
ทุกต้นปีวงการธุรกิจและ HR มักจับตางานใหญ่ของ Future Trends อย่าง Future Trends Ahead Summit กันเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานที่ช่วยชี้ทิศทางอนาคต ชี้ทิศทางการทำธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรได้น่าสนใจ
และก่อนที่งาน Summit งานหลักจะเริ่มต้นขึ้น Future Trends ก็มักจะอุ่นเครื่องด้วยงานแถลงข่าวเพื่อเปิดภาพรวมของเทรนด์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ โดยปีนี้ก็เช่นเดียวกันกับงาน Future Trends Ahead 2026 Press Conference ที่นำเสนอทั้งสภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การทำงาน และทิศทางขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย
งานแถลงข่าวนี้มีเนื้อหาที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล และมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าสนใจ สำหรับใครที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน หรืออยากได้ภาพรวมที่สรุปมาให้เข้าใจง่าย HREX รวบรวมสาระสำคัญ มาไว้ให้แล้ว อ่านได้ในบทความนี้เลย
รู้เทรนด์โลก 2026 พร้อมรับมือพายุแห่งความเปลี่ยนแปลงก่อนใคร กับหนังสือ Future Trends Ahead 2026

ใน Session แรกของงาน คุณ ณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content & Branding Future Trends and aomMONEY (The Money Trends) กล่าวถึงการทำหนังสือ Future Trends Ahead 2026 ว่านี่คือปีที่ 3 แล้วที่ได้ทำหนังสือเล่มนี้เพื่อบอกเล่าเทรนด์สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับปีนี้ หนังสือ Future Trends Ahead 2026 จะครอบคลุม 12 เทรนด์ใหญ่ แล้วแตกออกมาเป็น 62 เทรนด์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างไม่ได้เลย หากปราศจากความร่วมมือของ 16 องค์กรที่เป็น Book Partner ช่วยเขียนเนื้อหาขึ้นมา โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่เพียงแค่สรุปแนวโน้มโลก แต่ยังใส่ Frameworkเพื่อให้สามารถนำไปวางกลยุทธ์ได้จริง
ขณะที่คุณ พิศพรรณี เกือกลูกาญจนา Head of LikeMe Media เสริมว่า Future Trends ไม่ได้หยุดแค่การทำหนังสือเล่มนี้แล้วเสร็จบนกระดาษ แต่จะต่อยอดข้อมูลความรู้และ Insight ทั้งหลายให้ออกมาเป็นอีเวนต์ที่จับต้องได้ ซึ่งจะจัดในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพื่อขยายพลังของเนื้อหาไปสู่กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
โดยในปีนี้แบ่งงานออกเป็น 2 เวที ได้แก่ Super Vision Stage ที่พูดเรื่องภาพรวมมหภาคด้านเศรษฐกิจและการเมือง และ World Business Era Stage สำหรับองค์กรที่ต้องการทักษะใหม่ ๆ ในการเติบโตท่ามกลางความปั่นป่วนของโลก ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อผู้ฟังในหลากหลายสายงานอย่างแน่นอน
ด้านคุณ โอชวิน จิรโสตติกุล CEO & Founder of FutureSkill กล่าวว่าการที่โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วและรุนแรงกว่าที่เคย ทั้งจากเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้องค์กรที่ยึดติดกับสูตรเดิม ๆ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาวิธีมองอนาคตให้เห็นอนาคตชัดเจนขึ้น เป็นเหตุผลให้เกิดการก่อตั้ง Institute of Strategic Foresight (ISF) หรือ สถาบันยุทธศาสตร์สำหรับโลกอนาคต ขึ้นมาเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ประเมินความพร้อมองค์กร และสร้างแผนเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์โลกใหม่อย่างแท้จริง
เพราะยิ่งทุกอย่างเปลี่ยนเร็วเพียงพริบตา การอ่านเทรนด์จึงไม่พออีกต่อไป แต่ต้องแปลงเทรนด์ให้เป็นแผน และแปลงแผนให้เป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรมให้ได้ ให้รู้ว่าอนาคตกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน แต่ยังชี้ให้เห็นว่า เราจะเดินไปในอนาคตนั้นอย่างไรให้ไม่หลงทาง และไม่ถูกพายุพัดหายไประหว่างทาง
Future Trends Ahead 2026 กับ 62 เทรนด์สำคัญ จาก 12 หมวดเทรนด์ภาพใหญ่

ในงานแถลงข่าว Future Trends Ahead 2026 มีตัวแทนจากองค์กรพันธมิตรชั้นนำของไทยร่วมถ่ายทอด 62 เทรนด์สำคัญที่ควรจับตาในปีนี้ ผ่านมุมมองจาก 12 หมวดหมู่เทรนด์หลัก โดยไฮไลต์พิเศษในงานคือการเผยน้ำจิ้มของเทรนด์สำคัญ จากผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมงานด้วย ซึ่งสะท้อนสัญญาณความเปลี่ยนแปลงอันน่าจับตามอง ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ไปจนถึงระดับโลก
โดยเทรนด์สำคัญที่นำเสนอในงาน 10+1 เป็นน้ำจิ้มในเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้
1.Economy & Commerce
โลกการค้าเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะการที่จีนขยายบทบาททางเศรษฐกิจในไทยหลังความสัมพันธ์ครบ 50 ปี ขณะที่ AI และ Green Economy จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ ใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
2.Politics
AI ไม่เพียงเปลี่ยนการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างทางการเมืองทั่วโลกอย่างไม่คาดคิด และอาจกลายเป็น Disruptor ตัวใหม่ในระบบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อนโยบายต่างประเทศเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมและการเมืองภายในประเทศไทยอย่างแยกไม่ออก นั่นทำให้ไทยเองต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน
3.Technology & AI
เทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ Agentic AI จะกลายเป็นผู้ช่วยดิจิทัลรายสำคัญที่ช่วยคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และทำงานแทนมนุษย์ในระดับลึก ช่วยยกระดับ Productivity ได้สูงถึง 10 เท่า องค์กรที่ไม่ปรับใช้จะกลายเป็นฝ่ายตามหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4.Industry
แวดวงอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับยอดขายที่ลดลงและการตีตลาดจากต่างประเทศ การอยู่รอดในยุคนี้ต้องมาพร้อมกับการ Go Digital, Go Global และ Go Green โดยเฉพาะการใช้ Automation และ Agentic AI ในกระบวนการผลิต รวมถึงการหาพาร์ทเนอร์ระดับโลกเพื่อร่วมฝ่าพายุเศรษฐกิจไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง
5.Consumer
ปีนี้คือปีแห่งความไม่ปกติ (Absurdity) หลักฐานชัด ๆ คือแค่เปิดปีมาก็เจอข่าวทรัมป์ส่งทหารไปบุกเวเนซุเอลาแล้ว นอกจากนั้นยังมีความบ้าบิ่นทางเทคโนโลยี จากการที่ AI เริ่มเขียนอัลกอริทึมของตัวเองได้ ความแหกกฎจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา องค์กรต้องการคนกล้าและบ้าบิ่นไม่แพ้กันเพื่อเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
6.Marketing
เรากำลังอยู่ในยุค Polycrisis หรือวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังให้แบรนด์ หรือองค์กรมีความรับผิดชอบมากขึ้น และเลิกผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างเดียว นำมาสู่การต้องคิดและหามีนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่หวังแต่จะขายของได้อย่างเดียวโดยไม่สนอะไร
7.Future Skill
ถึงเวลาองค์กรต้องเตรียมคนให้มีทักษะด้าน Analytical Creativity เพื่อสร้างสิ่งใหม่บนฐานข้อมูลจริง นอกจากนี้ AI จะเพิ่มความเหลื่อมล้ำด้านการทำงานและการเรียนรู้ให้สูงขึ้น หากไม่รู้จักเรียนรู้ใหม่ (Unlearn & Relearn) และไม่มี Growth Mindset เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
8.Future of Jobs
อนาคตของงานเปลี่ยน คนไม่เปลี่ยนตามมีสิทธิ์ตกงานสูงแน่ และบ่อยครั้ง Job Description ยังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าการมีทักษะใหม่ ผู้สมัครงานที่ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่มีความรู้ใหม่ ๆ จะมีโอกาสตกงานสูงขึ้น
9.Leadership
แม้พนักงานไทยจะอยากทำงานในองค์กรที่ส่งเสริมในการพัฒนาทักษะพวกเขา แต่กลับมีไม่กี่องค์กรที่มีแผนพัฒนาพนักงานอย่างจริงจัง ในโลกที่ท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ถึงเวลาองค์กรต้องพัฒนาผู้นำ-พนักงานอย่างมียุทธศาสตร์แล้ว ด้วยการลงทุนใน Global Insight และวางกลยุทธ์เพื่อให้พนักงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำจริงจัง ไม่ใช่แค่ตามกระแส
10.Health
แม้โลกจะเต็มไปด้วยข่าวร้ายจากแทบทุกเทรนด์ที่เอ่ยมา แต่เทรนด์ด้านสุขภาพกลับมีพัฒนาการเชิงบวกให้น่าชื่นใจ เช่น เทคโนโลยีช่วยให้การรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งทำได้สำเร็จ และใกล้เคียงกับการหายขาด ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติได้มากขึ้น มีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดงานยาก ๆ ให้ง่ายขึ้น และการเก็บข้อมูลที่แม่นยำก็นำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำขึ้นด้วย
(+1) From Future Trends to Strategy with Strategic Foresight
Future Trends Ahead 2026 ไม่ได้นำเสนอแค่เทรนด์ให้รู้ แต่ยังเตรียมกลยุทธ์เพื่อรับมือกับเทรนด์ที่อาจเกิดหรือไม่เกิดด้วย ผ่านเครื่องมือ Strategic Foresight เพื่อไม่ต้องรื้อแผนใหม่ทุกปี และเดินเกมธุรกิจได้มั่นคง ซึ่งหากอยากรู้ว่ากลยุทธ์ที่จะออกมานั้นเป็นอย่างไร ติดตามได้ในหนังสือ และในงาน Future Trends Ahead Summit 2026
Jobs & Skills 2026: The New Blueprint for the Future Workforce

อีก Session ที่น่าสนใจนี้ว่าด้วยการปรับตัวสู่โลกอนาคตของการทำงานไม่รอใคร คุณ กิตติศักดิ์ เกษบุรี Director of Corporate Strategy and Communications จาก JOBBKK ชี้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจกำลังเปลี่ยนโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นบทบาท หน้าที่ หรือเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละตำแหน่ง งานที่เคยทำแบบเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้สมัครต้อง Upskill ตัวเองให้ไว เพื่อให้ทันกับ Job Description ที่เปลี่ยนรายวัน
คนที่พร้อมปรับตัวและเรียนรู้เร็ว จะกลายเป็นคนที่ HR อยากเลือกให้มาร่วมงานด้วย
คุณโอชวิน เสริมว่า แม้ AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในทุกสายงาน แต่คนไทยยังใช้ไม่เป็นหรือไม่กล้าใช้ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น กับคนที่ยังตามไม่ทัน ยิ่งมี AI Agent เป็นผู้ช่วยประจำตัวของพนักงานยุคใหม่ คนที่จะเอาตัวรอดได้ไม่ใช่แค่คนที่มีทักษะการสั่งงาน AI เป็น แต่ต้องมีความเข้าใจเชิงลึกด้วยว่าจะนำ AI ไปใช้ต่อยอดในสายงานตัวเองได้อย่างไร
และเขาเห็นด้วยกับคุณกิตติศักดิ์ว่า คนที่มีทักษะด้านนี้ จะได้เปรียบอย่างมหาศาลในตลาดแรงงานระดับโลก
นอกจากนั้น เทคโนโลยียังทำให้เราไม่เพียงแข่งขันกับคนไทยด้วยกันเอง แต่ต้องแข่งขันกับทั้งโลก ถ้าอยากเป็นคนเลือกงานเองได้ ไม่ใช่คนที่รอให้คนอื่นมาเลือก เราต้องเป็นตัวท็อปในสายงานของตัวเอง หรือเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจนใช้มันสร้างประโยชน์ในงานได้ หรือมีทุนมากพอที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายของตัวเอง
และหากเราจะยกระดับให้เหนือกว่าคนอื่นในระดับเดียวกัน ต้องพัฒนาแบบไฮบริด คือมีความรู้ความสามารถหลากหลายด้าน เชื่อมโยงกันได้ และข้ามสายงานได้ นี่คือกุญแจสำคัญของความได้เปรียบในอนาคต
คุณโอชวิน ปิดท้ายด้วยการอธิบายถึง 4 ทักษะแห่งอนาคตที่ทุกคนควรเร่งสร้างตั้งแต่วันนี้ ประกอบด้วย
- Advance Cognitive & Self-management เช่น การคิดเชิงระบบและความรู้การเงิน
- Twin Transition คือ ทักษะด้านดิจิทัลควบคู่ไปกับ ESG
- Human Connection & Global Communication เช่น ความเป็นผู้นำและภาษาเพื่อธุรกิจ
- Growth Engine & Business Acumen เช่น การเป็นผู้ประกอบการในองค์กร และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้คือพิมพ์เขียวแห่งอนาคต ที่จะทำให้คุณไม่ใช่แค่รอดในยุคเปลี่ยนผ่าน แต่โตไปพร้อมโลกที่ไม่เคยหยุดเดิน
