
อาชีพ “Content Creators – คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี และผู้ประกอบอาชีพนี้มากกว่า 9 ล้านคน แต่เมื่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยสร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แนวทางสู่ความยั่งยืนควรเป็นอย่างไร
Tellscore ร่วมกับ FutureTales LAB และ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) จึงร่วมกันจัดทำงานวิจัย “อนาคตอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ปี 2035” งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการ Foresight Research วิเคราะห์อนาคตของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ ยุคทองของครีเอเตอร์ไทย ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไปจนถึง สถานการณ์ถดถอย ที่อุตสาหกรรมถูกควบคุมเข้มงวดจนสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน
หากใครพลาดงานนี้ไป อ่านสรุปเนื้อหาในบทความนี้ได้เลย
Contents
Futures of Content Creators: พลังสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและ Soft Power

คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด (Tellscore) เผยว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้สร้างรายได้จากการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน บ่งชี้ว่าครีเอเตอร์ไทยไม่ใช่แค่ผู้ผลิตเนื้อหา แต่ยังเป็นผู้ขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจไทย ตลอดจนค่านิยมในสังคม
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลสนับสนุนจากภาครัฐ และการสร้างนิเวศสื่อที่เอื้อต่อการเติบโต
“งานวิจัยนี้เสนอแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล เทลสกอร์มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานและเสริมศักยภาพให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต่อไป”
มาตรฐานวิชาชีพ: สิ่งที่ครีเอเตอร์ไทยควรมี หากอยากไปไกลบนเวทีโลก

ด้าน ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์ ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales LAB) ระบุว่า เทคโนโลยี AI การแข่งขันระดับโลก และกฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทย การเตรียมความพร้อมทั้งในด้าน ทักษะดิจิทัล มาตรฐานวิชาชีพ และนโยบายกำกับดูแล จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย
แต่ถึงแม้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก็ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องพัฒนาต่อให้เกิดความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ หนึ่งในนั้นคือ มาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกรอบที่ชัดเจนในการกำหนดบทบาท หน้าที่ และจรรยาบรรณของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การพัฒนามาตรฐานที่เหมาะสมจะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมและลดปัญหาการละเมิดสิทธิในการทำงาน
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการคุ้มครองครีเอเตอร์ จากปัญหาการเอารัดเอาเปรียบจากแพลตฟอร์มและแบรนด์ เพราะหลายรายต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งมักมีข้อตกลงทางธุรกิจที่อาจไม่เป็นธรรม การสร้างกฎระเบียบที่คุ้มครองสิทธิของครีเอเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีความเป็นธรรม
อีกโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมนี้คือการใช้คอนเทนต์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน Soft Power ของไทย ครีเอเตอร์สามารถนำเสนอวัฒนธรรม ภาษา อาหาร และศิลปะไทยสู่เวทีโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล หากมีการสนับสนุนอย่างเหมาะสมจากภาครัฐและเอกชน อุตสาหกรรมนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศได้อย่างมหาศาล
คอนเทนต์ครีเอเตอร์กับสุขภาวะจิต: สร้างสื่อที่ปลอดภัยเพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือความกดดันจากการสร้างสรรค์เนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ครีเอเตอร์กำลังเผชิญ เพราะการแข่งขันที่สูงทำให้คนทำงานต้องผลิตคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้ติดตาม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต
ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) กล่าวว่าการพัฒนาแนวทางสนับสนุนด้านสุขภาวะจิตของครีเอเตอร์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องได้รับความสนใจ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะทางจิตให้แก่คนไทย ถือเป็นสิ่งที่จะรอช้าไม่ได้
นอกจากนั้นอีกภารกิจสำคัญของ TIMS ยังรวมถึงการยกระดับความรอบรู้เท่าทันสื่อของผู้รับสารด้วย ซึ่งหากทำได้จะช่วยเสริมสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและผู้อื่นได้หลายเท่า
“การพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐที่กำกับดูแลอย่างเข้าใจ ภาคเอกชนที่ส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ และประชาชนที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของสื่อ TIMS หวังว่าเล่มอนาคตศึกษานี้จะเป็นแผนที่นำทางสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางจิตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย”
5 ภาพแห่งอนาคต 5 ความน่าจะเป็นของสื่อในมือครีเอเตอร์ไทย

สุุดท้ายนี้ ในงานยังมีการเปิดเผย 5 ภาพอนาคตของอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทย ซึ่งมาจากการทำนายและวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีต่อจากนี้ โดยเรียงลำดับจากภาพที่อยู่ในด้านบวกที่สุด ไปจนถึงด้านลบที่สุด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกแบบด้วยมือของเราทุกคน
และภาพอนาคตที่น่าจะเป็น มี 5 แบบดังต่อไปนี้
- การสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด 10 ปีต่อไปถือว่ามีอนาคตที่สดใสมาก อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่เพียงมีครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาคุณภาพ แต่ประชาชนยังมีความรู้เท่าทันสื่อ ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศสื่อที่แข็งแรง สร้างประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงยกระดับทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
- ไทยสร้างไทยในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ฉากทัศน์นี้ยังมองโลกอนาคตเป็นบวก แม้ว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยอาจยังไม่ได้เป็นผู้นำระดับโลก แต่ยังสามารถสร้างผลงานที่มีอัตลักษณ์ไทย และได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค สร้างความพึงพอใจทั้งในแง่เศรษฐกิจและวัฒนธรรม
- การเติบโตบนเส้นทางที่ไม่มั่นคง แม้อุตสาหกรรมจะยังคงเติบโต แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ครีเอเตอร์ยังขาดความมั่นคงในอาชีพ ปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ยังคงแพร่ระบาด ประชาชนขาดความรู้เท่าทันสื่อ และสังคมไทยยังพึ่งพาคอนเทนต์จากต่างประเทศมากกว่าการผลิตเนื้อหาคุณภาพจากครีเอเตอร์ในประเทศ
- วิกฤติความน่าเชื่อถือในวงการคอนเทนต์ไทย ความไว้วางใจต่อคอนเทนต์ไทยลดลง ผู้คนตั้งคำถามว่าคอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์ไทยนำเสนอสามารถเชื่อถือได้หรือไม่ เมื่อขาดมาตรฐานและจรรยาบรรณที่ชัดเจน ความน่าเชื่อถือของวงการสื่อและครีเอเตอร์ไทย ก็ตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
- ซากปรักหักพังของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เมื่อไม่มีการกำกับดูแลที่ดี อุตสาหกรรมครีเอเตอร์ไทยจะตกอยู่ในภาวะเสื่อมถอยรุนแรง มีการหลอกลวง ปลอมแปลงตัวตน มีคอนเทนต์ที่เน้นปลุกปั่นและบิดเบือนความจริงพอเจอได้ทุกเมื่อ ผู้บริโภคไม่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่รับชมอีกต่อไป อุตสาหกรรมการผลิตสื่อกลายเป็นพื้นที่สีเทาและดำที่ไร้กฎเกณฑ์
อนาคตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยจะเป็นแบบใด ขึ้นอยู่กับมือของเราเองแล้ว ทั้งตัวของครีเอเตอร์เอง รวมถึงแพลตฟอร์ม รัฐบาล และผู้บริโภค ทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทาง เพื่อให้วงการครีเอเตอร์ไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืน
ผู้ที่สนใจรับไฟล์งานวิจัย สามารถดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่นี่ Fu
|
