงาน
ซึ่งต้องมาแยกย่อยลงไปอีกว่า พนักงานเจนเนอเรชั่นไหน ต้องการสิ่งใด เพราะแต่ละเจนเนอเรชั่นย่อมมีความต้องการไม่เหมือนกันด้วย กลายเป็นความท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม
หากอยากสร้างพลังให้กับพนักงาน สิ่งสำคัญคือต้องมี Holistic Employee Wellbeing ซึ่งมี 6 ด้านสำคัญ ดังนี้
- สุขภาพร่างกายดี (จัดหาอาหารให้ มีฟิตเนส พื้นที่ออกกำลังกาย มีประกัน สามารถหาหมอทางไกลได้ สถานที่ทำงานต้องปลอดบุหรี่ ฯลฯ)
- สุขภาพการเงินดี (มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ช่วยแก้หนี้พนักงาน พนักงานสามารถซื้อสินค้าของบริษัทในราคาถูกกว่า ให้ความรู้ทางการเงิน ฯลฯ)
- สุขภาพสังคม สภาพแวดล้อมดี (มีกิจกรรม Team Building, สร้าง Inclusive Workplace, ชื่นชมพนักงานเมื่อทำดี ทำงานสำเร็จ, มีพื้นที่ทำงานให้พนักงานได้สังสรรค์ ฯลฯ)
- สุขภาพจิตดี (ทำ EAP ให้กับพนักงานและครอบครัวของพนักงาน, อบรมให้ความรู้เรื่องการบริหารความเครียด, มีมุมให้พนักงานอยู่เงียบ ๆ ในองค์กร, เปิดโอกาสให้ลาเพื่อพักใจได้ ฯลฯ)
- สุขภาพที่สมดุลของการทำงานและชีวิต (สนับสนุนการทำงานแบบไฮบริด, มีงบซื้อหนังสือ ฯลฯ)
- สุขภาพดีทางจิตวิญญาณ (สนับสนุนให้พนักงานออกไปช่วยสังคม, ให้โอกาสทำงาน ทำกิจกรรมเพื่อช่วยชุมชน, ภารกิจเติมเต็มความฝันให้พนักงาน ฯลฯ)
องค์กรของแต่ละท่าน มีการส่งเสริมให้สุขภาพเหล่านี้ให้พนักงานครบถ้วนทั้ง 6 ด้านแล้วหรือยัง ถ้าครบล่ะก็ สัดส่วนของพนักงานที่เป็น Sinker และ Floater จะน้อยลง เกิด Swimmer มากขึ้นเพื่อช่วยนำองค์กรเดินหน้าไปสู่ก้าวต่อไปที่แข็งแกร่ง
FLEXI VERSE #2 – ถอดบทเรียน Empowering Employee จาก BANPU / SCG / Thai Oil

Session นี้ได้รับเกียรติจากองค์กรที่นำ Flexi Benefit มาใช้อย่างได้ผล มาแชร์ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง ประกอบด้วย BANPU, SCG และ Thai Oil โดยสาระสำคัญของการเสวนามีดังนี้
คุณสมนิมิตร เล่าว่า BANPU มีพนักงานที่หลากหลาย ไม่เพียงมีพนักงานในไทย แต่ยังมีอีก 9 ประเทศตั้งอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้เคยให้สวัสดิการแบบเดียวกันทุกคน แต่จะได้รับเสียงจากพนักงานเสมอว่า บางสวัสดิการไม่ได้ใช้ และสิ่งที่อยากใช้ก็ไม่มี เช่น สวัสดิการการดูแลพ่อแม่
จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องคิดว่าจะต้องมีสวัสดิการใหม่ ๆ ที่พนักงานเลือกเองให้ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาด้วย โดยเริ่มใช้ Flexi Benefit มาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว โดยให้เงินพนักงานไปเลือกซื้อของเพื่อครอบครัว ซื้อประกันที่เป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง หรือจะซื้อ Gadget เพื่อใช้ในการทำงานเท่านั้น ก่อนที่ปัจจุบันจะเลิกจำกัดแล้วว่าจะให้ซื้ออะไร ขอเพียงไม่ซื้อสิ่งที่ผิดกฎหมายเป็นพอ
และสวัสดิการในที่นี้ยังรวมถึงการให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานที่บ้าน ที่ออฟฟิศ จะทำงานที่ไหนหรือเมื่อไหร่จะตอบโจทย์กับตัวเองที่สุด เพราะ BANPU คำนึงถึงความสุขของพนักงานที่สุด แต่ทั้งนี้อะไรที่เป็นสวัสดิการที่เคยมี เป็นพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี ยังต้องคงอยู่เช่นเคย
ส่วนคุณสมโชค บอกว่า SCG มีพนักงานนับหมื่นคน มีคนครบทุกเจนเนอเรชั่น ดังนั้นยิ่งเป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้ทุกชีวิตลงตัว ทั้ง Work กับ Life ต้องไปด้วยกัน ต้องตอบโจทย์เรื่อง Passion ให้ได้ครบทุกเจน องค์กรต้องทำให้พนักงานทุกคนเข้าถึงงานเด่น เงินดี มีโอกาสอย่างเท่าเทียม
เขาเชื่อว่าแต่ละองค์กรมีการจัดกิจกรรม มีสวัสดิการเพื่อพนักงานกันอยู่แล้ว และเป็นสวัสดิการที่เข้ากับคน เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร สำหรับ SCG เองให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานมากที่กำลังป่วยเป็นโรค NCDs มาก ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเก็บข้อมูล และค่าใช้จ่ายที่องค์กรต้องจ่ายไปเมื่อเกิดปัญหา ทำให้องค์กรนำสิ่งนี้มาใช้เป็นตัวเลือก เป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานได้เลือก เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้ตัวเอง และเมื่อสุขภาพดีแล้ว ก็มีจะเวลายกระดับองค์กรมากขึ้น
ขณะที่คุณจิราภรณ์ เล่าว่า Thai Oil มีคน 4 เจนเนอเรชั่น และองค์กรให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่ม โดยจะลงไปวิเคราะห์ละเอียดว่า คนรุ่นพี่ชอบอะไร ต้องการอะไร คนเจนน้องชอบอะไร ต้องการอะไร หน่วยงานไหนมีสัดส่วนพนักงานเพศไหนมากน้อย แล้วแต่ละกลุ่มต้องการอะไร โดยสวัสดิการที่ให้ในทุกวันนี้จะมาจากการรีเสิร์ชว่า พนักงานต้องการอะไร และดูว่าเขาชอบใช้อะไร สวัสดิการไหนที่พนักงานใช้เยอะที่สุด โดยอิงจาก Data ภายในย้อนหลัง 5 ปี
และผลก็คือ เมื่อออกนโยบายสวัสดิการออกมาแล้ว พนักงานนำสวัสดิการเหล่านั้นไปใช้งานถึง 90% และหากใครอยู่นาน ๆ จะยิ่งได้สวัสดิการระยะยาวที่คุ้มค่า
แต่ก็มีความท้าทายเช่นกัน เมื่อพนักงานรุ่นใหม่เข้ามา ไม่ได้อยากอยู่นาน ๆ เขาอยากได้สวัสดิการที่เห็นผลตั้งแต่แรก ๆ เช่น ได้เงิน ไม่ต้องสำรองจ่ายอะไรก่อน ไม่ต้องการบ้านพักพนักงานเก่า ๆ เป็นต้น ซึ่งก็ต้องผ่านการออกแบบ ผ่านการฟังเสียงของพนักงานก่อนเช่นกัน แต่เราต้องมีศิลปะในการเก็บฟีดแบ็คด้วย ต้องรู้ว่าวิธีเก็บข้อมูลแบบไหนจะได้ผลดีต่อองค์กรที่สุด และต้องดูด้วยว่ามีศักยภาพในการมอบสวัสดิการเหล่านั้นด้วย ไม่เพียบตอบโจทย์พนักงานแต่ต้องตอบโจทย์องค์กร
FLEXI VERSE #3 – Insight of Flexi Benefit

Session นี้ เริ่มด้วยการที่คุณสุขเทวินทร์ กล่าวเสริมว่าวิทยากรใน Session ก่อน ๆ ว่าคนแต่ละเจนมีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการทำงานหนักว่าจะเป็นสิ่งที่ก้าวหน้า ซึ่งหากเป็นคน Babyboomers กับ X อาจจะเห็นด้วยในเรื่องนี้ แต่หากเป็นคน Gen Y จะคำนึงถึง Work Life Balance ที่ทั้งงานและชีวิตส่วนตัวต้องสมดุลกัน ส่วน Gen Z ที่มีอายุในช่วง 20-29 ปี เขาจะยึดมั่นเรื่องการทำงานจากที่บ้าน ไม่สุงสิงกับใคร ขอเพียงมอบโจทย์ บอกว่าต้องการอะไร เขาจะหาข้อมูลผ่านเทคโนโลยีแล้วทำจนสำเร็จเอง
เมื่อความชอบ นิสัย แนวคิดในการใช้ชีวิตต่างกัน การจะมอบสวัสดิการก็เป็นเรื่องธรรมดาหากจะไม่เหมือนกัน เป็นความท้าทายว่าจะออกแบบอย่างไรจึงจะตรงกับความต้องการ และเพนพอยต์ของพนักงานแต่ละช่วงวัยได้
หากจะคำนึงถึงประกันสุขภาพ การเคลมประกันส่วนใหญ่ จะเป็นการจ่ายเพราะโรคทั่วไปมากที่สุด แต่โรคเรื้อรังหรือร้ายแรงจะน้อย เป็นโจทย์ว่าองค์กรไหนที่ใช้สวัสดิการเกี่ยวกับโรคเรื้อรังบ่อย จะบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งอาจต้องเริ่มตั้งแต่การทำให้พนักงานเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อป้องกันการป่วยเป็นโรคร้ายแรงก่อน หากมีปัญหาจริง ๆ การจ่ายเบี้ยประกันจะน้อยลง เป็นการบริหารความเสี่ยงที่องค์กรต้องคิดอีกที
ส่วนคุณธนัฐ เล่าว่า Flexi Benefit มี 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ
- แบบแฮปปี้มีล หรือชุดพื้นฐานให้พนักงานเลือกสิ่งที่ต้องการได้คร่าว ๆ
- แบบหรูหราขึ้น ที่จะเพิ่มการปกป้องดูแล และเปิดโอกาสให้พนักงานสับเปลี่ยน Benefit ได้ตามใจชอบ เช่น บางองค์กรอาจไม่ได้บังคับให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะองค์กรไม่ได้คาดหวังให้พนักงานอยู่ในองค์กรนาน ๆ
- แบบขั้นสุดที่จะมอบสิ่งที่ดีแก่พนักงานแบบจัดเต็ม ไม่มีขั้นต่ำ
Zennite ยังเผยข้อมูลการเบิกสวัสดิการที่น่าสนใจ โดยประเภทค่าใช้จ่ายสูงสุดมากที่สุดคือ ค่าแว่นตาและคอนแทคเลนส์, ค่าอุปกรณ์กีฬา และค่าอุปกรณ์การทำงาน ฯลฯ ส่วนประเภทการเบิกค่าใช้จ่ายมาแรงคือ ค่ารักษาและค่าวัคซีนสัตว์เลี้ยง, Voucher ส่วนลด, เงินกู้ และค่าแพทย์จิตเวช ตามลำดับ
ปิดท้ายที่คุณวรท กล่าวว่า BUZZEBEES เล็งเห็นว่าพนักงานใช้บัตรเครดิตแล้วมัดจะสะสมแต้ม คำถามคือแต้มนั้นจะเอาไปทำอะไรต่อ จึงมองเห็นว่าสามารถให้ HR เปิดโอกาสให้พนักงานเอาแต้มมาแลกของรางวัลต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน การช้อปปิ้งออนไลน์ การดูแลสุขภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
โดยจากข้อมูลที่เก็บได้ พนักงานออฟฟิศมักจะแลก Gadget หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มากที่สุด รองลงมาคืออาหารเครื่องดื่ม จากนั้นถึงเป็นเรื่องประกันสุขภาพ หรือบริการเพื่อสุขภาพ แต่ถ้าเป็นพนักงานโรงงาน พนักงานต่างจังหวัด พวกเขาจะใช้แต้มแลกอาหาร เครื่องดื่ม ก่อนจะช้อปปิ้งออนไลน์ แล้วค่อยนำไปใช้กับ Food Delivery Services
“พนักงานมีหลายรูปแบบ มีความต้องการแตกต่างกัน เราบอกไม่ได้ว่าพนักงานชอบแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งหรือเปล่า เพราะบางทีของที่มีให้เลือกนั้นน้อย ดังนั้นจงระวังอคติในการเก็บข้อมูลด้วย มิฉะนั้นอาจตีความผิด ซึ่งจะนำไปสู่การไม่ได้มอบ Flexi Benefit ที่ตรงกับความต้องการของพนักงานจริง ๆ” คุณวรททิ้งท้าย

