Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments

succession-planning-hogan-assessments

หลายคนอาจคิดว่า Succession Planning เป็นเรื่องของอนาคต แต่จริง ๆ แล้วการวางแผนสืบทอดตำแหน่งผู้นำคนต่อไปจะราบรื่นได้ หากวางแผนและจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

นั่นจึงเป็นที่มาของงาน Getting Succession Right With Hogan Assessments ที่ Absolute Talent Solutions – ผู้จัดจำหน่าย Hogan อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยคุณ ประวีณ์นุช วิศวพรบุตร ร่วมกับ Hogan Assessments APAC จัดขึ้นเพื่อชวน HR และผู้นำองค์กรร่วมเรียนรู้ว่า วิธีการวางแผน Succession Planning ที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร และการใช้ข้อมูลเชิงจิตวิทยาจาก Hogan Assessments จะช่วยเตรียมพร้อมอนาคตได้อย่างไร

หาก HR ท่านใดพลาดงานนี้ไป HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้

HIPO + Strategic Succession: From Planning to Performance

จากการทำงานกับองค์กรระดับโลกจำนวนมาก คุณ คริสต้า พีเดอร์สัน Managing Director จาก Hogan Assessments / International Distributors, APAC พบว่าแม้หลายองค์กรจะมีความตั้งใจดีในการพัฒนาและแต่งตั้งผู้นำรุ่นใหม่ แต่มักจะประเมินคนผิดพลาดจนเกิดปัญหาไปทั้งองค์กร

หนึ่งในกรณีที่เธอเจอในองค์กรหนึ่งคือ พนักงานคนหนึ่งที่มีความขยันขันแข็งและดูใกล้ชิดกับผู้บริหารมาก ๆ ทำให้เขาได้เลื่อนขั้นเป็นผู้นำระดับสูงอย่างรวดเร็ว ปัญหาคือก่อนหน้านี้ไม่มีการประเมินเขารอบด้านเพียงพอ เช่น ไม่มีใครไปย้อนดูว่าความสัมพันธ์ของเขากับทีมเป็นอย่างไร ?คนที่ทำงานด้วยคิดอย่างไรเกี่ยวกับเขา ?

สุดท้ายเขาทำงานต่อได้อีกเพียง 6 เดือนก็ถูกปลดจากตำแหน่ง เนื่องจากการทำงานโดยมุ่งแต่เป้าหมายส่วนตัว ไม่ได้สนใจหรือสนับสนุนทีมอย่างแท้จริง

สิ่งที่คุณคริสต้าเน้นย้ำคือ การคัดเลือกผู้นำไม่ควรอิงแค่ความชอบส่วนบุคคลหรือพฤติกรรมภายนอกที่ดูดี เห็นแล้วถูกใจ แต่ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามว่า องค์กรต้องการคุณสมบัติแบบไหนจากผู้นำ จากนั้นค่อยเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ และใช้ประกอบการเลือกคนที่เหมาะสม จึงจะได้คนที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร 

 

Hogan Assessments คืออะไร ช่วยงาน Succession Planning ได้อย่างไรบ้าง

คุณคริสต้า อธิบายว่า Hogan Assessments คือเครื่องมือที่ช่วยให้การวางแผนสืบทอดผู้นำ หรือ Succession Planning ประสบความสำเร็จง่ายกว่าการประเมินด้วยสัญชาตญาณ

โดย Hogan Assessments จะเน้นการประเมิน 3 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย

  • HPI (The Bright Side) – จุดแข็งและพฤติกรรมที่มักพบเห็น หรือแสดงออกในที่ทำงานบ่อย ๆ 
  • HDS (The Dark Side) – พฤติกรรมของคนที่ซ่อนอยู่ และมักปรากฏออกมาหลังผ่านช่วง Honeymoon Period ไปแล้ว หลายคนมักเข้าใจผิดว่า HDS เป็นข้อเสียล้วน ๆ แต่ในความจริงแล้ว มันอาจเป็นจุดแข็งที่ใช้งานอย่างไม่สมดุลจนกลายเป็นปัญหาได้ เช่น ความมั่นใจที่มากเกินไปอาจกลายเป็นความดื้อรั้น หรือความมุ่งมั่นที่สูงอาจกลายเป็นการควบคุมผู้อื่นมากเกินไป เป็นต้น
  • MVPI (The Inside) – แรงขับภายใน เช่น เป้าหมายส่วนตัว ค่านิยม และแรงจูงใจ การเข้าใจแรงขับเหล่านี้จะช่วยให้เห็นว่า บุคคลที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำนั้นเหมาะหรือเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรหรือไม่

succession-planning-hogan-assessments

ผู้นำแบบ Effective Leader จะพาองค์กรก้าวผ่านอนาคตอันไม่แน่นอน

คุณคริสต้า ชวนให้ทุกคนตั้งคำถามนี้อย่างจริงจังในกระบวนการ Succession Planning ว่า “เราต้องการผู้นำแบบไหน ที่จะพาองค์กรไปรอดในอนาคต ?” และ “ถ้าผู้นำคนปัจจุบันเกิดไม่อยู่ในช่วงเวลาวิกฤต ใครคือคนที่จะก้าวขึ้นมานำพาองค์กรไปต่อได้อย่างมั่นคง ?”

คำถามเหล่านี้จะนำไปสู่การออกแบบระบบ Succession Planning ที่ยั่งยืน และทำให้เจอคนที่เป็น Effective Leader หรือผู้นำที่ช่วยให้เป้าหมายของทีมบรรลุ ไม่ได้สนใจแค่เป้าหมายของตัวเอง

“ผู้นำที่แท้จริง คือผู้ที่สร้างทีมให้แข็งแกร่ง และพาทีมรักษาความเป็นเลิศไว้ได้อย่างยั่งยืน เขาอาจไม่ใช่คนที่ความสามารถโดดเด่นที่สุด แต่เป็นคนที่ช่วยสนับสนุนการเติบโต และทำให้ทั้งทีมไปถึงเป้าหมายร่วมกันได้” คุณคริสต้านิยามของผู้นำที่ใช่เอาไว้อย่างชัดเจน

เพราะในวันที่โลกของการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำจะไม่ใช่แค่คนที่บริหารได้ดีเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่พร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง สร้างความมั่นคงให้ทีม และนำพาองค์กรฝ่าฟันได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าหาไม่ง่าย แต่การหาคนจากภายในองค์กรก่อน จะช่วยให้ประหยัดงบประมาณกว่าการจ้างคนเก่งจากภายนอกให้เข้ามาเป็นผู้นำได้

และที่สำคัญคนที่อยู่ภายในย่อมรู้บริบทการทำงานดีกว่าคนนอก ทำให้องค์กรก้าวเดินและวิ่งไปถึงเส้นชัยได้ไวกว่า

 

Workplace Disruption คือคลื่นลูกใหญ่ที่องค์กรต้องเตรียมรับมือ

อนาคตของแรงงานทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ในแถบเอเชียเองก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และภายในปี 2050  1 ใน 4 ของประชากรจะมีอายุมากกว่า 60 ปี

นั่นหมายความว่าจำนวนแรงงานใหม่จะลดลง ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็เร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างรวดเร็ว หลายบริษัทใหญ่เริ่มเลย์ออฟเพื่อปรับตัว แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า แม้องค์กรจำนวนมากจะเลย์ออฟคน แต่องค์กรเหล่านี้ยังต้องการผู้นำเสมอ และผู้นำที่มีความสามารถในการบริหารคน จะเป็นกลไกหลักในการนำองค์กรผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านให้ได้

ดังนั้น ทักษะของผู้นำในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่มี Hard Skills ด้านการบริหารธุรกิจ แต่ต้องมี Soft Skills ที่ช่วยให้บริหารคนด้วยความเข้าใจคนลึกซึ้งขึ้น โดยความสามารถที่จำเป็นมาก ได้แก่

  • ความสามารถในการสนับสนุนการเติบโตของทีม
  • การเข้าถึงจิตใจและความต้องการของพนักงาน
  • การสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ
  • การสร้างแรงบันดาลใจในวันที่ทีมอาจรู้สึกหมดไฟ

ผู้นำที่มีเพียงตำแหน่ง แต่ไม่เข้าใจหัวใจของคน อาจไม่สามารถพาองค์กรฝ่าความท้าทายในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงแบบรายวัน

 

Best Practices Five Things to “Do” for Developing High-Potential Leaders

การพัฒนาผู้นำที่มีศักยภาพคือการลงทุนระยะยาวที่มีผลต่ออนาคตทั้งองค์กร หากทำได้ถูกต้อง จะช่วยสร้างความต่อเนื่องของธุรกิจ ความมั่นคงของทีม และความยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง

และนี่คือ 5 สิ่งที่ควรทำ (Do) ที่จะช่วยให้องค์กรสร้างผู้นำได้อย่างมีคุณภาพ

1. Do Define What Success Looks Like

อย่ารอให้ถึงเวลาค่อยหาคำตอบว่า คนแบบไหนคือผู้นำที่ดี ให้เริ่มต้นจากการนิยามภาพความสำเร็จของตำแหน่งนั้นให้ชัดเจนก่อน ระบุพฤติกรรมที่ต้องการ ความสามารถหลัก และค่านิยมที่สอดคล้องกับองค์กร แล้วใช้ข้อมูลจากผลงานในอดีตและอนาคตที่องค์กรคาดหวัง

2. Do Implement Targeted and Individualized Development

อย่า One Size Fits All เพราะแนวทางการพัฒนาควรตัดเย็บให้มันมีความเฉพาะตัว เข้ากับบุคคล สูตรสำเร็จเดียวใช้กับทุกคนไม่ได้ ดังนั้นต้องเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ความต้องการ และเส้นทางอาชีพของแต่ละคน แล้วจัดโปรแกรมฝึกอบรม โค้ชชิ่ง หรือหมุนเวียนงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละบุคคล

3. Do Integrate Data-Driven Insights

ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ในการประเมินและตัดสินใจ โดยเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมอย่าง Hogan Assessments ช่วยลด Bias ได้ และสามารถใช้หลายแหล่งข้อมูลประกอบ (Multiple Data Points) เพื่อสร้างความแม่นยำและเพิ่มความหลากหลาย หรือ Diversity ขององค์กร

4.  Do Evaluate Progress and ROI

การพัฒนาผู้นำต้องทำเพื่อประโยชน์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้เข้าโครงการสั้น ๆ แล้วจบไป ต้องหมั่นประเมินผล ตรวจสอบว่าผู้นำที่เรากำลังพัฒนาไปตามเป้าหมาย และคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่

5. Do Embrace a Philosophy of Kaizen

ควรยึดปรัชญา Kaizen หรือแนวทางพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมว่าการสร้างผู้นำไม่ใช่โครงการระยะสั้น ดังนั้นต้องส่งเสริมให้ผู้นำทุกระดับพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แม้จะยังไม่ขึ้นตำแหน่งสูงสุดก็ตาม

 

Best Practices Five Things to “Don’t Do” for Developing High-Potential Leaders

นอกจาก 5 สิ่งที่ทำแล้ว ยังมี 5 สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Don’t) ในการทำด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มักเป็นกับดักที่ทำให้หลายองค์กรไม่ประสบความสำเร็จในการหาผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำได้ดีเท่าที่ควร ได้แก่

1. Don’t Rely Solely on Intuition

การเลือกผู้นำด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียวอาจพลาดเป้า แต่ผู้นำจำนวนมากมักมีความมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง และบ่อยครั้งชอบเลือกคนที่พวกเขาชอบ หรือมีความคล้ายตัวเอง เพราะคิดว่าคนแบบนี้น่าจะนำคนได้ในแบบที่เขาเคยนำ

อย่าลืมว่าการตัดสินใจโดยไร้ข้อมูลประกอบ จะทำให้ขาดมุมมองรอบด้านและเกิด Bias ได้ง่าย

2. Don’t Use One-Size-Fits-All Development

การใช้โปรแกรมพัฒนาแบบเหมารวมทุกคนอาจไม่เหมาะสม เพราะผู้นำคือคน และแต่ละคนล้วนมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน

3. Don’t Overlook Organizational Fit

ความสำเร็จของผู้นำไม่ได้วัดแค่ผลงานส่วนตัว แต่รวมถึงการพาทีมไปข้างหน้าด้วย ดังนั้นระวังการเลือกคนแค่เพราะเก่ง แต่ไม่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร คนที่ไม่ Fit กับทีม อาจทำให้ทีมเสียสมดุลและขัดแย้ง 

4. Don’t Focus Only on Short-Term Needs

มองแต่ระยะสั้นคือการเสี่ยงกับอนาคตองค์กร หากมองแค่ปัญหาเฉพาะหน้า จะพลาดโอกาสในการสร้างผู้นำที่ยั่งยืน การวางแผนระยะยาวจะช่วยลดช่องว่างเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

องค์กรควรเริ่มวางแผน Succession อย่างน้อย 18-24 เดือนล่วงหน้า และหากสามารถเริ่มล่วงหน้าถึง 3-5 ปี ได้จะยิ่งดี แต่สถิติที่น่าตกใจก็คือ กว่า 70% ขององค์กรยังไม่มีการทำ Succession Planning อย่างจริงจัง

5. Don’t Fail to Invest in Internal Talent

การมองข้ามคนในอาจทำให้องค์กรเสียทรัพยากรโดยใช่เหตุ สถิติชี้ว่า CEO จากภายนอกมีต้นทุนสูงและเสี่ยงล้มเหลวมากกว่า การพัฒนาจากภายในจึงเป็นการลงทุนที่สร้างความมั่นคงและประสิทธิภาพในระยะยาว

succession-planning-hogan-assessments

สรุป

Succession Planning ไม่ใช่แค่การหาคนแทนผู้นำ แต่เป็นการลงทุนกับเพื่ออนาคตขององค์กรอย่างเป็นระบบ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ยิ่งเข้าใจบริบทของผู้นำที่องค์กรต้องการ ก็ยิ่งเจอผู้นำที่เหมาะสมได้เร็วมากขึ้น

Hogan Assessments ไม่ใช่แค่เครื่องมือประเมินบุคลิกภาพ แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ HR และผู้นำองค์กรเห็นภาพผู้นำในมิติต่าง ๆ ได้รอบด้าน ทั้งความสามารถ จุดแข็ง จุดอ่อน และแรงขับภายในที่มักมองไม่เห็น

การสร้างผู้นำไม่ใช่เรื่องของสัญชาตญาณ ต้องอาศัยข้อมูล กระบวนการ และความเข้าใจคนอย่างแท้จริง องค์กรที่วางแผนได้ดีและพัฒนาผู้นำอย่างต่อเนื่อง คือองค์กรที่มีโอกาสรอด ไม่ว่าโลกการทำงานจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหนก็ตาม

CTA in Content Website 1600 x 500

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้