Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

ยิ่งความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วเท่าไหร่ การมีความคิดสร้างสรรค์ยิ่งไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะกลายเป็นทางรอดสำหรับธุรกิจและคนทำงานทุกสายอาชีพ 

ดังนั้นจึงเกิดงานเสวนาด้านครีเอทีฟและนวัตกรรมครั้งสำคัญ Supalai Presents: Creative Talk Conference 2025 ภายใต้ธีม The Future is Worth a Thousand Words รวบรวมนักคิด นักสร้าง และผู้นำในหลากหลายวงการ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี ไปจนถึงการออกแบบชีวิตและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต มาแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น

หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปประเด็นน่าสนใจจากเวทีเสวนาต่าง ๆ ที่ HR ควรรู้มาให้ได้อ่านแล้วในบทความนี้

Creative Talk Conference 2025 Opening Speech

เมื่อเราอยู่ในยุคที่หากมีข้อสงสัยอะไร การถาม ChatGPT กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกันจนชินไปแล้ว คุณ สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK ขึ้นมากล่าวเปิดงานอย่างมีอารมณ์ขัน แต่เขาก็ยอมรับว่าคำตอบจาก AI ยังไม่ได้เชื่อถือได้เสมอไป แต่การปรับใช้เครื่องมือให้เหมาะกับมนุษย์ คือทักษะที่ต้องเรียนรู้ต่อเนื่อง

การจัดงาน Creative Talk ที่ปีนี้เดินทางเข้าสู่ปีที่ 15 แล้ว เขาพบว่าทุกคนในองค์กรเก่งที่สามารถผลักดันงานนี้ออกมาจนประสบความสำเร็จได้ และกำลังจะไปจัดงานขยายออกไปยังต่างประเทศ นำโดยประเทศลาวด้วย 

การเติบโตแบบไม่หยุดยั้งของ Creative Talk ควบคู่ไปโลกที่ไม่หยุดนิ่ง และคาดเดาไม่ได้ บางครั้งแค่พลาดข่าวไปวันเดียว เราก็ตามไม่ทันแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของธีมงานปีนี้นั่นคือ The Future is Worth a Thousand Words เพราะอนาคตไม่ได้มีเพียงหนึ่งความหมาย มันอาจซับซ้อนจนรูปภาพหนึ่งรูป อาจอธิบายได้มากกว่าคำพูดนับพัน

ในมุมมองของเขา แม้อนาคตจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยี AI รถบินได้ หรือหุ่นยนต์ทำกับข้าว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรถูกมองข้ามก็คือความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ความไม่สมบูรณ์ของเราแฝงไว้ด้วยความงดงาม มันทำให้ผลงานที่ออกมามีชีวิต มีตัวตน มีเอกลักษณ์ซึ่งเทคโนโลยียังเลียนแบบไม่ได้ และเขาไม่ได้ต่อต้าน AI แต่ขอเพียงแค่ให้ทุกคนรู้เท่าทัน AI และอย่าลืมหันกลับมาฟังจังหวะของตัวเองในโลกที่วิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ก็พอ

คุณสิทธิพงศ์ปิดท้ายว่า เราอย่ากลัววิกฤติ และอย่าหลงไปกับกระแสที่มาแรงเพียงชั่วขณะ แต่ให้วิเคราะห์ว่าสิ่งใดเหมาะกับเรา และสิ่งใดไม่ใช่ จากนั้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากพอ เพื่อสร้างทางเลือกในชีวิตที่หลากหลาย 

“เพราะการใช้ชีวิตจนไปถึงจุดที่เราสามารถเลือกสิ่งที่จะทำได้ ว่าจะทำอะไร นั่นคือชีวิตที่ดี” 

Half Year Trends: Creativity

คุณ ดิศรา อุดมเดช CEO & Founder at Yell Worldwide และคุณ สุนาถ ธนสารอักษร Managing Director จาก Accenture Song มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการทำงานข้ามวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างของวัฒนธรรมการทำงานระหว่างเอเชียและตะวันตก ซึ่งมีทั้งสิ่งที่คล้ายกันและต่างกัน

คุณดิศราบอกว่า ปัจจุบันจีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและความทะเยอทะยานได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ซึ่งไทยต้องจับตามองและเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

ขณะเดียวกัน คุณสุนาถได้เน้นถึงการผสมผสานวิธีการทำงานของคนเอเชียกับความแข็งแกร่งของการคิดแบบตะวันตก โดยบอกว่าคนเอเชียมีทักษะในการด้นสด และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่การใช้แนวคิดที่ละเอียดและรอบคอบก็มีความสำคัญเช่นกัน การทำงานแบบยืดหยุ่นของคนเอเชียจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับวิธีการคิดของตะวันตกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

น่าสนใจว่าปัญหาทางการเมืองก็มีผลต่อแวดวงความคิดสร้างสรรค์เช่นกัน ในจีนมีการเซ็นเซอร์หนักมาก ทำอะไรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วน AI ก็ส่งผลกระทบเช่นกัน แต่เรายังต้องพึ่งพาความสามารถของมนุษย์ในการตัดสินใจและสร้างสรรค์ผลงานที่ดี ซึ่งจะเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง

ในแง่ของ Business Model งานครีเอทีฟต้องสามารถวัด ROI ได้อย่างชัดเจน เพราะการสร้างสรรค์จะต้องมีการคำนวณและวางแผนเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นที่จับต้องได้ในโลกธุรกิจที่ต้องการความคุ้มค่า และในบางครั้งเราอาจต้อง Reinvention ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา แต่หมายถึงการรื้อทุกอย่างและเริ่มสร้างใหม่อีกครั้ง การสร้างสรรค์ที่ดีต้องมีการแปลงไอเดียเป็น Action ให้ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้นกว่าการยึดติดเรื่องเดิม ๆ

Half Year Trends: Marketing

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

โลกการตลาดยุคใหม่ใช้ข้อมูลช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นส่วนตัวกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นสิ่งที่ HR ต้องรู้

คุณ โศรดา ศรประสิทธิ์ CEO บริษัท ปับลิซิส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และคุณ ภัทรา ภัทรสุวรรณ Associate Marketing Director KFC พูดถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลเพื่อการ Personalization ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคยินดีให้ข้อมูลหากมันนำไปสู่การตอบโจทย์ที่ตรงใจ พวกเขาเน้นว่าแม้การใช้ข้อมูลจะทำให้การตลาดมีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่การใช้ข้อมูลต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และไม่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค เพื่อไม่ให้เขารู้สึกรำคาญหรือถูกละเมิดสิทธิ

อีกหนึ่งความท้าทายคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่มีสื่อมากมายให้เลือก แต่ขณะเดียวกันสมาธิของผู้บริโภคก็สั้นลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีข้อมูลมากมายให้เลือกสรร ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องปรับกลยุทธ์การทำคอนเทนต์และโปรโมชั่นให้สามารถ ดึงดูดความสนใจได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์การเสพสื่อของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพสื่อของกลุ่มเป้าหมาย

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือผลกระทบของเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ทำให้การเติบโตทางธุรกิจอาจไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน คุณโศรดาและคุณภัทราเห็นตรงกันว่าแม้เศรษฐกิจจะไม่เติบโต แต่แบรนด์ต้องมุ่งเน้น การสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการเพิ่มประสบการณ์ที่ดี และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าทุกครั้งที่จ่ายเงิน

ทั้งนี้ การสร้างความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ คือสิ่งที่จะช่วยให้แบรนด์ได้ครองความนิยมในใจผู้บริโภค ได้อย่างยาวนาน

อีกประเด็นคือการทำสงครามราคา หรือการลดราคาสินค้าก็อาจเป็นวิธีการดึงดูดลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้งคู่เน้นว่าทำได้แต่ไม่ควรลดคุณค่าของแบรนด์ที่ได้สร้างขึ้นมา เพราะหากทำเช่นนั้นอาจทำให้ผู้บริโภคลืมความน่าสนใจของแบรนด์ได้ โดยเฉพาะการทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับจากแบรนด์ยังคงดีและไม่ลดลง โดยใช้การปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น พร้อมทดลองผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

สุดท้ายนี้ คุณโศรดาและคุณภัทราชี้ให้เห็นว่า ความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า คือการที่แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยสินค้าหรือบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและตอบโจทย์สิ่งที่เขาต้องการในเวลาที่เหมาะสม แม้ว่าเศรษฐกิจอาจไม่ดีในช่วงนี้ แต่การสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือได้และเป็นที่รักของลูกค้า จะช่วยให้แบรนด์ยังคงอยู่ในใจของผู้บริโภค และสามารถกลับมาสู่การเติบโตที่ยั่งยืนเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างแน่นอน

Half Year Trends: Business and Economy

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

คุณ ยอด ชินสุภัคกุล CEO ของ LINE MAN Wongnai ให้มุมมองเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารในไทยในช่วง 2-3 ปีมานี้ว่าล้วนเผชิญปัญหายอดขายตก ต้นทุนสูงขึ้น และปัญหาค่าแรงที่เพิ่มขึ้นถึง ขณะที่ร้านอาหารใหม่ ๆ เริ่มเปิดน้อยลง และร้านเก่ามักปิดตัวลงในปีแรกถึง 50%

คุณยอดชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารในไทยต้องใช้เทคโนโลยีมาเสริมเพื่อเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน รวมถึงการขยายช่องทางการขายผ่าน Food Delivery ซึ่งยังเติบโตอยู่ ทำให้แบรนด์สามารถอยู่รอดได้ในสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบากนี้ นอกจากนี้การขยายสาขาของร้านอาหารที่เป็น Quick Service ให้ผลลัพธ์ที่ดี จนสามารถเติบโตได้มากกว่าร้านเล็ก ๆ ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจซบเซา

ในทางกลับกันคุณ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา CEO ของ Bitkub มาแลกเปลี่ยนมุมมองในระดับ Global โดยมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคของ Regionalization ซึ่งต่างจาก Globalization ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การแข่งขันในโลกธุรกิจไม่ใช่แค่ระหว่างประเทศเดียวอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งกันระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะในกรณีของจีนและอเมริกา ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าและการเมืองที่ตึงเครียด และส่งผลต่อ Supply Chain ทั่วโลก

นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยี AI, Blockchain, VR, และ 3D Printing จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต เขามองว่าจีนมีข้อได้เปรียบเชิงข้อมูลมาก ๆ เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากที่สุด จะทำให้จีนสามารถเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถมีอำนาจเหนืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ง่าย

ย้อนกลับมาที่การปรับตัวในระดับท้องถิ่น คุณยอดเน้นความสำคัญของการใช้ เทคโนโลยี AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจในไทย โดยมองว่าบริษัทต้องปรับตัวให้ AI Driven เพื่อให้สามารถเติบโตในโลกที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนและการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า เพื่อคงความได้เปรียบในตลาดไทยที่มีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน

ขณะเดียวกัน คุณจิรายุส มองโลกในมุมที่กว้างขึ้น โดยเห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ ยุคใหม่ของเทคโนโลยี ที่ไม่ใช่แค่ถูกที่สุดหรือดีที่สุดที่จะชนะ แต่จะเป็นการสร้างสิ่งที่ยั่งยืน เช่น Green Economy ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอนาคต

ท้ายที่สุด ทั้งสองทิ้งท้ายถึงการเรียนรู้เทคโนโลยี ว่าจะเป็นสิ่งสำคัญในการปรับตัวและอยู่รอดในยุคนี้ คุณยอดเน้นว่าการเรียนรู้และใช้ AI ในธุรกิจจะเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดท้องถิ่น ขณะที่คุณจิรายุสย้ำว่าการเข้าใจทิศทางของโลก และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลกคือ ทางรอดของธุรกิจ ในอนาคต โดยเฉพาะการใช้ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตทางการเงิน

Half Year Trends: People

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

คุณ จิตสุภา วัชรพล Co-CEO จาก ThairathTV และ Thairath Online พูดถึงความสำคัญของ การวางแผนองค์กร และการบริหารทีม โดยเน้นว่าในฐานะหัวหน้าต้องไม่ลืมที่จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ของทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมงาน การนำทีมด้วย Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจจะช่วยให้ทีมสามารถประคับประคองกันและกันได้ในช่วงวิกฤติ

และไม่ว่าจะในช่วงเวลาที่ยากลำบากแค่ไหน หัวหน้าก็ต้องเข้าใจและฟังเสียงของพนักงาน เพื่อช่วยกันสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การฟังและรับฟังความรู้สึกของทีมงานเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันและสามารถช่วยให้ทีมฝ่าฟันอุปสรรคได้

คุณจิตสุภายังเน้นว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงาน เป็นสิ่งสำคัญที่หัวหน้าต้องใส่ใจ แม้ว่าอาจไม่ง่ายนัก แต่การที่หัวหน้าเปิดใจและเข้าหาพนักงานด้วยความจริงใจจะช่วยให้พนักงานสามารถเข้าหาหัวหน้าได้เช่นกัน และสร้างความเชื่อมั่นในตัวกันและกัน หัวหน้าควร ใจเย็น และให้โอกาสพนักงานได้พูดและแสดงความคิดก่อนที่เราจะตัดสินอะไร โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ยากลำบาก

ด้านคุณ จักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงิน จาก Money Coach ให้ทัศนะว่าทุกวันนี้มีพนักงานที่เผชิญกับปัญหาหนี้สิน และความเครียดจากการเงินมากขึ้น เขาขอให้คำแนะนำว่าพนักงานที่มีปัญหาดังกล่าวควรเริ่มจากการทำงานให้ดี เพราะงานที่ดีจะนำมาซึ่งรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน อย่าลืมว่าหากไม่มีรายได้ ทางออกย่อมตีบตันมากกว่า และควรวางแผนการเงินให้รอบคอบ เช่น การพูดคุยกับธนาคารและหาวิธีหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน

การจัดการเงินให้สามารถมีความสุขในการทำงานยังเป็นสิ่งสำคัญ ทักษะการเงินที่ดีจะช่วยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ และที่สำคัญคือการพัฒนาตัวเองให้มี ทักษะใหม่ ๆ และ ความสามารถที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ การพัฒนาตัวเองจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

สุดท้าย คุณจิตสุภาได้กล่าวถึงความจริงอันโหดร้ายว่า ธุรกิจในยุคนี้ต้องเลือกว่าใครควรได้รับการสนับสนุนมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจถดถอยและมีข้อจำกัดในด้านทรัพยากร การกอดคนและกอดเงินไม่สามารถทำพร้อมกันได้ ธุรกิจต้องเลือกที่จะกอดคนบางคนที่สำคัญที่สุดเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ และกอดเงินบางส่วน เพื่อรักษาการเติบโตในขณะเดียวกัน การตัดสินใจในช่วงวิกฤติจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้วิจารณญาณอย่างมากในการรักษาความสมดุล

และโค้ชหนุ่มได้ตบท้ายไว้น่าสนใจว่า “แล้วเราเองทำตัวให้องค์กรรู้สึกว่าอยากกอดแล้วหรือยัง ?”

Sustainability in Action: How to Survive and Thrive in the Green Business รักษ์โลกอย่างไร ให้ธุรกิจรอด

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

หัวข้อเสวนานี้พาไปสำรวจว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำพูดสวย ๆ แต่เป็นธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลง ธุรกิจต้องมองภาพรวมและไม่แยกประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมออกจากกัน เพื่อให้สามารถ เติบโตในระยะยาว โดยไม่ทำลายโลกและสังคมในอนาคต

คุณ พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ นักเล่าเรื่องอาหารจาก PEAR is hungry อธิบายว่าคำว่า Sustainability มีหลายแง่มุมและตีความได้หลากหลาย โลกธุรกิจมักจะถูกผูกติดกับการทำกำไรสูงสุดในอดีต แต่ปัจจุบันธุรกิจต้องปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สังคมมักมีมายาคติว่าการรักษ์โลกคือการทำสิ่งดี ๆ โดยไม่หวังผลกำไร แต่จริง ๆ แล้วธุรกิจที่ยั่งยืนต้องมีการตอบสนองความต้องการในปัจจุบันโดยไม่ทำลายอนาคตของคนรุ่นถัดไป ซึ่งนำไปสู่การทำธุรกิจแบบองค์รวม ที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณ กมลนาถ องค์วรรณดี นักออกแบบและที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน กล่าวว่า การทำธุรกิจและการรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องแยกกัน โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจที่ต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้ถูกรวมเข้ากับต้นทุนของสินค้าและบริการที่เราจ่ายในปัจจุบัน เขายกตัวอย่างว่าอาจมีสินค้าที่ราคาถูกมาก ๆ แต่มันไม่สะท้อนต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้านั้น ๆ การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนอาจจะทำให้กำไรในระยะสั้นลดลง แต่จะทำให้เกิดผลดีในระยะยาว และธุรกิจที่รอดจะต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อ รักษาสมดุลของระบบนิเวศ

ส่วนคุณ อมรพล หุวะนันทร์ CEO และ Co-Founder ของ moreloop มองว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจยั่งยืน เมื่อวางโพสิชั่นสินค้าแล้วควรพิจารณาความยั่งยืนในมิติที่เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนจะต้องมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไป เพื่อไม่ให้เกิดการลดคุณภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า เขายังกล่าวถึงการเข้าใจลูกค้าให้ดีว่า กลุ่มไหนสนใจเรื่องความยั่งยืนจริง ๆ และต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ลูกค้าจะยอมจ่ายเพิ่มสำหรับสินค้าที่มีความยั่งยืนหรือไม่

ด้านคุณ ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ COO & Co-Founder จาก moreloop เสริมว่า การทำธุรกิจที่เน้นความยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงความสมดุล โดยเฉพาะในการตั้งราคาสินค้าและการสร้าง ความคาดหวังที่สมเหตุสมผล สำหรับลูกค้า โดยไม่ควรสร้างความคาดหวังเกินจริง การรักษาคุณภาพสินค้าและการดูแลแรงงานอย่างถูกต้องจะทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจและกลับมาซื้อซ้ำ พร้อมทั้งการสร้าง Win-Win Situation ให้กับทุกฝ่าย ทั้งตัวธุรกิจเอง ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ

What Makes Us Valuable? ตัวตน คุณค่า และทางรอด

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Creative Talk Conference 2025 Day 1

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีอย่าง AI ก้าวล้ำไปไกล ความสามารถของเครื่องจักรเริ่มฉลาดกว่าเราเป็นครั้งแรก แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เรายังมีคุณค่า ?

คุณ รวิศ หาญอุตสาหะ CEO จาก Srichand & Mission To The Moon Media เปรียบเทียบมนุษย์กับกวางที่เต็มไปด้วยความกลัว ความกังวล ต่างจากสิงโตที่มองความเครียดเป็นความท้าทาย เขาจึงเสนอว่า หากเราจะอยู่รอดในยุค AI เราควรเปลี่ยนมุมมองจากกวางเป็นสิงโต คือไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่ต้องกล้าเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมีพลัง

แม้เทคโนโลยีอย่าง AI จะทำให้หลายงานหายไปในอนาคตอันใกล้ แต่ขณะเดียวกัน ก็สร้างโอกาสใหม่มหาศาล เช่น AI ช่วยสร้างคลิปวิดีโอด้วยคนเพียงคนเดียว หรือลดเวลาการประชุมลงได้มหาศาล คำถามที่มนุษย์ต้องตอบจึงไม่ใช่แค่ว่า AI จะมาแทนเราไหม ? แต่ควรถามว่า เมื่อเรามีเวลามากขึ้น เราจะเอาเวลาไปทำอะไรให้มีคุณค่า ? 

คุณรวิศยังพูดถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าไม่อดทนหรือไม่สู้งาน แต่ความจริงแล้ว เขามองว่า Gen Z ไม่ได้กลัวงานหนัก พวกเขาแค่กังวลว่าจะเก่งพอหรือไม่ จะพึ่งพาตัวเองได้ไหม และเผชิญความกดดันในการเปรียบเทียบกับคนอื่น โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ และทำให้คำว่าความเก่งเปลี่ยนไปจากยุคก่อน จากที่เคยเป็นเรื่องของทักษะล้วน ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ตัวตนและภาพลักษณ์ ที่คนอื่นมองเห็น

เขาเสนอว่าเราควรมองคนเป็นคน ไม่ใช่มองแค่สกิล เพราะเมื่อเรามองลึกไปถึง ความเชื่อ ความชอบ ความกลัว หรือความภาคภูมิใจ เราจะเข้าใจคนมากขึ้น และสามารถสร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่ดีขึ้นได้

ทั้งนี้ องค์กรควรกลับมาตั้งคำถามว่าได้ สร้างพื้นที่ที่มีความหมายหรือยัง โดยควรมีองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ 

  1. พื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety)
  2. เป้าหมายที่ชัดเจน
  3. ขอบเขตของความอดทนที่ยืดหยุ่นพอให้คนได้เติบโต

เมื่อพูดถึงคุณค่า คุณรวิศเน้นว่า มนุษย์ยังมีสิ่งที่ AI ไม่มี ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์, ความเชื่อ, การวิเคราะห์, เอกลักษณ์เฉพาะตัว และความสามารถในการให้ Emotional Support องค์กรควรช่วยให้พนักงานค้นพบว่าคุณค่าเฉพาะตัว (Value) ของตัวเองคืออะไร เพราะในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว ความไว้วางใจคือหนึ่งในคุณค่าที่ AI ไม่สามารถสร้างได้

“เราต้องหาให้เจอว่า Personal Value Proposition (PVP) ของเราคืออะไร เราทำอะไรได้ดี เราให้ความสำคัญกับอะไร และสิ่งที่คนอื่นต้องการคืออะไร ถ้าเรารู้จักตัวเองชัดเจนพอ เราก็จะไม่ต้องกลัว AI หรือความเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป”

“เราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นกวางที่หวาดกลัว หรือสิงโตที่กล้าก้าวไปข้างหน้า และเมื่อเลือกมุมมองที่ใช่ เราก็จะอยู่รอดอย่างมีความหมาย”

พนักงานจะเกษียณสำราญ (Retire Rich) ในวันหน้า HR ต้องช่วยวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้