
กลยุทธ์ที่ดีอาจทำให้คุณชนะได้ชั่วคราว แต่คนที่มีคุณภาพจะพาองค์กรไปได้ไกลอย่างยั่งยืน
และล่าสุดมี 3 องค์กรไทยที่พิสูจน์แล้วว่า การลงทุนกับคนคือกลยุทธ์ที่พาองค์กรสู่เส้นชัยได้จริง
นี่คือใจความสำคัญของงาน Celebrating Thai Leadership on the Global Stage ซึ่งจัดขึ้นโดย BTS Thailand เพื่อเป็นเวทีเฉลิมฉลอง 3 องค์กรไทยที่คว้ารางวัล Brandon Hall Group Human Capital Management Excellence Awards 2025 หรือรางวัลออสการ์แห่งวงการ HR โดยมีเพียง 20% ของผู้สมัครทั่วโลกเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก
ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำของไทยกว่า 100 ท่านเข้าร่วมเฉลิมฉลอง พร้อมรับฟังเสวนาภายใต้หัวข้อ Inside the Winners’ Playbook เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่นำไปปรับใช้ได้จริง
คุณ อริญญา เถลิงศรี Senior Vice President จาก BTS Thailand กล่าวว่าตลอด 30 ปีที่ทำงานมา เธอเชื่อมั่นในพลังของการสร้างคนที่มีคุณภาพ และวันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่าการพัฒนาคนสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรม
และนี่คือสาระสำคัญจากงานนี้
Contents
3 ผู้ชนะที่ทำให้คนไทยภูมิใจ
- บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล Gold ประเภท Best Performance Management และ Talent Management
- บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล Silver ประเภท Best Leadership Development Program สำหรับโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง
- ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล Silver ประเภท Best Leadership Development Program และรางวัล Bronze ประเภท Best Unique or Innovative Leadership Development Program จากโครงการ Performance Driven Leader (PDL)

องค์กรไม่ได้มองหาคนที่เก่งที่สุด แต่มองหาคนที่เติบโตไปด้วยกัน
คุณ กมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ เล่าว่า เธอมีความเชื่อเรื่องการพัฒนาคนมาตลอด และมองว่าการจะเป็นผู้นำแห่งอนาคต ต้องเริ่มจากสร้างคนในวันนี้ ยิ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา องค์กรมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ธุรกิจ Hospitality ซึ่งเธอนิยามว่า ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอุตสาหกรรม แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของคนทั้งองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบริษัทมีผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในองค์กรกลับเกิดภาวะอ่อนไหว โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานที่เป็นทาเลนต์ขององค์กร พวกเขาเริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง คำถามคือ องค์กรจะมีกระบวนการวัดผลงานอย่างไร จะมีความโปร่งใสและยุติธรรมหรือไม่ และอนาคตของการเติบโตในบริษัทจะเป็นอย่างไร
ความท้าทายเพิ่มขึ้นเมื่อต้องบริหารจัดการพนักงาน 3 กลุ่มที่แตกต่าง ได้แก่ กลุ่มพนักงานที่อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก กลุ่มพนักงานใหม่ที่มีประสบการณ์ตรงกับธุรกิจ Hospitality และกลุ่มพนักงานใหม่ที่ประสบการณ์อาจไม่ตรงสาย แต่มีศักยภาพนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ที่องค์กรอาจมองไม่เห็น โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรเพื่อให้คนในองค์กร Future Ready ทำวันนี้เพื่ออนาคต
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ในปี 2023 พวกเขาจึงร่วมกับ BTS Thailand พัฒนา Performance Management System ตัวใหม่นั่นคือ Performance Trio Program
จุดเด่นของโครงการนี้คือการเปลี่ยนมุมมองจากการประเมินผลงานอดีต ไปสู่การสร้างอนาคตร่วมกัน โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนมายด์เซ็ตของคนในองค์กร ให้รู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกันของการเติบโต ตามด้วยกระบวนการที่โปร่งใสและเปิดกว้างในการพูดคุยและโค้ชชิ่งระหว่างหัวหน้าและทีมในทุกไตรมาส เพื่อให้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายร่วมกัน และสามารถออกแบบอนาคตของตัวเอง
ผลลัพธ์คือ องค์กรมีความไว้ใจมากขึ้น ผู้นำเปลี่ยนบทบาทเป็นโค้ชที่พร้อมพาคนเติบโต คนในองค์กรรู้สึกมั่นคง มองเห็นอนาคตการเติบโตของตัวเอง และรู้ว่าความพยายามของพวกเขาส่งผลต่อโบนัส การปรับเงินเดือน และโอกาสในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
“สิ่งที่ประทับใจนอกจากผลลัพธ์คือ การมีพันธมิตรอย่าง BTS Thailand ที่เข้าใจบริบทธุรกิจและองค์กร รับฟีดแบ็กทั้งดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุงตลอด เห็นถึงความจริงใจและความมุ่งมั่นของทีมงานที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ รางวัลนี้จึงถือเป็นผลงานที่ Co-Create ร่วมกัน เพราะเราเชื่อว่า โลกในอนาคตไม่ได้มองหาคนที่เก่งที่สุด แต่มองหาคนที่เติบโตเร็วที่สุดและเติบโตไปด้วยกันกับองค์กร” คุณกมลวรรณกล่าว

สร้างทีมผู้นำยุคใหม่ภายใน 1 ปี Succession Planning ต้องตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านยุค
คุณ พีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) เผยเบื้องหลังการริเริ่มทำโครงการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning) ให้สำเร็จภายใน 1 ปี ว่า มีการกำหนดเป้าหมายหลักและแนวทางในการดำเนินการที่ชัดเจนคือ เฟ้นหาผู้บริหารภายในที่มีศักยภาพสูง กระบวนการต้องมีความยุติธรรมและความโปร่งใส และมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ไม่เพียงแค่การเตรียม Potential Successor แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการส่งมอบงานด้วย
คุณสมบัติของผู้เข้าโครงการที่พวกเขามองหา ต้องเข้าใจธุรกิจที่กำลังทำ มี Strategic Thinking เข้าใจลูกค้า สร้างทีมได้ และดูแลทาเลนต์ได้ เพื่อให้องค์กรเติบโต แต่สิ่งสำคัญสุดคือ Learning Ability หรือเรียนรู้ไว พร้อมที่จะเรียนรู้ ที่สำคัญ เรียนรู้แล้วต้องเอามาใช้ให้เกิด Impact กับองค์กรให้ได้
โครงการนี้ทำงานร่วมกับ BTS Thailand ในการออกแบบ Framework เพื่อประเมินข้อดี ข้อเสีย จุดแข็ง และจุดอ่อนของผู้สมัครแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
ส่วนคุณ วิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย เสริมว่า จุดสำคัญคือ ยอมรับ รับฟัง และปรับกัน กระบวนการนี้เป็นสามเหลี่ยมที่ต้องหาองศาที่เหมาะเพื่อไปด้วยกัน ทุกอย่างทำแค่ด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ โจทย์คือ จะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กร
“เราได้ Framework จาก BTS Thailand เอาเครื่องมือมาใช้ในการทำกลยุทธ์ ให้เอาออกมาทำได้จริง โปรเจกต์นี้ทำให้ค้นพบว่าไม่ได้ต้องรู้ทุกเรื่อง แต่เรียนรู้จากทุกคน แล้วจะพาทีมไปอย่างไร เพื่อส่งออกผลลัพธ์ให้ได้”
ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากกระบวนการจะราบรื่น ยังตอบโจทย์โลกธุรกิจ ยิ่งในธุรกิจประกัน ตอนนี้ไม่ได้สร้างแค่ CEO แต่สร้าง Management ทีมที่เก่ง ทำให้ทำงานร่วมกันได้ เอาความเก่งแต่ละคนแต่ละมุมมารวมกัน และผลักดันองค์กรไปต่อ
“เมื่อได้บุคลากรที่มีความสามารถมาแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องฟังคนในปัจจุบันว่าต้องการเห็นภาพขององค์กรเป็นอย่างไร และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ เพื่อผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า” คุณวิชินีกล่าว

การทรานส์ฟอร์มผู้นำ 1,200 คน เพื่อขับเคลื่อน 20,000 คน ต้องเริ่มจาก Mindset ก่อน Skill
คุณ หทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย เผยว่า KBank ตระหนักว่าการนำพาองค์กรผ่านช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องคน ผลวิจัยของ McKinsey ระบุว่าองค์กรที่สร้างผลงานโดยเน้นการโฟกัสเรื่องคน จะมีผลงานที่ดีกว่าองค์กรที่ไม่โฟกัสถึง 5.2 เท่า และรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่า
เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ KBank จึงเริ่มจากการกำหนด Purpose องค์กร คือ ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดความรุ่งเรืองที่ยั่งยืน โดยการเสริมสร้างและยกระดับศักยภาพสูงสุดของทุกชีวิต (รวมถึงลูกค้า พนักงาน และทุกธุรกิจที่ธนาคารได้สัมผัส) ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ทำด้วยหัวใจ ตามยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง KBank เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต้องเริ่มต้นจากระดับท็อป และสร้างภาษาเดียวกันภายในองค์กร คือ Purposeful and Practical Leader
“เราตั้งต้นจากการกำหนดนิยาม เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน ผู้นำที่จะนำพาองค์กรไปข้างหน้าคือผู้นำแบบ Purposeful and Practical Leader ผู้นำที่มี Purpose ที่ชัดเจน และสามารถทำให้ Purpose นั้นสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร และนำไปใช้กับทีมงานและเพื่อนร่วมงานได้โดยไม่ถูกรบกวนจากสิ่งอื่น (Distraction) ในภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง” คุณหทัยพรอธิบาย
จุดเด่นของโครงการคือ ไม่ได้เริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะ แต่เริ่มต้นจากการนิยาม Transformation ที่องค์กรอยากเห็น และมุ่งเน้นการปรับ Mindset ก่อนที่จะติดอาวุธทักษะ เริ่มตั้งแต่ระดับ CEO, President, C-Suite ลงมาจนถึง First Senior Vice President โดยเป้าหมายคือทรานส์ฟอร์มองค์กรผ่านผู้นำระดับ Mid-level up ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งหมดประมาณ 1,200 คน เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนและทรานส์ฟอร์มพนักงานที่เหลืออีกกว่า 20,000 คนต่อไป
“เราทำงานร่วมกับทีมที่ปรึกษา BTS Thailand ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง มีการทำความเข้าใจบริบทและ Pain Point ปรับ Mindset ก่อนไปต่อยอดเรื่องทักษะ เปรียบเหมือนการที่ Barista ที่เก่งอยู่แล้ว ต้องกลับมาเรียนเรื่องการชงกาแฟใหม่หมด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการขับเคลื่อนผลงานผ่านการ Motivate คนและการ Feedback” คุณหทัยพรเล่า
ที่สำคัญ ยังมีการออกแบบกระบวนการวัดผลที่จริงจัง ผู้นำต้องรู้ว่าจะขับเคลื่อนผลงานด้วยวิธีไหนที่ได้ทั้งในแง่ของผลงาน และได้ในเรื่องของใจคน ด้วยการสร้างคุณค่า เมื่อคนรู้สึกว่าได้รับการดูแล มีคุณค่า และได้สร้างสิ่งดี ๆ ให้กับองค์กร พวกเขาจะช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้ แม้จะเกิดความยากลำบาก
“การสร้างคนเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะไปอยู่องค์กรไหนก็จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศด้วย” คุณหทัยพรกล่าวทิ้งท้าย

บทสรุป การลงทุนกับคนคือการลงทุนในอนาคต
การได้รางวัลออสการ์แห่งวงการ HR ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคหรือบังเอิญ แต่เกิดจากการตัดสินใจลงทุนกับคนอย่างจริงจัง การออกแบบระบบที่โปร่งใส และความร่วมมือระหว่างองค์กรกับที่ปรึกษาที่เข้าใจบริบทอย่างลึกซึ้ง
สำหรับ HR ที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจ นี่คือเวลาที่เหมาะที่จะเริ่มต้น เพราะองค์กรที่ชนะในอนาคตคือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคนมากที่สุด และรางวัลเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพผู้นำและบุคลากรไทย ให้สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกและต่อยอดสู่ความสำเร็จในระดับสากล
