
นับวัน การแข่งขันทางธุรกิจในระดับโลกมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจ เกิดวิกฤติสิ่งแวดล้อม ไหนจะภาวะตึงเครียดจากสงคราม ที่ขยายผลกระทบสู่ภาคธุรกิจระดับรุนแรง ไม่เพียงแค่นั้นความตื่นตัวเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI ยิ่งเร่งให้ทุกองค์กรต้องเตรียมพร้อมพนักงานและผู้นำ เพื่อนำพาองค์กรฟันฝ่าทุกความไม่แน่นอนไปให้ได้อย่างมั่นคง
Beyond Training เล็งเห็นความสำคัญของการเตรียมพร้อมคนอย่างดี จึงจัดงาน Adaptive Leadership Forum#3 งาน Forum ที่จะเผยทุกแง่มุม ทุกเรื่องอินไซต์ด้านการพัฒนาคน โดยคราวนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือการนำวิทยากรมากความสามารถด้านการพัฒนาคนของไทย มาพูดคุยกันเกี่ยวกับ AI Transformation เป็นประเด็นหลัก อาทิ
- ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ CEO บริษัท Beyond Training
- คุณชุติมา สีบำรุงสาสน์ ที่ปรึกษาอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ People Transformation
- ดร.ชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ เจ้าของ Pomodoro Licensed Trainer คนแรกและคนเดียวในประเทศไทย
- ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์
หาก HR คนไหนพลาดงานนี้ไป ไม่ต้องเสียใจไป HREX สรุปเนื้อหาน่าสนใจที่ HR ควรต้องรู้มาให้ได้อ่านกันแล้ว ไปติดตามกันได้เลย
Adaptive Leadership Forum: AI Transformation Strategies
Session นี้ Beyond Training พาทุกคนไปเจาะลึกกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนองค์กรด้วย AI โดยมีวิทยากร 3 รายคือ ภก.คงเกียรติ, คุณชุติมา และดร.โชคชัย ทำหน้าที่เป็นวิทยากร โดยมี ดร.ชูศิลป์ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

สาระสำคัญของการเสวนา มีดังต่อไปนี้
- ประเด็นแรก ดร.ชูศิลป์ ตั้งคำถามว่า ทำไมผู้นำต้องให้ความสำคัญกับ AI โดยดร.โชคชัย อธิบายว่า ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้ทุกคนปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีมากขึ้น จุดเปลี่ยนที่สำคัญของยุคนี้ก็คือ เทคโนโลยีมันเก่งขึ้นได้เอง ซอฟต์แวร์สามารถพัฒนาและคิดเองได้ ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่คนต้องฝึกทั้งตัวเองในการใช้เทคโนโลยี และฝึกให้ AI เก่งขึ้น
- ด้วยเหตุนี้ทำให้เป็นโอกาสขององค์กรที่สามารถใช้งานเทคโนโลยีล้ำ ๆ ในราคาที่ถูกลง แต่ก็ยอมรับว่ามันคือความท้าทายของคนทำงานเมื่อแรงงานคนจะหายากขึ้น ด้วยค่าตัวแพงขึ้นตามประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น พอเครื่องมือราคาถูกสวนทางกับค่าตัวของคน ผู้นำจึงต้องคิดมากขึ้นว่าจะทำอย่างไรจึงจะขับเคลื่อนองค์กรได้เกิดประสิทธิภาพที่สุด และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายจริง ๆ
- คุณชุติมาเสริมว่าบริบทของธุรกิจ บริบทการทำงานเปลี่ยนไปเยอะ ผู้คนมีความคาดหวังต่อสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น เกิดการแข่งขันมากขึ้น เพื่อหาว่าจะทำงานน้อย ๆ แต่ได้ผลลัพธ์มากอย่างไร กลายเป็นความท้าทายในการขยายขอบข่ายการให้บริการ หรือการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาเสริมการทำงานของผู้คน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย
- แต่คุณชุติมายอมรับว่า ในยุคนี้ที่มีความท้าทายมาก การใช้ AI ช่วยพนักงานคัดกรองและประมวลผลข้อมูล ย่อมเก่งกว่ามนุษย์ที่ยังมีลิมิตอยู่ หากนำมาช่วยใช้ในการทำงาน ทำสิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้นำถึงต้องพิจารณาการเอา AI มาช่วยงานอย่างไม่อาจมองข้ามได้
- ภก.คงเกียรติ มองว่า ทุกวันนี้มีพนักงานกว่า 75% เริ่มใช้งาน GenAI แล้ว ไม่ว่าจะใช้งานในชีวิตจริง ใช้ในการทำงาน เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ถือเป็นแนวโน้มด้านบวก และใช้มาตั้งแต่กลางถึงปลายปี 2023 แล้ว พอผู้คนใช้งานเยอะ นั่นทำให้คนที่ยังไม่ใช้งานจะเสียเปรียบหากสมัครงานใหม่ และถ้าใครยังใช้งานได้ไม่มีประสิทธิภาพ จะยิ่งเสียเปรียบคนที่ใช้งานเป็นและคล่องแคล่วด้วย ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วว่า ทุกองค์กรจะเอาเรื่องความสามารถในการใช้ AI โดยเฉพาะ GenAI มาใช้เป็นเกณฑ์ในการรับคนเข้าทำงานเมื่อไหร่ ซึ่ง Beyond Training เริ่มแนวทางนี้ไปแล้ว
- คุณชุติมา บอกว่าในงาน HR นั้นยังเป็นงานรูทีนอยู่ ซึ่งงานเหล่านี้คือสิ่งที่ AI สามารถมาช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น สะดวกขึ้นได้ เกิดประโยชน์เชิงประจักษ์ขึ้น เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว HR และผู้นำอีกต่อไป พอมีอุปกรณ์ที่ใช้งานได้บ่ายก็ควรจะต้องใช้ แต่มันก็จะเกิดความคาดหวังด้วยว่า พอผู้นำใช้งานเป็น เขาจะยิ่งคาดหวังให้พนักงานใช้งานได้เร็วด้วย ซึ่งทำให้พนักงานยิ่งต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อทำงานได้ตามที่ใคร ๆ คาดหวัง
- พอทุกองค์กรให้ความสำคัญกับ AI เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างไร ดร.ชูศิลป์นำเสนอว่า เราสามารถใช้โมเดล VIBE กำลัง 2 คือ Vision, Install, Build, Educate, Evaluate มาเป็นแนวทางในการเปลี่ยนแปลงได้
- ดร.โชคชัย เล่าว่า AI กลายเป็นตัวช่วยชั้นดี ในงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานสื่อสารมวลชน สามารถสรุปข่าว คิดคิดพาดหัวข่าว ให้ AI ช่วยเขียนบทความความยาวไม่เกิน 5,000 ตัวอักษรได้ ลดการทำงานซ้ำซ้อน ลดการใช้งานคน แต่ทำให้ประสิทธิภาพคนเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ซึ่งเป็นความท้าทายว่า หากองค์กรไหนที่ยังมีผู้นำที่ไม่ได้นำมาใช้งาน ก็ต้องหาวิธีโน้มน้าวให้ผู้นำ หรือ CEO ให้ Buy in แล้วนำมาปรับใช้ในองค์กรได้ มิฉะนั้นจะแข่งขันกับใครไม่ทัน
- คุณชุติมา เสริมอีกว่า ในยุคนี้และยุคต่อไป ผู้นำจะแค่ขายวิสัยทัศน์อย่างเดียวจะไม่เพียงพอ ประสบความสำเร็จไม่ได้แล้ว วิสัยทัศน์ที่ดีจะต้องกำหนดให้พร้อมว่า อยากให้ทุกคนทำอะไรและทำไปเพื่ออะไร และผู้นำจะต้องลงมาร่วมลงมือทำ มอบความช่วยเหลือ ยื่นมือ มอบเครื่องมือที่พนักงานสามารถนำไปใช้ยกระดับองค์กรได้อย่างเกิดประโยชน์ มิฉะนั้น องค์กรจะไม่มีทางไปถึงเป้าหมายอย่างที่ผู้นำตั้งวิสัยทัศน์ได้เลย
- อีกสิ่งที่สำคัญคือการปลูกฝังมายด์เซ็ต เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร หรือวิถีหรือกระบวนการที่ทุกคนคิดเชื่อ และปฏิบัติในสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย คุณชุติมาบอกว่าจะต้องเริ่มจากเป้าหมายก่อน หากจะสร้าง AI Culture ก็ต้องสร้างพร้อมคัลเจอร์ (Prompt Culture) มีเป้าหมายก่อนว่า จะใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผลทำให้คนแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้คนในองค์กรมองเห็นว่าเราจะได้ประโยชน์จาก AI อย่างไร ช่วยลดภาระในการทำงานอย่างไร ผลที่ออกมาจะดีแค่ไหน เพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการทำงานอย่างไร เราสามารถใช้ AI สร้าง Employee Experience ที่ดีได้
- ภก.คงเกียรติ อธิบายเพิ่มเติมว่า หากผู้นำลงมือทำพร้อมกับพนักงานในทีม จะเป็นโอกาสดีมากที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน เปิดใจไปพร้อมกัน ทำให้จากที่เคยมองไม่เห็นว่า GenAI แต่ละตัวมาช่วยงานเราได้อย่างไร และไม่จำเป็นต้องใช้ GenAI เวอร์ชั่นเสียเงิน แต่ลองใช้งานแบบฟรี ๆ ร่วมกันไปก่อน ซึ่งแค่เวอร์ชั่นฟรีก็จะทำให้เห็นว่าศักยภาพของมันมากมายเพียงใด ในการเปลี่ยนแปลงองค์กร
- ทั้งนี้ ต้องระวังกับดักที่ทำให้องค์กรใช้ AI อย่างไม่มีประสิทธิภาพด้วย ดร.โชคชัย บอกว่าแน่นอนว่าเราต้องห้ามเชื่อ AI 100% เวลาถามอะไรไป อย่าเอาคำตอบของมันมาใช้เลยทันที สอดคล้องกับที่คุณชุติมาบอกว่า อย่าใช้ AI เป็น Google Search ที่เจออะไรก็คิดว่าเป็นคำตอบที่ใช่ทันที แต่เราต้องอ่านตรวจทานและตรวจสอบอีกทีก่อน แล้วปรับแก้ Finetune ใส่ Insight เข้าไปเพิ่ม และอย่าให้ AI ตัดสินใจแทนเรา อย่าลืมว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนเท่านั้น ไม่ใช่ตัวตัดสินใจหลัก ซึ่งคือตัวเราเอง
Adaptive Leadership Forum: Use Cases: AI Transforming From Hype to Business Realities
Session สุดท้ายนี้ ดร.โชคชัย กลับขึันมาเป็นวิทยากร ชวนคุยถึงกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จจริงจากการนำ AI มาปรับใช้ในธุรกิจ ว่าเราสามารถนำ AI มาใช้งานได้มากมายกว่าที่ใครคาดคิด โดยยกตัวอย่างกรณีที่เขานำไปปรับใช้กับ เทโร และบริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของเขา

สาระสำคัญของการบรรยายมีดังต่อไปนี้
- ดร.โชคชัย เน้นย้ำอีกรอบว่า สาเหตุที่เขาต้องคิดหาวิธีใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถูกกดดันจากสภาพการทำงานที่เปลี่ยนไป เมื่อองค์กรต้องการลดการใช้คน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการประสิทธิภาพหรือผลลัพธ์ได้มากขึ้น การมาเจอกับ AI ทำให้เขาสามารถเอามาใช้เพื่อคิดแทนคน ขอไอเดียบางอย่างที่มนุษย์เองก็อาจจะคิดไม่ถึง และช่วยงานสร้างสรรค์ที่แต่เดิมจำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก งบประมาณมหาศาล ได้อย่างง่ายดายขึ้นหลายเท่า
- ดร.โชคชัย เล่าว่า งานบางงาน โดยเฉพาะงานสร้างสรรค์ สร้างสื่อจากที่เคยจ้างคนมาช่วยทำแล้วต้องจ่ายเงินหลายแสนบาท การใช้ AI ช่วยทำงาน เช่น งานเพลง การคิดก็อปปี้ การวางแผนอีเวนต์ ฯลฯ กลับใช้เงินเพียงไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณได้มากกว่าที่คิด
- ดร.โชคชัย ย้ำว่า การเอา AI มาใช้ เขาไม่ได้จะเอามาเพื่อทดแทนคน เขาตระหนักว่า AI ช่วยงานเขียน Text ได้ ซึ่งสามารถเอามาใช้ร่างเอกสาร แปลเอกสาร เขียนอีเมล หาข้อมูล ฯลฯ เป็นงานที่ผู้คนน่าจะใช้งานเยอะที่สุด เรียกได้ว่ามีแค่ไม่กี่อาชีพเท่านั้นที่ไม่ต้องทำงานกับตัวอักษร กับข้อความเพื่อการสื่อสาร
- นอกจากนั้นยังสามารถให้มันเขียน Coding ทำไฟล์เสียง เช่น ดนตรี สร้างภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และสร้างโมเดล 3 มิติ โดยจะมีทั้งงานแบบเบสิค และงานที่แอดวานซ์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการเขียน Prompt ขอบผู้ใช้งานว่าจะทำให้ออกมาสมบูรณ์ได้อย่างไร
- หัวใจสำคัญของการใช้ AI อย่าบมีประสิทธิภาพ คือต้องรู้ว่าควรใช้โปรแกรมใด ทำงานอะไร ความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เครื่องมือแต่ละอย่างได้เหมาะสมแค่ไหน และไม่ต้องกลัวว่าจะใช้งานยาก เพราะคุณแม่ของเขาเองยังใช้ AI ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้สร้างภาพสวัสดีวันจันทร์ ฯลฯ ซึ่งหากผู้สูงวัยยังทำได้ ใคร ๆ ก็น่าจะทำได้
- Prompt ที่ดี ควรมีชุดคำไม่ต่ำกว่า 50 ชุดคำ ต้องกำหนดบทบาทด้วยว่าอยากให้ AI รับบทเป็นใคร เพื่อให้คำตอบได้ตรงจุด งาน (Task) อธิบายให้ชัดเจนว่าต้องการให้ AI ทำอะไร จากนั้นควรใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบริบท (Context) เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานนั้น เพื่อให้ AI เข้าใจมากขึ้น และสุดท้ายกำหนดรูปแบบที่อยากให้ AI ช่วยสร้าง เช่น อยากให้ทำภาพ อีเมล บทความ หรือรายงาน
- ดร.โชคชัยอธิบายว่า งานที่เขาและทีมทำอยู่ในปัจจุบัน สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วย AI หลายงาน โดยเฉพาะการเอามาช่วยด้านการตลาด (Marketing) เช่น AI for Content Writing ให้ช่วยแปลหรือเขียนข่าว บทความ และ AI for Simple Graphic Creation ช่วยสร้างภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
- หากใครยังทำสไลด์ใน Power Point อยู่ ดร.โชคชัย ขอแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ Canva ซึ่งจะช่วยให้ทำ Presentation หรือทำ Key Artwork ที่ไม่เพียงแค่ทำงานได้สนุก แต่ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น หลากหลายรูปแบบขึ้น ช่วยให้ทำงานเสร็จไวขึ้น ขายงานกับลูกค้าประสบความสำเร็จได้มากขึ้น
- หากจะยังมีสิ่งที่เขาคิดว่า AI ยังทำงานได้ไม่ดีหรือละเอียดมาก คือ การเอา AI ใน Microsoft Co-Pilot ช่วยทำ Microsoft Excel หากจะให้ทำงานมืออาชีพจริง ๆ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะมาก แต่ข้อดีคือ ข้อมูลที่ใช้งานจะไม่รั่วไหลหลุดออกไปยังผู้อื่นโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
- หากใครยังไม่เอา AI มาใช้งาน องค์กรของคุณจะมีความเสี่ยงที่จะล้าหลังองค์กรอื่น ๆ ไปอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง แม้วันนี้อาจจะเริ่มช้าหน่อย ยังตะกุกตะกัก แต่อย่างน้อยการเริ่มต้นใช้งาน AI จะนำไปสู่การอยู่รอดขององค์กร อยู่รอดของตัวพนักงาน และอยู่รอดของ CEO ในอนาคตอย่างแน่นอน

