
หากเอ่ยชื่อ “บริษัท จอมธนา จำกัด” หลายคนอาจไม่คุ้นว่านี่คือบริษัทอะไร แต่หากบอกว่านี่คือบริษัทผู้ผลิต ไอศกรีมครีโม (Cremo) หลายคนคงเริ่มร้องอ๋อกันมากขึ้น เพราะไม่มากก็น้อยล้วนต้องเคยลิ้มรสไอศกรีมยี่ห้อนี้กันมาทั้งสิ้น และบริษัทยังไม่เพียงผลิตไอศกรีม แต่ยังทำซาลาเปาแช่แข็งยี่ห้อสตาร์ และมีบริการขนส่งรถเย็นด้วย
ปัจจุบัน จอมธนา มีอายุกว่า 40 ปีแล้ว และผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเห็นจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากการที่ Yili Group บริษัทผู้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ จากจีน เข้ามาควบรวมกิจการ และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จอมธนา จำกัด (อีลี่ กรุ๊ป ไทยแลนด์) หรือ Chomthana Yili Group Thailand เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา
HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ หมู – นิพัชดา สุขเอี่ยม HR Manager ถึงการเติบโตที่สำคัญขององค์กร ซึ่งเธอบอกเลยว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทีเดียว เช่น การลงทุนกับการพัฒนาคน การสรรหาคนทำให้ได้พนักงานชั้นยอดมาช่วยยกระดับองค์กร
คุณทำงานที่บริษัทแห่งนี้มา 13 ปีแล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงขององค์กรอย่างไรบ้าง ?
นิพัชดา: ตอนเข้ามาทำงานที่นี่เมื่อ 13 ปีก่อน บริษัทยังมีสัญชาติมาเลเซียและสิงคโปร์ค่ะ แต่ช่วง 5-6 ปีหลัง Yili Group จากจีนเข้ามาควบรวมกิจการ ทางสำนักงานใหญ่ได้ดำเนินการส่งผู้บริหารจากจีนเข้ามาบริหาร วางกลยุทธ์ และกำหนดวิสัยทัศน์ให้เป็นทิศทางเดียวกันกับวัตถุประสงค์ของสำนักงานใหญ่
หลังจากเราได้รับนโยบายใหม่จากบริษัทแม่ งานด้าน HR ก็ได้รับความสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจนค่ะ องค์กรได้ลงทุนในเทคโนโลยี อย่างเช่นการนำระบบซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรบุคคล (HR Software) มาใช้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของทีม HR อย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีบทบาทที่กว้างขึ้น สามารถริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการใหม่ ๆ ได้เยอะขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสรรหาบุคลากรค่ะ
ในอดีตเราเองก็มีข้อจำกัดในการใช้บริการจาก Recruitment Agency แต่ตอนนี้องค์กรได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อช่วยสนับสนุนการหาบุคลากรที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการขององค์กรได้ดีขึ้นค่ะ

พอ HR ทำงานเชิงรุกมากขึ้น HR เข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร Chomthana Yili อย่างไรบ้าง ?
นิพัชดา: บริษัทมีความเชื่อมั่นในหลักการที่ว่า “Yili คือคุณภาพ” ดังนั้นองค์กรจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดและปลูกฝังแนวคิดนี้ให้แก่พนักงานทุกคน เพื่อให้เกิดความตระหนักและมีความเชื่อร่วมกันว่า ทุกผลงานที่ส่งมอบจะต้องเปี่ยมด้วยคุณภาพ ภายใต้ค่านิยมหลัก (Core Value) เดียวกัน ได้แก่ ความเป็นเลิศ (Excellence) ความรับผิดชอบ (Accountability) การมุ่งมั่นสู่ชัยชนะร่วมกัน (Win Win) การสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) และการเคารพซึ่งกันและกัน (Respect)
เพราะที่นี่เรามีพนักงานหลายเชื้อชาติ เราต้องหล่อหลอมวัฒนธรรมที่แตกต่างกันให้เดินหน้าและทำงานไปด้วยกันได้ HR จึงมีบทบาทสำคัญมาก ๆ ที่ต้องทำกิจกรรมหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรด้วยค่ะ
แม้ว่าในหลายองค์กรอาจประสบปัญหาด้านการเมืองภายในหรือการแบ่งพรรคแบ่งพวก แต่สำหรับที่นี่ แทบไม่พบปัญหาในลักษณะดังกล่าวเลยค่ะ การทำงานภายในองค์กรเป็นไปในลักษณะของการทำงานเป็นทีม เสมือนพี่น้องร่วมงานกัน แต่ละฝ่ายให้การสนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ ส่งผลให้บรรยากาศการทำงานมีความผ่อนคลาย ปราศจากความตึงเครียด และไม่มีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นปัจจัยสำคัญ และถือเป็นเสน่ห์ขององค์กร ที่ทำให้พนักงานจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ร่วมกับองค์กรมาอย่างยาวนาน รวมถึงดิฉันด้วยเช่นกัน
ช่วยอธิบายวัฒนธรรมการทำงานของคนจีนได้ไหม ว่าเป็นอย่างไร แตกต่างออกไปอย่างไร ?
นิพัชดา: เขาทำงานรวดเร็วมากค่ะ จะทำอะไรก็ทำเลย ถ้ามีปัญหาค่อยแก้ทีหลัง สาเหตุที่เขาคิดเร็วทำเร็วก็เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทันความต้องการลูกค้า นี่คือสิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ
ช่วงแรก คนไทยเองยังทำงาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น ทำให้ต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับเขา ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม พนักงานชาวจีนก็ได้แสดงความเข้าใจในบริบทและวัฒนธรรมการทำงานของคนไทย พร้อมทั้งปรับตัวเข้าหาเช่นกัน ขณะเดียวกันพนักงานชาวไทยเองก็เปิดใจเรียนรู้วิธีการทำงานของชาวต่างชาติเช่นเดียวกัน ความยืดหยุ่นและการเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกันนี้ ได้หล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ผสมผสานอย่างกลมกลืน เกิดความเคารพและเข้าใจกันระหว่างวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อการทำงานในระดับทีม แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับองค์กรด้วยค่ะ

ปัจจุบัน HR ของ Chomthana Yili มีกี่คน สัดส่วนต่อพนักงานเป็นเท่าไหร่ ?
นิพัชดา: ตอนนี้มี HR 8 คน สัดส่วน 1 ต่อ 100 โดยเรามีพนักงานประจำทั้งบริษัท 800 กว่าคนค่ะ เราแบ่งหน้าที่ภายในของ HR ออกเป็น HRM และ HRD
ฝ่าย HRM จะมี 4 ท่าน ดูแลค่าจ้างเงินเดือน ดูแลผลประโยชน์พนักงาน ดูว่าตอนนี้เงินเดือน สวัสดิการของพนักงานเราสามารถแข่งขันในตลาดได้ไหม ฝ่ายไหนค่าจ้างไม่เป็นไปตามตลาด ก็ปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนให้แข่งขันกับองค์กรในตลาดได้ ฟังก์ชั่นไหนเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ก็ต้องจ้างให้เหนือกว่าตลาด
ส่วนฝั่ง HRD มี 3 ท่าน ดูแลการว่าจ้าง การพัฒนาพนักงาน พัฒนาองค์กร ดูแล Career Path รวมถึงทำ Succession Planning ด้วย เพราะองค์กรของเราอายุ 40 กว่าปีแล้ว มีคนจะเกษียณเยอะ ดังนั้นเราก็ต้องพัฒนาคนมาเติมเต็มให้ทันด้วยค่ะ
ความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญด้านคนมีอะไรบ้าง ?
นิพัชดา: ความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญมีความหลากหลาย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นเมื่อ Yili ในฐานะองค์กรระดับโลก เข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรเดิมซึ่งดำเนินงานในลักษณะของธุรกิจท้องถิ่น (Local Organization) พนักงานส่วนใหญ่ยังไม่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งนับเป็นโจทย์สำคัญข้อแรกที่ต้องเร่งแก้ไขค่ะ
องค์กรจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพื่อให้พนักงานสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับทีมจากประเทศอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังได้ขยายขอบเขตของการพัฒนาไปสู่การเรียนรู้ภาษาจีน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารกับสำนักงานใหญ่ และสนับสนุนการทำงานในบริบทขององค์กรข้ามวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิผล
เวลาสรรหาพนักงาน จะมีข้อกำหนดเลยว่าคนที่จะเข้ามาในองค์กรจากนี้ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษหรือจีนได้ แน่นอนว่าเป็นงานที่ท้าทายสำหรับ HR ยิ่งเมื่อพิจารณาจากที่ตั้งของบริษัทซึ่งอยู่ค่อนข้างไกล (ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี) การจะหาคนมีศักยภาพแล้วอยากมาทำงานกับเราจึงเป็นสิ่งท้าทายและค่อนข้างยาก
แต่ด้วยการทำงานควบคู่กับ Recruitment Agency ทางองค์กรก็สามารถแจ้งความประสงค์แจ้งโดยตรงผ่านเขาเลยว่า เราต้องการพนักงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทำให้เราได้คนที่จะเติบโตไปกับองค์กร ได้คนที่มีทัศนคติใหม่ ๆ มีแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาเยอะมากค่ะ เราต้องการคนใหม่ ๆ มาช่วยสนับสนุนธุรกิจของเราให้เติบโต
เมื่อก่อนตอนที่เราดำเนินการสรรหาพนักงานเอง เราไม่ได้ต้องการคุณสมบัติอะไรมากมาย ด้วยความเปลี่ยนแปลงของบทบาทงานที่มีความซับซ้อนและเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงข้อกำหนดด้านศักยภาพตามแนวทางของสำนักงานใหญ่ ทำให้องค์กรจำเป็นต้องปรับเกณฑ์ในการสรรหาบุคลากรให้มีความชัดเจนและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น องค์กรจึงได้นำหน่วยงานจัดหางานจากภายนอก (Recruitment Agency) เข้ามามีบทบาทในการคัดเลือกและสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและเหมาะสมกับตำแหน่งงาน รวมถึงสามารถตอบโจทย์ทิศทางการพัฒนาในระยะยาวขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตอนใช้บริการ Recruitment Agency ช่วยสรรหา มีเงื่อนไขอะไรอีกบ้าง ที่ต้องการจากพนักงานมากที่สุด ?
นิพัชดา: ท่านประธานจะพูดเสมอว่า “No innovation No Future” ดังนั้นเราจึงต้องการคนที่มี Innovation มาทำงาน แม้กระทั่งคนทำงาน Back office ก็สามารถทำงานโดยมี Innovation ได้ เช่น เปลี่ยนกระบวนการทำงานตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าใครที่มีทัศนคติแบบ Can Do Attitude เราก็พร้อมรับเข้าทำงานค่ะ
แล้วพอเราแจ้ง Recruitment Agency ก็ตอบโจทย์มาก ๆ เพราะบริษัทเติบโตก้าวกระโดด มูลค่าเพิ่มจาก 1 พันล้านเป็น 2 พันล้าน มีตำแหน่งใหม่ ๆ งานใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ เราตั้งเป้าหมายว่าอยากเติบโตในไทย ผู้บริหารอยากให้มีคนทำงานตลอด ไม่อยากให้มีช่องว่างเวลาคนลาออก ก็เลยต้องเน้นการสรรหาเป็นพิเศษ
ความสัมพันธ์อันดีกับ Recruitment Agency เป็นอย่างไร พูดคุยกันยังไง ?
นิพัชดา: เราค่อนข้างใกล้ชิดกับ Recruitment Agency โดยเฉพาะกับ Reeracoen Recruitment ต้องบอกว่า Recruiter จาก Reeracoen ที่ทำงานด้วยกัน เขาสนับสนุนเราเยอะมาก และทำงานค่อนข้างเร็ว ให้ฟีดแบ็คเร็ว ทำให้ทำงานร่วมกันยาวนานหลายปีแล้ว เราคุยกันทุกวัน คุยกันถึงทุกปัญหา แล้วเขาช่วยแก้ปัญหาและสนับสนุนกันได้ดีมากค่ะ
โดยทุกเดือนกันยายนเราจะทำ Manpower Plan เสนอสำนักงานใหญ่ จากนั้นช่วงต้นปีพอได้ Manpower Plan ที่แน่ชัดมา เราก็จะคุยกับ Reeracoen ประชุมร่วมกันว่าเราต้องสรรหาตำแหน่งอะไรบ้าง ตำแหน่งไหนที่เราต้องการให้เขามาช่วยเหลือสรรหา เราตั้งกลุ่มไลน์สื่อสารกัน เราคุยกันเหมือนเพื่อน มีฟีดแบ็ค ทำงานเร็วขึ้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน
ต้องบอกว่าเราสรรหาพนักงานทุกเดือนเลย ต้นสังกัดบอกว่าตำแหน่งที่ขอมาต้องการคนช่วงเดือนไหน เราก็ต้องหาให้ได้ตามต้องการ ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งปีจะมี Turnover บ้าง เราก็ต้องสรรหาเพื่อนำคนเข้ามาทดแทนตำแหน่งตรงนั้น บางครั้งมีการขอคนนอกเหนือจากงบประมาณหรืออัตราที่ตั้งไว้ เรียกว่าการสรรหาของเราไม่เคยหยุดตลอดทั้งปี และตำแหน่งงานค่อนข้างหลากหลาย
นอกจากนั้นเรากำลังเปลี่ยนองค์กรให้เป็น International เราทำ Campus Recruitment ควบคู่ไปด้วย เราสร้างความสัมพันธ์อันดีกับมหาวิทยาลัยที่สอนภาษาจีน หรือได้ภาษาอังกฤษ ในปีล่าสุด องค์กรได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการฝึกงานกับองค์กรเป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา พร้อมกันนี้ ยังมีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก โดยหลังเสร็จสิ้นการฝึกงาน นักศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำขององค์กรต่อไป
องค์กรมีแนวทางที่ชัดเจนในการวางแผนเส้นทางการทำงานของพนักงานตั้งแต่แรกเข้าร่วมงาน โดยจะกำหนดตำแหน่งและฝ่ายงานที่พนักงานจะปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ถ้าเขาไปทำฝ่าย Production เขาจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้และเข้าใจทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตไอศกรีมอย่างครบถ้วน ช่วง 1-2 ปีแรกถ้ามี Performance ที่ดี จะมีการประเมินเพื่อโปรโมทให้เป็นหัวหน้างานได้เลย เพราะงาน Production จะมีหัวหน้าฝ่ายผลิตเป็นคนจีน มีคนจีนค่อนข้างหลากหลาย เราเลยต้องการคนที่ใช้ภาษาจีนได้ทำในไลน์ผลิตให้มากขึ้นค่ะ

แล้วมีคนจบใหม่อยากเป็น HR บ้างไหม ?
นิพัชดา: มีค่ะ มาฝึกงาน HR เยอะ คนที่ได้ภาษาจีน อยากทำงานกันก็มีเยอะ แต่ตอนนี้เราอาจจะมีงบจำกัดว่าเราจะมี HR ไม่เกิน 8 คน อย่างไรก็ตาม เรามี Management Trainee เป็นโปรแกรมฝึกฝนให้ได้รู้ว่าเขาชอบส่วนงานไหน จะฝ่าย Production ฝ่ายขาย หรือฝ่ายไหนก็ตาม เพื่อจะได้ส่งเขา ต่อยอดเขาให้เติบโตขึ้นต่อไปค่ะ
ข้อดีของการใช้ Recruitment Agency ในความคิดของคุณคืออะไร ?
นิพัชดา: ตอนที่ธุรกิจเราโตเร็วมาก ๆ แบบก้าวกระโดด เราไม่สามารถหาคนเองได้ทั้งหมด การใช้ Recruitment Agency เลยกลายเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น มีคนทำงานเพียงพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องบุคลากรขาดแคลน
Recruitment Agency มีความโดดเด่นเรื่องการสรรหาอยู่แล้ว และเราก็มั่นใจว่าเขาจะหาคนที่ตรงตามต้องการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตได้ตามต้องการได้แน่นอนค่ะ
จากการทำงานที่นี่ HR สามารถช่วยยกระดับและสนับสนุนการเติบโตอย่างไรได้บ้าง ?
นิพัชดา: HR มีหน้าที่สำคัญเลยค่ะในการสนับสนุนการเติบโตขององค์กร HR เองนอกจากดูแลคน บริหารคนแล้ว ต้องประชาสัมพันธ์องค์กรของเรา บอกว่าเราโดดเด่นด้านไหน ให้มีคนอยากมาร่วมงานกันเยอะ ๆ ด้วย ร่วมคัดเลือกคนที่มีความสามารถ งาน HR มีส่วนสำคัญต่อองค์กรมาก ๆ ค่ะ
สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง มาเป็นครอบครัวเดียวกัน สร้างสรรค์ไอศกรีมที่อร่อย เรายินดีต้อนรับทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่ง เรามีแผนการเติบโตของพนักงานแต่ละแผนก ปีนี้ HR วางแผนตรงนี้ เรามีคนจะเกษียณมาก เราจะคัดเลือกทาเลนต์มาพัฒนาต่อในองค์กร ผลักดันเขาให้เป็นผู้จัดการแต่ละฝ่ายต่อไป ขอเชิญชวนทุกคนที่มีคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมา มาร่วมงานและร่วมสร้างการเติบโตด้วยกันค่ะ
