
พนักงานทุกคนย่อมอยากทำงานกับองค์กรชั้นแนวหน้าที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพ เติมเต็มความต้องการ และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า เช่นเดียวกับนายจ้างที่ต้องการสร้างองค์กรชั้นนำเพื่อดึงดูดคนเก่งให้อยู่ร่วมกัน แต่คำถามคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นนั้น ตอบโจทย์พนักงานได้จริง และโดดเด่นเหนือใคร
Hewitt Consulting และ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) จึงร่วมกันเปิดตัวโครงการ ‘100 Outperforming Enterprises Program 2025’ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มุ่งค้นหาและคัดเลือกองค์กรที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านการบริหารและการดูแลคน พร้อมเปิดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ เข้ารับการประเมินเชิงลึก เพื่อพัฒนาศักยภาพจากภายใน และเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากการเปิดตัวโครงการ งานนี้ยังจัดเต็มเสวนาหัวข้อสำคัญโดยเฉพาะแนวคิด Human-Centric Leadership ที่สะท้อนบทบาทใหม่ของผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง HREX ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วย จึงขอสรุปประเด็นสำคัญในบทความนี้เพื่อให้ HR ที่สนใจไม่พลาดโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศ
Opening Remarks by Sasin
ศาสตราจารย์เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับ Hewitt Consulting ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาองค์กรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากภายใน
เพราะศศินทร์เองก็ให้ความสำคัญกับการสร้างคน ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างองค์กรอยู่แล้ว ภายใต้ความเชื่อว่าการดูแลพนักงานอย่างแท้จริงคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรก้าวสู่ความเป็นเลิศในระยะยาว
ศาสตราจารย์เอียนเน้นย้ำถึงการปรับตัวในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร พร้อมเตือนว่าเทคโนโลยีไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ควรถูกใช้อย่างมีจริยธรรมและสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร ผ่านแนวคิด “Generative Thinking” ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และความรับผิดชอบเข้าไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่าอนาคตขององค์กรที่ประสบความสำเร็จต้องให้ความสำคัญกับ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพราะทุกมิติของสภาพแวดล้อมส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ
สุดท้าย เขาฝากความหวังว่าโครงการนี้จะเป็นพื้นที่ที่องค์กรต่าง ๆ ได้ร่วมมือ แบ่งปันความรู้ และเสริมสร้างพลังในการเติบโตร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างระบบนิเวศองค์กรที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับอนาคตที่ท้าทายอย่างยั่งยืน

Overview of the 100 Outperforming Enterprises Program 2025
คุณนภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก Hewitt Consulting ใช้เวลาสั้น ๆ อธิบายถึงรายละเอียดของโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program 2025 ว่า หัวใจของโครงการนี้อยู่การประเมินองค์จากภายใน “Inside-Out” ที่ไม่ได้ประเมินองค์กรจากผลลัพธ์ภายนอกเท่านั้น แต่ลงลึกถึงแก่นขององค์กรผ่านการสำรวจและวิเคราะห์อย่างละเอียด
ตั้งแต่ Employee Experience Survey ที่สะท้อนเสียงของพนักงาน, การเก็บข้อมูล People Outperform Index จาก HR ไปจนถึงการสัมภาษณ์ CEO เพื่อเข้าใจวิธีคิดและแนวทางดูแลคนในองค์กรอย่างแท้จริง เป้าหมายคือการ Empower ทั้งพนักงานและผู้นำ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืน
คุณนภัสเน้นย้ำว่า โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อให้เกิดการเติบโตร่วมกัน ไม่ใช่แค่ “เติบโตคนเดียว” แต่เป็นการยกระดับองค์กรทั้งระบบให้เรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน โดยทุกองค์กรที่เข้าร่วมจะได้รับการ Audit เข้มข้น จนเกิดเป็น Insight และ Benchmark เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาให้ได้เรียนรู้ร่วมกัน ก่อนจะคัดเลือก 20 องค์กรที่โดดเด่นที่สุด หรือที่เรียกว่า Outperformers ให้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้จากของจริง หรือ Learned from the Best นั่นเอง
ทั้งนี้ การประเมินองค์กรอิงจากหลักการที่ครอบคลุมทั้งด้านจิตใจและการทำงาน เช่น การเป็นส่วนหนึ่ง (Belong), ความรู้สึกมีคุณค่า (Esteem), การมุ่งมั่น (Strive), การเติบโตอย่างยั่งยืน (Thrive) และการมีเป้าหมายร่วมกัน (Purpose) พร้อมด้วย 4 ดัชนีหลัก ได้แก่ Engagement, Human-Centric Leadership, Talent Growth & Wellbeing และ People Performance Index ซึ่งล้วนเป็นภาพสะท้อนขององค์กรที่ “เข้าใจและดูแลคน” อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด คุณนภัสได้เชิญชวนทุกองค์กรให้ร่วมเดินทางในเส้นทางของ 100 Outperforming Enterprises Program เพราะนี่ไม่ใช่แค่โครงการประกวด แต่คือเวทีแห่งการเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างองค์กรไทยที่แข็งแรงจากภายใน พร้อมเผชิญทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง
Leaders Discussion: “Shaping the Future of Outperforming Enterprises through Human-Centric Leadership”
องค์กรที่มีน่าร่วมงาน มีความโดดเด่น มักจะมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือการมีผู้นำที่เก่งมากความสามารถในงานที่ทำ และที่สำคัญยังทำให้คนในทีมมีคุณค่า มั่นใจ ด้วยความเข้าอกเข้าใจด้วย แต่ผู้นำแบบนี้หรือ Human-Centric Leadership ก็ไม่ได้หาเจอกันง่าย ๆ
การสนทนา Session นี้ในงานเปิดตัวโครงการ 100 Outperforming Enterprises Program 2025 ได้รับเกียรติจาก Speaker มากความสามารถจากองค์กรเด่นระดับโลก มาร่วมพูดคุย ถกเถียง แชร์ทัศนะถึงการมีผู้นำ Human-Centric Leadership ว่าสำคัญอย่างไรต่อการเติบโตขององค์กร
นายแพทย์อติรัชต์ จรูญศรี Managing Director จากโรงพยาบาลศิครินทร์ กล่าวถึงบทบาทผู้นำในมุมของวงการแพทย์ว่า แม้ในห้องผ่าตัดเขาคือผู้นำ แต่เมื่อออกมานอกห้อง แล้วรับบทผู้บริหาร เขาพบว่าการบริหารคนต่างจากการรักษาคนโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เขาค้นพบคือ การนำที่ดีต้อง “เริ่มจากการเข้าใจคน” ใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างองค์กรให้เอื้อต่อความร่วมมือ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเห็นคุณค่าของทุกคนในฐานะ “มนุษย์” ไม่ใช่แค่พนักงาน
ในมุมของคุณอรกานดา อรรถวิภัชน์ Chief People Officer จากบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มองว่าการเป็นผู้นำในยุคใหม่ต้องกล้าสำรวจสิ่งใหม่ ๆ และไม่หยุดที่จะพัฒนาภายใต้แนวคิด “Explore and Exploit” เธอย้ำว่าเป้าหมายขององค์กรควรชัดเจน เพราะจะดึงดูดคนที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมทีม พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของ “Passion for Growth” และความสามารถในการบริหารความหลากหลายทางความคิดให้กลายเป็นพลังบวกในองค์กร
ส่วนคุณอครินทร์ ภูรีสิทธิ์ Chief People Officer จากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เสริมว่า บทบาทผู้นำไม่ใช่แค่บริหารงาน แต่ต้องบริหารคน และบริหารตัวเองให้ดีพร้อมกันไป ผู้นำต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และกล้าที่จะปล่อยให้ทีมเดินหน้าไปสู่เป้าหมายนั้นได้ด้วยตนเอง โดยมีหน้าที่เป็นผู้วางเส้นทาง คอยสนับสนุน และเปิดใจรับฟัง เพื่อพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง เขายังเน้นว่าองค์กรต้องใส่ใจเรื่องการถ่ายทอดภารกิจจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่น เพราะสิ่งที่เคยใช้ได้ในอดีต อาจไม่เพียงพอสำหรับอนาคต
การบริหารองค์กรในยุคหลายเจเนอเรชันจึงเป็นความท้าทายที่คุณปกรณ์จาก Hewitt Consulting ชี้ว่า ผู้นำจำเป็นต้องมีทักษะด้าน “มนุษยสัมพันธ์” ที่ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการเข้าใจความแตกต่างของคน ไม่ใช่แค่เรื่องวัย แต่รวมถึงความคิด ความรู้สึก และวิธีทำงาน การทำให้แต่ละคนรู้สึกว่า “มีตัวตน” และ “มีเป้าหมายร่วม” คือหัวใจสำคัญของ Human-Centric Leadership อย่างแท้จริง
สุดท้าย เสวนานี้ทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้นำทุกคนว่า “เรารู้จักทีมของเราดีพอแล้วหรือยัง?” เพราะการเป็นผู้นำที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะหรือกลยุทธ์ แต่คือการตั้งใจฟัง มองให้ลึก และนำพาคนของเราไปสู่จุดหมายร่วมกัน ด้วยความเข้าใจและศรัทธาในศักยภาพของมนุษย์

