Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

ปี 2025 เป็นอีกปีที่โลกของธุรกิจและการบริหารคนเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับจากดิจิทัล เทคโนโลยี และข้อมูลที่เปลี่ยนเกมอย่างต่อเนื่อง 

Buzzebees จึงถือโอกาสนี้จัดงาน Digital Connect 2025: From Insight to Impact ขึ้น เป้าหมายของงาน ไม่ใช่แค่งานสัมมนาเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำความคิด นักนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมกันชี้ทิศทางอนาคต ว่าจะนำ ข้อมูลและไอเดียไปสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องจริงได้อย่างไร

สำหรับ HR งานนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้เห็นว่า การบริหารคนในยุคดิจิทัลไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูแลคนเท่านั้นอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนไปสู่บทบาทเชิงกลยุทธ์ที่ต้องผสมผสานเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างประสบการณ์พนักงานที่ตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ ๆ ของคนทำงาน

และถ้า HR ไม่ก้าวตาม ก็เท่ากับองค์กรสุ่มเสี่ยงจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

หากใครพลาดงานนี้ไป ไม่ต้องเสียใจ HREX สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากงานมาให้แล้ว ติดตามได้เลยในบทความนี้

[Toc]

Digital Connect 2025 #1 – Unveiling Our Vision: The 2026 Roadmap

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

คุณ ไมเคิล เชน CEO และผู้ก่อตั้ง Buzzebees ชี้ว่าโลกทุกวันนี้ซับซ้อนกว่าเดิมอย่างมาก วิธีสร้างแบรนด์และความภักดีของลูกค้าไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือการเกิดขึ้นของ TikTok คือหลักฐานชัดเจน 

นอกจากนั้น โลกธุรกิจวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมาก แพลตฟอร์มของ Buzzebees เองก็นำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ได้หลายด้าน ไม่เพียงแค่ส่งมอบเครื่องมือ แต่ยังมอบมุมมองแบบองค์รวม (Holistic View) ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เปิดโลกใหม่ ๆ และเสริมศักยภาพในการแข่งขัน เป้าหมายของเขาคือการเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรคู่ค้าก้าวไปสู่ความสำเร็จระยะยาว

เขาย้ำว่า สิ่งที่ Buzzebees มุ่งทำในวันนี้จะส่งผลต่อทศวรรษข้างหน้า เพราะปัจจัยสำคัญไม่ใช่แค่คุณภาพของสื่อ แต่ยังรวมถึงปริมาณ ช่องทาง และวิธีที่ผู้บริโภครับสาร Buzzebees จึงสร้างอีโคซิสเต็มและเฟรมเวิร์กที่ทำให้องค์กรสามารถใช้ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายได้จริง

Buzzebees มองว่า True Success ขึ้นอยู่กับการทำ Full Funnel Marketing ที่ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแบรนด์ไปจนถึงการสร้างยอดขาย พวกเขาช่วยให้องค์กร leverage ทุกช่องทาง ทั้งการตลาดดิจิทัล การทำงานกับ KOL ระดับไทยและต่างประเทศ และการเชื่อมโยง KOL เข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นระบบ อีกหนึ่งสูตรลับของอีคอมเมิร์ซที่ Buzzebees ให้ความสำคัญคือ Logistic Efficiency ซึ่งถือเป็นหัวใจในการทำให้การซื้อขายออนไลน์เดินหน้าอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ Buzzebees ยังเป็นผู้นำด้าน Loyalty & Engagement Platform โดยนำ AI มาใช้เพื่อขับเคลื่อน ROI จนก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานผู้ใช้กว่า 200 ล้านราย พวกเขายังลงทุนใน Brand Health Check, Marketing Automation และ Rewards Network ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในไทยและเริ่มขยายไปสู่ตลาดโลก

และเป้าหมายในปี 2026 คือการเป็นผู้นำด้านเครือข่าย KOL ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ควบคู่กับการก้าวสู่การเป็น Largest e-Commerce Enabler & Logistic Provider และ The Most Advanced Loyalty & Engagement Platform ที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

Digital Connect 2025 #2 – Co-Creating the Future of Engagement: A Dialogue with Meta

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ธุรกิจในวันนี้ไม่สามารถพึ่งพาตัวชี้วัดผิวเผิน เช่นจำนวนไลก์หรือยอดวิวอีกต่อไป แต่ต้องมองไปถึงแอ็คชั่น หรือการมีส่วนร่วม ว่าคอนเทนต์ที่ทำสามารถกระตุ้น หรือสร้างความพึงพอใจที่ต่อยอดสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้หรือไม่

สิ่งนี้คือหัวใจของการออกแบบกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารในยุคใหม่

หนึ่งในเทรนด์สำคัญที่คุณ ณฐมน ประดิษฐ์ชัย Partner Manager, Business Messaging จาก APAC หยิบยกขึ้นมาในเวทีเสวนานี้ คือเทรนด์การเติบโตของวิดีโอ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram ที่สถิติชี้ว่า 60% ของเวลาที่ผู้ใช้ใช้ในแพลตฟอร์มอยู่กับวิดีโอ และ Reels

และที่สำคัญคือ 74% ของผู้ชมดูแล้วมีแอ็คชั่นบางอย่างหลังดู ไม่ว่าจะเป็นการกดส่งข้อความหาธุรกิจหรือแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ ซึ่งกรณีหลังมีจำนวนถึง 79%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าคอนเทนต์วิดีโอไม่ใช่แค่เพื่อการสร้างการรับรู้ แต่คือตัวเร่งการตัดสินใจที่ทรงพลัง หากธุรกิจสามารถออกแบบให้เกิดการกระทำตามมาได้ก็จะเพิ่มโอกาสการปิดการขายอย่างมหาศาล

ในบริบทประเทศไทย จุดที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการแชท ซึ่งโดดเด่นกว่าหลายประเทศ ผู้บริโภคไทยกว่า 79% ชอบติดต่อธุรกิจผ่านการสนทนา เพราะรู้สึกง่าย รวดเร็ว และตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว อีกทั้ง 83% ของคนไทยยอมรับว่าเคยแชทกับธุรกิจอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน ดังนั้นธุรกิจที่สามารถออกแบบประสบการณ์แชทที่เป็นส่วนตัวและไร้รอยต่อ จะได้เปรียบในการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคไทยอย่างยั่งยืน

ขณะที่คุณ ณัฐธิดา สงวนสิน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Buzzebees ทิ้งท้ายด้วยการชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายใหญ่ของธุรกิจคือการทำให้กลยุทธ์ CRM เชื่อมโยงกับเป้าหมายที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย กำไร หรือความพึงพอใจของลูกค้า การบริหารความสัมพันธ์ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่ต้องถูกออกแบบให้ไร้รอยต่อในทุกขั้นตอนของเส้นทางลูกค้า (Seamless Journey) ยิ่งเชื่อมโยงได้แนบแน่น และเมื่อนั้น โอกาสที่ผู้บริโภคจะซื้อซ้ำหรือมีส่วนร่วมก็จะสูงขึ้น

การสร้าง Engagement ที่แท้จริงจึงเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ

 

Digital Connect 2025 #3 – Swipe to Sell: Playbook การเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืน

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

ยิ่งข้อมูลไหลเร็วราวกับสายน้ำ การสร้างแบรนด์ไม่อาจอาศัยเพียงการสื่อสารแบบออฟไลน์เหมือนในอดีตได้อีกต่อไป แต่ต้องหาวิธีใช้พลังของโลกออนไลน์ เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืนด้วย

คุณ จิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดจาก ดัชมิลล์ ยอมรับว่าองค์กรต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายขึ้นของผู้บริโภค จากที่องค์กรพึ่งพาแต่ช่องทางออฟไลน์มานาน ทำให้ต้องเร่งศึกษาพฤติกรรมและความชอบของลูกค้า เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้เร็วและตรงใจยิ่งกว่าเดิม

ส่วนคุณ ยี้ ชเรเนค Head of APAC Business Messaging Partnership จาก Meta จาก Meta เสริมว่า โควิด-19 คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์เลือนหายไป และทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมหาศาล แต่ก็เป็นโอกาสที่ธุรกิจต้องใช้ประโยชน์จากการมีข้อมูลเชิงลึกเพื่อเข้าใจว่าใครคือกลุ่มลูกค้าที่แท้จริง และควรใช้ช่องทางใดในการสื่อสาร 

เพราะข้อมูลไม่มีวันสิ้นสุด นั่นทำให้การทำการตลาดก็ไม่มีวันหยุดเช่นกัน สิ่งที่แบรนด์ต้องทำคือการเชื่อมทุก Touchpoint ของลูกค้าเข้าด้วยกันให้ราบรื่นและตอบโจทย์ที่สุด

ตัวอย่างจากต่างประเทศช่วยยืนยันทิศทางนี้ได้อย่างดี เช่น Alfamart ซูเปอร์มาร์เก็ตในอินโดนีเซียที่ใช้แอปแชทในการระบุตัวตนลูกค้าและพฤติกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้นักการตลาดสื่อสารและส่งโปรโมชั่นได้ตรงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น หรือแบรนด์ Watsons ที่ลงโฆษณาบน Facebook แบบปรับแต่งให้เห็นเฉพาะบุคคล ช่วยดึงลูกค้าเข้าสู่ร้านค้าได้จริง

ฝั่งของดัชมิลล์เองก็เริ่มทดลองใช้ Chatbot และระบบของ Meta เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแคมเปญได้ง่ายขึ้นและสร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกว่าเดิม ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการตลาดยุคใหม่คือการผสมผสานเทคโนโลยีกับข้อมูล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมที่เกินกว่าการกดไลก์หรือแชร์

หนึ่งในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันคือ ความสำคัญของ Loyalty Program ว่านี่แหละคือขุมทรัพย์ข้อมูลที่ทำให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าในเชิงลึกมากขึ้น สามารถรู้ว่าพวกเขาซื้อบ่อยแค่ไหน สนใจสินค้าแบบใด และต้องการประสบการณ์อย่างไร เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกรวบรวมอย่างยืดหยุ่น แบรนด์ก็จะสามารถออกแบบโปรโมชั่นและการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น สร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในแง่ยอดขายและความสัมพันธ์ระยะยาว

ท้ายที่สุด ทั้ง 2 ท่านเห็นตรงกันว่าอนาคตของการตลาดคือ Omnichannel ที่เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ในประเทศไทยที่การใช้แอปแชทเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การขาย การเก็บข้อมูล และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าต้องผสานเข้ากับแพลตฟอร์มสนทนาอย่างจริงจัง

อีกทั้งเวลาก็สำคัญไม่แพ้ช่องทาง ธุรกิจต้องรู้ว่าลูกค้าเริ่มพิจารณาซื้อเมื่อใด เช่น การเตรียมการตลาดตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีเพื่อต้อนรับปีถัดไป และเหนือสิ่งอื่นใดคือการเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคจะยิ่งแตกย่อยและเฉพาะตัวขึ้นเรื่อย ๆ แบรนด์ที่สามารถหาจุดขายที่โดดเด่น ตรงใจ และนำเสนอได้ถูกจังหวะ ย่อมสร้างพลังมหาศาลทั้งในเชิงยอดขายและการบอกต่อโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณามากมาย

 

Digital Connect 2025 #4 – The Creator Economy Growth Engine: เปลี่ยน Creator ให้เป็นกองทัพการตลาด สร้างการเติบโตแบบทวีคูณ

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

คุณ อชิรวิชญ์ ประพันธ์พงษ์ชัย CEO จาก Mediabuzz, คุณ จิตริน พฤกษ์แสงกุล Head of Content จาก Catdumb, คุณ ธวัชชัย สาริเพ็ง TikTok Creator จาก Baonon Kongo และคุณ วรัชญา อุรุพงศา Co-Founder และ CEO จาก SEIGO Group มาร่วมแชร์กันว่า Affiliate Marketing ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจครีเอเตอร์ในยุคปัจจุบัน

เหตุผลคือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ทำรายได้โดยตรงจากการขายสินค้า และสามารถวัดผลได้จริง ไม่ว่าจะเป็นยอดขายต่อการลงทุน หรือผลตอบแทนที่วัดเป็นตัวเลข ROI ได้ชัดเจน

เพราะลูกค้ายุคนี้ไม่ได้สนใจเพียงยอดไลก์หรือยอดผู้ติดตาม ยอดผู้เข้าถึง แต่เขาสนใจว่าขายได้เท่าไหร่ ?

ฝั่ง Catdumb ชี้ให้เห็นว่า Affiliate โตเร็วเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน คนหันมาเสิร์ช เช็กราคา และสั่งซื้อผ่านมือถือแทนที่จะเดินห้างเหมือนเมื่อก่อน เมื่อบวกกับโปรโมชั่นและงบการตลาดที่แพลตฟอร์มทุ่มลงมา ทำให้ครีเอเตอร์มีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล

ด้าน TikTok Creator อย่างคุณธวัชชัย ก็บอกตรง ๆ ว่าค่าคอมมิชชันตอนนี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ และแพลตฟอร์มเองก็ซัพพอร์ตเต็มที่ จน Affiliate เติบโตแบบก้าวกระโดด

แต่การจะเป็นครีเอเตอร์ที่ทำยอดขายได้นั้น ไม่ใช่แค่โพสต์ขายของแล้วจบ คุณธวัชชัยเล่าว่าต้องมีมายด์เซ็ตที่ชัดเจน เขาแบ่งเป้าหมายการทำคอนเทนต์สำหรับ Affiliate ออกเป็น 3 ส่วนคือ 

  • 70% เน้นขายสินค้า
  • 15% ป้ายยา และ
  • 15% สร้างตัวตน

เพราะครีเอเตอร์ที่ดีต้องไม่ใช่แค่ตัวกลางขายสินค้า แต่ทำให้คนจำแบรนด์และจำครีเอเตอร์ได้พร้อมกัน ยิ่งถ้าคิดเหมือนเป็นเจ้าของสินค้าเอง ความน่าเชื่อถือจะสูงขึ้น และสุดท้ายก็สร้างยอดขายได้จริง

ฝั่ง Catdumb ยกตัวอย่างวิธีรักษาเอนเกจเมนต์ว่า ต้องเอาตัวตนของเพจมาผูกกับการขายสินค้าด้วย เช่น ความกวน ๆ สนุก ๆ ของ Catdumb ถูกนำมาใส่ในคอนเทนต์ Affiliate ทำให้คนรู้สึกเหมือนฟังเพื่อนคุย ไม่ใช่ถูกยัดเยียดขายของ และที่สำคัญคือต้องอินกับสินค้าที่โปรโมตจริง ๆ เมื่อผู้ติดตามเชื่อว่าครีเอเตอร์ใช้ของจริงและสนุกกับมัน ความน่าเชื่อถือก็จะส่งต่อไปถึงการตัดสินใจซื้อของแฟนเพจ

ทาง Mediabuzz ยังเล่าในมุมมองของ Agency ว่า การเลือกครีเอเตอร์วันนี้ไม่ได้วัดจากยอดฟอลโลเวอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูคาแรกเตอร์ ความเหมาะสม ความเข้ากันของแบรนด์สินค้ากับครีเอเตอร์ รวมถึงผลลัพธ์หลังบ้านว่าเคยขายอะไรได้จริงหรือไม่

แม้ครีเอเตอร์ที่มียอดติดตามน้อยก็อาจเป็นกำลังสำคัญถ้าเจอสินค้าที่ตรงกลุ่ม หรือถ้าได้รับการปรับคอนเทนต์และเสริมด้วยโฆษณาออนไลน์ เหล่านี้คือสิ่งที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นกองทัพการตลาดที่ทรงพลังในอนาคต

 

Digital Connect 2025 #5 – เมื่อลูกค้าไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง: กลยุทธ์สื่อสาร Omnichannel อย่างไรให้ไม่หลงทาง

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน BUZZEBEES presents Digital Connect 2025: From Insight to Impact

ลูกค้าไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง หมายถึงอะไร ? ความหมายก็คือในโลกการตลาดทุกวันนี้ ลูกค้าต่างมี Touchpoint หรือมีช่องทางมากมายในการพบเจอหรือเลือกซื้อสินค้า ความท้าทายของคนทำงานการตลาดจึงไม่ใช่แค่วางแผนว่าจะเข้าถึงพวกเขาอย่างไร แต่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าไม่หลงทางและยังจดจำแบรนด์ได้อยู่เสมอ

ใน Session นี้จึงได้รับเกียรติจากคุณ สุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล Director of Planning and Ideas จาก Brandbaker, คุณ จิตพล ศิริวัฒนเมธางกูร Co-Founder จาก Gentlewoman และคุณ จักรชลัช เกษจำรัส Managing Director และ Founder จาก Journal Corp มาแชร์ถึงกลยุทธ์สื่อสาร Omnichannel ว่าสำคัญอย่างไรในการทำให้ลูกค้าไม่หลงทางไปหาแบรนด์อื่น 

ความท้าทายที่ทั้ง 3 ท่านต่างพูดถึงก็คือ ยุคนี้ผู้บริโภคเสพมีคอนเทนต์ให้เสพเยอะมากในแต่ละวัน การสร้างแบรนด์หนึ่งให้ติดอยู่ในใจจึงยากกว่าที่เคยเป็นมา

Gentlewoman แบ่งปันประสบการณ์ตรงในธุรกิจแฟชั่นว่า ช่วงที่เปิดสาขากลางย่านสยามและเปิดเว็บไซต์แรก ๆ แต่ในสัปดาห์แรกกลับแทบไม่มีคนเข้ามา จึงต้องหาวิธีเรียนรู้ว่าสัญญาณจากลูกค้าแบบไหนที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ และสัญญาณที่ออกมาผ่านข้อมูลยิ่งมีความสำคัญ เพราะมันบอกได้ว่าของแบบไหนที่ควรเดินหน้าขายต่อ และอะไรควรหยุดขาย หรือเปลี่ยนวิธีการขาย เมื่อผสมกับการบริหารแบบ Agile และการอ่านเทรนด์ที่แม่นยำ จะช่วยให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันเวลา

ฝั่ง Journal Group ที่ทำธุรกิจน้ำหอมแบรนด์ไทยเล่าว่า ช่วงโควิดคือตัวเร่งให้ต้องหาวิธีขายของให้สัมผัสถึงความรู้สึกจริง แม้ว่าลูกค้าจะไม่ได้ลองสินค้าจริง แต่ทุกแพลตฟอร์มต่างมีธรรมชาติของมันเอง นักการตลาดต้องรู้ให้ได้ว่าลูกค้าคือใคร เข้าช่องทางไหน แล้วจะไปต่อที่ใด พอรู้แล้วจะได้ตามติดต่อ เพื่อไม่ให้ความสนใจของลูกค้าหลุดหายระหว่างทาง และที่สำคัญคือ ต้องคิดไปให้ไกลกว่าที่ลูกค้าคิด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวัง

สิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องคือ ผลิตภัณฑ์คือพระเอก เป็นหน้าเป็นตาให้แบรนด์ ถ้าของดี ยังไงใคร ๆ ก็อยากซื้อ และสิ่งที่ยิ่งกว่าตัวผลิตภัณฑ์ดี คือภาพลักษณ์และการสื่อสารของแบรนด์ที่ต้องดีด้วย

Brandbaker เน้นว่าคอนเทนต์แต่ละแพลตฟอร์มควรออกแบบให้เข้ากับกลุ่มผู้ชม เราไม่สามารถใช้งานชิ้นเดียวกัน เผยแพร่แบบเดียวกันในทุกที่ และต้องจัดการกับความท้าทายของการวัดผลให่ได้ด้วยว่า สาเหตุที่ลูกค้าซื้อของจากเรานั้นมาจากอิทธิพลของโฆษณา คุณภาพสินค้า หรือเพราะโปรโมชั่น

สรุปแล้ว ข้อมูลยังเป็นทั้งเข็มทิศและกับดัก เราอาจมี AI มาช่วยวิเคราะห์ต่อยอดข้อมูล ต่อยอดการทำงานได้เยอะก็จริง แต่ก็ต้องระวังด้วยเพราะสิ่งที่ AI สร้างขึ้นอาจไม่ได้เป็นความจริงแท้เสมอไป และยังมีลูกค้าหลายส่วนรู้สึกไม่ดีหากใช้คอนเทนต์ หรือใช้ภาพจาก AI มาโปรโมทจูงใจให้ซื้อ

การสร้างกลยุทธ์ Omnichannel จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการผสมผสานข้อมูล สินค้า เรื่องเล่า และความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้พวกเขาเดินไปถึงจุดหมายที่แบรนด์ต้องการ โดยไม่หลงทางกลางทาง

All HR Solutions! มาค้นหา HR Products and Services กับ HREX กันเถอะ

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้