
การทำธุรกิจในปัจจุบัน หลายองค์กรไม่ได้วางเป้าหมายแค่การเติบโตภายในประเทศอีกต่อไป แต่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังระดับโลกด้วย เมื่อองค์กรเล็งเป้าการเติบโตสูง บทบาทของ HR จึงสำคัญมาก ๆ ในการพัฒนาพนักงานให้สอดคล้องกับทิศทางที่กำลังจะไป
ด้วยเหตุนี้ HREX จึงร่วมกับ goFLUENT โซลูชันการอบรมภาษา จัด Webinar ครั้งใหม่ในหัวข้อ Empowering Thai Talent for Global Success ผลักดันคนไทยสู่ระดับโลก โดยมีคุณปิยฉัตร ส่งสุข ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทยของ goFLUENT และคุณธนยศ ครุฑระเบียบ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ตัวแทน HR มืออาชีพมาแชร์เคล็ดลับการพัฒนาคนที่ไม่เพียงมุ่งทลายกำแพงภาษา แต่ยังทลายกำแพงที่ขวางกั้นการเติบโต แล้วพุ่งทะยานติดปีก
หากใครพลาด Webinar นี้ไป HREX สรุปทุกเรื่องที่ HR ควรรู้มาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้
Contents
การทำงานในบริษัทไทยกับต่างประเทศ: ความเหมือนที่ซ่อนอยู่ในความต่าง
เมื่อพูดถึงการทำงานในบริษัทของไทยและบริษัทต่างประเทศ หลายคนย่อมสงสัยว่ามีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?
การที่คนไทยจะพาองค์กรไปเติบโตในต่างแดนได้มักยากแค่ไหนกัน คำตอบที่ได้จากคุณธนยศก็คือ ทุกองค์กรในทุกประเทศย่อมชี้มีบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของวัฒนธรรม โครงสร้าง และเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ
แต่ถึงแม้จะแตกต่างในกระบวนการ ทุกองค์กรจะมีจุดร่วมที่ชัดเจนคือ ไม่มีใครอยากหยุดอยู่กับที่ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการขยายตัวทางธุรกิจ
“บริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์ยาวนาน เมื่อไปขยายกิจการในต่างประเทศมักจะปรับตัวได้เร็วและมีความยืดหยุ่นสูง เพราะเคยผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกมาแล้วมากมาย กลับกันหากบริษัทในไทยเพิ่งเริ่มก่อตั้งหรือยังมีประสบการณ์ไม่มาก อาจต้องใช้เวลาปรับจูนนานกว่าจะขยายตัวสู่ต่างประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ กระบวนการทำงาน หรือแม้แต่วิธีคิดในการดำเนินธุรกิจ”
แต่ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติ หากเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นเพื่อเติบโตจะมองคนเป็นทรัพยากรสำคัญเสมอ พวกเขาจะพยายามพัฒนา พยายามดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาให้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าคนคือแรงขับเคลื่อนหลักสำคัญของความสำเร็จ
“การทำงานในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเชื้อชาติหรือประเทศต้นทาง แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการปรับตัว การมองการณ์ไกล และการเข้าใจคนอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงในเวทีระดับโลก” คุณธนยศอธิบาย
การเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง ปัจจัยที่จำเป็นต่อการเติบโตร่วมกัน
เป็นเรื่องปกติที่เมื่อทำงานร่วมกัน ย่อมต้องมีการให้ฟีดแบ็คระหว่างการทำงาน แต่เมื่อทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรม รูปแบบและวิธีการสื่อสารกลับมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
คุณปิยฉัตรเล่าว่าจากประสบการณ์ที่ทำงานในองค์กรต่างประเทศมาหลายปี พบว่าแม้โครงสร้างองค์กรไม่ว่าจะในไทยหรือประเทศไหนก็ตามจะคล้ายกัน แต่วิธีการตัดสินใจจะแตกต่างกัน
“องค์กรต่างประเทศ มักให้อำนาจกับหัวหน้าโปรเจกต์หรือผู้นำทีมในการตัดสินใจอย่างอิสระ เปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูก ขณะที่องค์กรไทยยังคงพึ่งพาความเห็นของผู้บริหารระดับสูง และใช้เวลาตัดสินใจนานกว่า…
“ที่น่าสนใจคือรูปแบบการสื่อสาร โดยเฉพาะในการให้ฟีดแบ็คระหว่างกันยังแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด หากคนไทยจะพูดแบบอ้อมๆ เพื่อรักษาน้ำใจ หรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่คนในวัฒนธรรมตะวันตกจะให้ฟีดแบ็คแบบตรงไปตรงมา และเชื่อว่าการพูดคุยเผชิญหน้ากันอย่างจริงใจจะนำไปสู่การเติบโต”
คุณธนยศ เสริมประเด็นนี้ว่าคนไทย หรือจริง ๆ แล้วรวมทั้งเอเชีย มักเลือกสถานการณ์ในการพูด หากประเมินแล้วว่าอาจกระทบความสัมพันธ์ ก็อาจหลีกเลี่ยงที่จะให้ฟีดแบ็คเต็มที่แม้จะมีความหวังดีและเชื่อว่ามีประโยชน์ ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างกับชาติตะวันตก
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบใดดีกว่ากัน แต่สะท้อนให้เห็นว่า ความเข้าใจในวัฒนธรรมคือทักษะสำคัญของคนทำงานยุคโลกาภิวัตน์
ดังนั้นองค์กรที่มีพนักงานหลากหลายจึงต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนกล้าแสดงความคิดเห็น เปิดรับฟีดแบ็ค และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดอย่างสร้างสรรค์ โดยองค์กรหนึ่งในฝรั่งเศสที่คุณธนยศเคยร่วมงานด้วยถึงขั้นมีคลาสฝึก Meeting Confrontation เพื่อฝึกให้พนักงานกล้าแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเปิดเผย โดยเชื่อว่าการตั้งคำถามคือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์และการเติบโต
การเข้าใจความต่างด้านฟีดแบ็คไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรมได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้เราปรับวัฒนธรรมการทำงานของตัวเองให้ยืดหยุ่น พร้อมเปิดรับวิธีการใหม่ ๆ ที่อาจนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในระดับสากล

บทบาทสำคัญของ HR กับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยภาษา
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณธนยศกล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า HR มีความสำคัญต่อการเติบโตขององค์กร เพราะธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่ มาจากการเลือกคนที่ถูกต้องรวมถึงเลือกคนที่เข้าใจในมิติของการทำงานร่วมกัน
นอกจากเลือกคนที่ใช่แล้ว ยังต้องพัฒนาทักษะของบุคลากรหลายด้าน โดยเฉพาะทักษะทางภาษา เช่น การสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำงานข้ามชาติหรือในตลาดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม HR ยังต้องพัฒนาเรื่องวัฒนธรรมการสื่อสาร ทั้งในแง่ของการใช้ภาษาพูด (Verbal Communication) และอวัจนภาษา (Non-Verbal Communication) การเข้าใจและใช้ภาษาอย่างเหมาะสมจะทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่น และไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น
คุณปิยฉัตร เสริมว่าหลายองค์กรยังมองว่าทักษะทางภาษาเป็นเรื่องที่มีก็ได้ (Nice to Have) แทนที่จะมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องมี (Must Have) ทั้งที่ในความเป็นจริง การสื่อสารที่ดีช่วยลดความเข้าใจผิดและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างมาก เมื่อเราไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน มันจะส่งผลกระทบใหญ่ทั้งในด้านการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กร
“Communication Skill หรือทักษะการสื่อสารที่ดี เป็นหัวใจของความสำเร็จในงานบริหาร คนที่ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน มักจะพลาดโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าใจในทีม อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม เช่น ความไม่เชื่อใจ หรือการตีความที่ผิดพลาด นำไปสู่ความเสี่ยงทางธุรกิจและการผิดพลาดในการดำเนินงานได้ รวมถึงหากการสื่อสารไม่โปร่งใสหรือผิดเวลา ย่อมทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายค่ะ”
อยากทำงานกับชาวต่างชาติให้ราบรื่น ต้องเคารพและเรียนรู้ในความแตกต่าง
การทำงานกับชาวต่างชาติไม่ได้เป็นแค่การทำงานข้ามพรมแดน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และปรับตัวในหลาย ๆ ด้าน คุณธนยศแนะนำว่า สิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกับคนต่างชาติคือการมองหาจุดที่พวกเขามีความสามารถหรือวิธีการทำงานที่เรายังไม่มี และพยายามเรียนรู้จากพวกเขา
“เราต้องไม่คิดว่าเขาคือผู้ที่สมบูรณ์แบบเสมอไป แต่เราควรมองหาวิธีที่เราสามารถช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้เช่นกัน การเรียนรู้จากกันและกันเป็นกระบวนการที่สำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ในที่ทำงาน…
“ในสังคมไทย เรามักจะเก่งการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้าจะให้คิดล่วงหน้าหรือป้องกันปัญหาก่อนอาจไม่ถนัดเท่าไหร่ นี่คือสิ่งที่ควรได้รับการปรับปรุงในระดับองค์กร การกระตุ้นให้พนักงานคิดเชิงป้องกันและพัฒนาแนวทางในการป้องกันปัญหาเป็นสิ่งที่ HR สามารถช่วยได้ แต่ก็ต้องร่วมมือกับ CEO และทีมผู้บริหารในการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้วย”
คุณปิยฉัตรให้ทัศนะเสริมอีกว่า ความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นเรื่องสำคัญ หากเราพยายามเปิดใจและสื่อสารกับพวกเขา เราจะสามารถเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างได้ สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นยิ่งขึ้น การเปิดรับความคิดเห็นใหม่ ๆ จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้

คนไทยมีความสามารถ แต่ยังขาดพื้นที่ให้แสดงศักยภาพได้เต็มที่
ไม่มากก็น้อย ชาวไทยมักเคยโดนมองว่าไม่ได้มีศักยภาพมากเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับชาวต่างชาติ แต่ในมุมมองของคุณธนยศ เขายืนยันว่าความสามารถของคนไทยไม่ได้ด้อยแต่อย่างใด เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องของการกล้าพูดและกล้าแสดงออก
คุณธนยศเน้นว่า การจะเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนไทยต้องกล้าพูดและกล้าแสดงออกมากขึ้น โดยเริ่มจากการฝึกฝนในสิ่งที่เรามั่นใจที่สุด และค่อย ๆ ขยับขยายไปยังพื้นที่ที่ท้าทายกว่า
“แม้เด็กไทยจะมีศักยภาพในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ความเกรงใจที่ฝังลึกในวัฒนธรรมไทยกลับกลายเป็นอุปสรรคที่บดบังความสามารถเหล่านั้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องการการแสดงออกอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยหรือที่รู้สึกว่าไม่ต้องรับผิดชอบ”
อีกหนึ่งประเด็นคือ ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งคุณปิยฉัตรมองว่าต้องมาพร้อมกับการเปิดใจ หรือ Open Minded เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับความมั่นคงและไม่ค่อยเปิดรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในองค์กรระดับโลก แต่ในโลกธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง การมีทักษะที่ยืดหยุ่นและเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ เช่น Agility จะทำให้เราสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การพัฒนา Soft Skill เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่คนไทยต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เมื่อองค์กรต้องการพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ การมีทักษะทางภาษาและการสื่อสารที่ดีจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ HR ต้องสร้างแพลตฟอร์มในการฝึกฝนทักษะเหล่านี้ให้กับพนักงาน โดยให้พวกเขามีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นและลองทำในสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างพฤติกรรมที่มีคุณภาพในการทำงาน”
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเหล่านี้ คุณธนยศแนะนำว่า HR ควรเตรียมความพร้อมให้พนักงานก่อนที่จะไปทำงานในต่างประเทศ ด้วยการอธิบายและให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในเรื่องการตอบคำถามและการแสดงออก เพราะบางครั้งคำว่า “Yes” จากคนไทยอาจไม่แปลว่า “Yes” จริง ๆ การเตรียมความพร้อมในด้านวัฒนธรรมและการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลาย
สุดท้าย หากองค์กรไหนต้องการตัวช่วยเพื่อเสริมทักษะด้านภาษา คุณปิยฉัตร แนะนำว่าแพลตฟอร์มของ goFLUENT ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้านภาษาสามารถช่วยและตอบโจทย์ทุกความต้องการได้ ผ่านการมีบทเรียนที่เรียนจบแล้วนำไปใช้งานได้จริง และเธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นตัวเลือกที่ HR คิดถึง เมื่อต้องการ Upskill-Reskill พนักงาน แล้วพาองค์กรเติบโตไปได้ไกลในระดับสากล
