
ในโลกของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ใช่แค่ในแง่ของอาชีพ แต่รวมถึงโครงสร้างทางสังคมที่มักจำกัดบทบาทของพวกเธอ
งานเสวนา SCBX Tech Horizon EP15: LeadHERS in Tech ได้เปิดมุมมองจาก 4 ผู้บริหารหญิงแห่งวงการเทคโนโลยี ไม่เพียงแค่ขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวสู่โลกเทคโนโลยี ประกอบด้วย
- คุณดาลัด ตันติประสงค์ชัย, Chief Operating and International Business Officer, SCBX
- คุณกนกเนตร เจริญเศรษฐศิลป์, Chief Technology Delivery Officer, CardX
- คุณถิรนันท์ อรุณวัฒนกูล, Chief Operating Officer, MONIX
- คุณญาณ์บดี จิตติกุลดิลก, Chief Data Officer, DataX
หากอยากรู้ว่าทัศนะและแรงบันดาลใจ ที่พวกเธอได้ฝากไว้มีอะไรบ้าง HREX สรุปมาให้ได้อ่านกันแล้วในบทความนี้
ก้าวแรกในโลกการทำงาน แม้เจออุปสรรคก็ต้องข้ามให้ได้
ทั้ง 4 คนอธิบายว่า การเริ่มต้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ต้องก้าวข้ามทั้งข้อจำกัดทางโครงสร้างองค์กรและสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันแรกที่ได้เข้าสู่โลกการทำงานเต็มตัว หรือวันแรกที่ก้าวเข้ามาสู่การทำงานในเครือ SCBX
คุณกนกเนตร จาก CardX เล่าว่า เธอเผชิญกับความท้าทายตั้งแต่วันแรกของการร่วมก่อตั้งบริษัท แม้เธอจะมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการผลักดัน CardX ให้เป็น Tech Company อย่างแท้จริง แต่เส้นทางนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค ทุกวันมีเรื่องใหม่ให้เรียนรู้และแก้ไข แม้จะต้องทำงานหนัก เธอก็ไม่เคยกลัว เพราะเชื่อว่าความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในทีมคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านความท้าทายไปได้
ส่วนคุณดาลัด บอกว่าไม่นานมานี้เธอต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้บริหาร แต่ยังรวมถึงบทบาทใหม่ในฐานะแม่ลูกอ่อน โดยเล่าว่าเธอเข้าร่วม SCBX ขณะตั้งครรภ์ 7 เดือน และกว่าจะได้เริ่มงานจริงก็ตอนที่ลูกมีอายุ 2 เดือน ทำให้เธอต้องปรับตัวหลายอย่าง เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงรอบด้านได้อย่างสมดุล นอกจากนี้นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เธอเปลี่ยนจากการทำงานในต่างประเทศมาเป็นองค์กรไทยด้วย กลายเป็นความท้าทายด้วยว่าจะปรับตัวเข้าหาวัฒนธรรมองค์กรของไทยอย่างไร
แต่ด้วยทีมงานที่แข็งแกร่งและการเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง เธอสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กร
สำหรับคุณถิรนันท์ MONIX เป็นบริษัทที่ Joint Venture ระหว่างไทยและจีน ซึ่งเธอต้องรับผิดชอบในการสร้างทีมเองทั้งหมดจากศูนย์ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างองค์กรไปจนถึงการสรรหาบุคลากรจากทั้งไทยและปักกิ่ง ยิ่งกว่านั้น MONIX ยังเริ่มต้นในช่วงที่โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการทำงานแบบปกติ การบริหารทีมระยะไกลให้ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยาก แต่แทนที่จะมองว่าเป็นอุปสรรค เธอกลับมองว่ามันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอพัฒนาแนวคิดเชิงกลยุทธ์และมองภาพธุรกิจได้กว้างขึ้น
ด้านคุณญาณ์บดี เล่าว่าความท้าทายของเธออยู่ที่การทำงานกับ AI และ Data ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและไม่มีวันสิ้นสุด เธอต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และต้องหาวิธีนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในธุรกิจ แม้จะเป็นงานที่ท้าทาย แต่เธอพบว่าความกระหายใคร่รู้และทีมงานที่ดีคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอเดินหน้าต่อไปได้

เป็น LeadHERS in Tech ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างไร ?
ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ซับซ้อน ตั้งแต่โครงสร้างองค์กรที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ไปจนถึงอคติที่มองข้ามความสามารถของพวกเธอ
คุณดาลัด เล่าว่าการทำงานระดับนานาชาติ เธอมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงผู้ช่วยหรือเลขานุการ เพราะจากภาพลักษณ์ภายนอก เธอดูเป็นผู้หญิงเอเชียที่ดูอายุน้อย ทั้งที่จริงแล้วตามตำแหน่งเธอเป็นผู้บริหารระดับสูง สิ่งที่เธอทำเพื่อก้าวข้ามอคตินี้คือ การสร้างความน่าเชื่อถือผ่านความรู้และความสามารถ หมายความว่า เธอต้องทำการบ้านหนักทุกครั้งก่อนเข้าห้องประชุม เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนเห็นว่าเธอมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่พูดคุย สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพศของคน แต่เป็นความสามารถและความมั่นใจในการตัดสินใจต่างหาก
การเป็นผู้นำในแวดวงเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงการเข้าใจเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ ผู้บริหารจาก MONIX อธิบายว่า เทคโนโลยีมีคุณค่าเมื่อมันช่วยให้ธุรกิจเติบโต การเลือกใช้เทคโนโลยีจึงต้องสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพราะหากผู้นำขาดเป้าหมาย ทีมก็จะหลงทางไปด้วย นี่คือความท้าทายของผู้หญิงในอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว
ส่วนคุณกนกเนตร เสริมว่า การนำองค์กรเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ “คน” คือหัวใจสำคัญ องค์กรที่ดีต้องลงทุนในการพัฒนาคน เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่หากไม่มีบุคลากรที่พร้อมปรับตัวและพัฒนา เทคโนโลยีที่ดีที่สุดก็อาจไม่มีประโยชน์เลย นี่คือเหตุผลที่การสร้างและสนับสนุนบุคลากรอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดการส่งต่อองค์ความรู้ข้ามเจเนอเรชัน
แม้ว่าผู้หญิงในสายงานเทคโนโลยียังมีจำนวนน้อย แต่คุณญาณ์บดี มองว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลง คนรุ่นใหม่เข้าถึงทักษะด้านเทคโนโลยีได้มากขึ้น และสิ่งสำคัญคือ อย่าให้เพศเป็นอุปสรรค ต่อการเติบโต ทุกอย่างสามารถพัฒนาได้หากมีความตั้งใจ
นอกจากนี้ เธอเชื่อว่า การมี Role Model ที่เป็นผู้หญิงในวงการเทคโนโลยีมากขึ้น จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่กล้าที่จะก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ โลกเทคโนโลยีต้องการความสามารถ ไม่ใช่ข้อจำกัดจากเพศสภาพ และเมื่อโอกาสเปิดกว้างขึ้น ผู้หญิงก็จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและธุรกิจในอนาคตมากขึ้นเรื่อย ๆ
Imposter Syndrome: ศัตรูเงียบของผู้หญิงเก่ง
ในโลกของการทำงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันสูง ผู้หญิงจำนวนมากต้องเผชิญกับ Imposter Syndrome หรือความรู้สึกว่า “เราไม่เก่งพอ” แม้ว่าจะมีความสามารถและประสบความสำเร็จเพียงใดก็ตาม
คุณกนกเนตร เล่าว่าเธอเองเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเธอมีความสามารถพอหรือไม่ แต่เมื่อเธอขอคำปรึกษาจากผู้อื่น จึงได้ฉุกคิดว่าแท้จริงแล้ว อคติเหล่านี้เกิดจากความกลัวของตัวเองมากกว่าจากความจริง เธอจึงเรียนรู้ว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ การล้มเหลวไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นโอกาสให้เราแก้ไขและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
คุณดาลัด เสริมว่า ความไม่มั่นใจมักเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงกำลังจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในอาชีพ หลายคนพยายามลอกเลียนแบบบุคคลที่ประสบความสำเร็จ แต่เธอมองว่าแทนที่จะพยายามเป็นเหมือนคนอื่น เราควรโฟกัสที่เป้าหมายของตัวเอง เพราะเป้าหมายของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงชีวิต ไม่ว่าเราจะอยู่ในจุดไหน หากเราส่งมอบงานที่ดี มีความน่าเชื่อถือ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ นั่นก็คือการเป็นผู้นำในแบบของเราเอง ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งใหญ่โตเพื่อพิสูจน์ความสามารถ
คุณถิรนันท์ ให้แนวคิดว่า วิธีจัดการกับ Imposter Syndrome ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักตัวเอง หากเราเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของตัวเอง เราจะไม่เสียเวลาเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะแต่ละคนถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องรู้ว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร และทำอย่างไรให้ข้อเสียเหล่านั้นไม่ส่งผลกระทบต่อทีม
เธอยังเน้นว่า หากเราเคารพตัวเอง เราจะไม่พูดหรือกระทำสิ่งที่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น เพราะสุดท้ายแล้ว การเปรียบเทียบที่มีประโยชน์ที่สุด คือการเปรียบเทียบตัวเองกับ ตัวเองในวันก่อน และตั้งคำถามว่า วันนี้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวานหรือยัง
สุดท้าย ผู้บริหาร DataX สะท้อนว่า หลายคนพยายามเป็นทุกอย่างในเวลาเดียวกันคือ เป็นทั้งพนักงานที่ดี ผู้นำที่เก่ง หรือแม่ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ เธอแนะนำว่าเราควรยอมรับในข้อจำกัดของตัวเอง และให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำได้ดี มากกว่าการจมอยู่กับสิ่งที่เราทำไม่ได้ การยอมรับตัวเองคือก้าวแรกของการสร้างความมั่นใจ เพราะเมื่อเรามั่นใจในตัวเอง เราจะไม่ปล่อยให้ Imposter Syndrome มาหยุดยั้งศักยภาพของเราอีกต่อไป
อยากเป็น LeadHERS in Tech ? ต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง
สุดท้ายนี้ ผู้นำหญิงแกร่งทั้ง 4 ได้ฝากข้อคิดดี ๆ ถึงผู้หญิงทั้งหลายที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดและเป็นผู้นำอนาคต โดยมีใจความสำคัญประการหลักก็คือ การเป็นผู้นำไม่ได้หมายถึงการมีตำแหน่งสูงสุดในองค์กร แต่เราเป็นผู้นำได้ ด้วยทัศนคติและแนวทางในการใช้ชีวิต
คุณญาณ์บดี แนะนำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเคารพและเข้าใจตัวเอง เราอาจมีความคาดหวังสูง อยากทำหลายอย่างให้สำเร็จ แต่สุดท้ายแล้ว เราต้องรู้จักจัดการตัวเอง ทำให้ดีที่สุดในสถานการณ์ที่เราเผชิญ หากเราสามารถยอมรับตัวเองและขีดจำกัดของเราได้ เราจะรู้สึกดีกับตัวเอง และสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
นอกจากความมั่นใจในตัวเองแล้ว คุณถิรนันท์ เน้นว่าเราต้องมั่นใจอย่างถูกทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลที่หลากหลายและซับซ้อน บางครั้งเราสับสนระหว่าง สิ่งที่ถูกต้องกับสิ่งที่ถูกใจ การเป็นผู้นำหมายถึงการมีอิทธิพลต่อผู้อื่น ดังนั้น เราต้องคิดให้รอบคอบ วิเคราะห์ข้อมูลให้มากที่สุด และเมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องที่คลุมเครือ สิ่งที่ดีที่สุดคือใช้ ศีลธรรมและจริยธรรม เป็นหลักนำทาง เพราะเมื่อตัดสินใจไปแล้ว เราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เลือก
ขณะที่คุณดาลัด เสริมว่า ผู้นำที่แข็งแกร่งต้อง ยอมรับความยากลำบากในชีวิต ทั้งด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว บางครั้งเราต้องเผชิญกับความล้มเหลว เสียใจ หรือผิดหวัง แต่นั่นคือโอกาสให้เราเรียนรู้และเติบโต คนที่ไม่เคยเผชิญอุปสรรคเลยอาจไม่รู้ว่าตัวเองสามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร ดังนั้น หากเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ เราจะมีพลังและความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นในการนำพาตัวเองและคนรอบข้างไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น
ปิดท้ายที่ คุณกนกเนตร ฝากว่า การเคารพตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจจะช่วยให้เราส่งต่อพลังบวกให้กับทีม การเป็นผู้นำไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำงานหนักจนหมดพลัง เราควรรู้จัก หาเวลาพัก รีเฟรชตัวเอง และมองโลกจากมุมอื่น ๆ บ้าง เพราะบางครั้ง การให้เวลากับตัวเองอาจทำให้เราได้ไอเดียใหม่ ๆ และพร้อมเดินหน้าต่ออย่างแข็งแกร่ง
“ผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือคนที่สามารถดูแลตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน”
