
ปิดฉากลงแล้วกับงานสัมมนา Future Trends Ahead Summit 2025 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้และวิสัยทัศน์ด้านเทรนด์ธุรกิจและการลงทุนที่น่าจับตามองตลอดปีที่เหลืออยู่ งานครั้งนี้รวบรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งจากไทยและต่างประเทศในแวดวงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการลงทุนมาร่วมแบ่งปันมุมมองในหลากหลายประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของโลกธุรกิจ
ท่ามกลางเนื้อหามากมายที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ดี ๆ มีเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ HR และแวดวงการทำงานโดยรวม HREX สรุปเนื้อหามาให้อ่านกันแล้วดังต่อไปนี้
6 ประเด็นท้าทายของเศรษฐกิจไทย ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเผชิญ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการพูดถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2024 โดยคุณธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO Likeme (Future Trends) ได้แจกแจงออกเป็น 6 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. การฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอ
แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะเติบโตได้ดี แต่ภาคการผลิตและ SME ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมยังคงไม่สมดุล
2. ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต
อุตสาหกรรมการผลิตของไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากจีน อีกทั้งปัญหากำลังการผลิตที่มากเกินไป ทำให้ไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
3. ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
นโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักและสภาวะตลาดโลกที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย ทำให้ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
4. ภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง
อัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และอาจจำกัดความสามารถของธนาคารในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติม ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว
5. Disruption ทางดิจิทัล
เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วสร้างความท้าทายให้ธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้ทันกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งอาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับองค์กรที่ไม่สามารถตามทันการเปลี่ยนแปลง
6. อัตราการเติบโตชะลอตัว
แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มต้นปีได้ดี แต่กลับมีสัญญาณชะลอตัวในหลายภาคส่วน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ Future Trends Ahead Summit 2025 จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจและผู้บริหารสามารถมองเห็นแนวโน้มของโลกอนาคต และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ อนาคตอาจเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การเข้าใจเทรนด์สำคัญจะช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนเพื่อความสำเร็จได้อย่างแข็งแกร่ง
4 เมกะเทรนด์สำคัญ เมื่อ AI คือหอคอยบาเบลแห่งยุคใหม่

คุณณัฐกร เวียงอินทร์ Head of Content & Branding, Future Trends เล่าถึงหนังสือ Future Trends Ahead 2025 Presented by SCBX ที่ Future Trends ทำขึ้นเพื่อรวบรวม 62 เทรนด์หลัก จาก 13 หมวดหมู่ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การลงทุน การตลาด และทักษะแห่งอนาคต โดยเนื้อหาเหล่านี้มาจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา เพื่อช่วยให้คุณวางแผนอนาคตของธุรกิจและชีวิตได้อย่างมั่นใจ
โดยสรุปแล้ว มี 4 เทรนด์สำคัญต่อโลกในอนาคตดังต่อไปนี้
1. AI (ปัญญาประดิษฐ์)
กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของโลกอนาคต เปรียบได้กับการสร้างหอคอยบาเบลในยุคดิจิทัล ซึ่งมนุษย์ใช้ข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ แม้ว่า AI จะนำมาซึ่งความสะดวกสบายและนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทาย เช่น ความโปร่งใสของอัลกอริธึม และการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรม
2. Sustainability (ความยั่งยืน)
เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ แม้ว่าบางประเทศจะมีนโยบายที่แตกต่างกัน เช่น การถอนตัวของสหรัฐอเมริกาจากข้อตกลงปารีส แต่แนวคิดเรื่องความยั่งยืนยังคงได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กร การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันจึงต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) มากขึ้น
3. Aging Society (สังคมสูงวัย)
เป็นอีกหนึ่งแนวโน้มที่มีผลกระทบอย่างมาก หลายประเทศกำลังเผชิญกับสัดส่วนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรนี้ องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงานที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น
4. Geopolitics (ภูมิรัฐศาสตร์)
กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก การกลับมาของแนวคิด ‘America First’ อาจเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของนโยบายระดับโลกที่อาจส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
ภาวะผู้นำยุคใหม่: การปรับตัวเพื่อความสำเร็จในอนาคต

คุณนภัส ศิริวรางกูร Managing Director จาก Hewitt Consulting มาอธิบายว่า ในยุคที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรต้องมีความสามารถรอบด้านเพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยแนวโน้มสำคัญที่กำหนดรูปแบบผู้นำแห่งอนาคตประกอบด้วย 3 เทรนด์หลักดังต่อไปนี้
1. The Anatomy of Future Leaders
คุณนภัสเปรียบเทียบองค์ประกอบของผู้นำกับภูเขาน้ำแข็ง โดยที่ประสบการณ์เป็นส่วนที่มองเห็นได้ ขณะที่ความสามารถ ศักยภาพ และอุปนิสัยเป็นรากฐานที่ลึกซึ้งกว่านั้น การเลือกผู้นำจากประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องพิจารณาความสามารถและศักยภาพควบคู่กัน
2. The Most Powerful Cs for Leading the Future
ให้ความสำคัญกับความสามารถ 7 ประการที่จำเป็นสำหรับผู้นำ โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ ความเป็นผู้นำทางธุรกิจ เช่น การสร้างโซลูชันเชิงกลยุทธ์และการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและการทำงานร่วมกัน และ ความเป็นผู้นำด้านบุคลากร ที่เน้นการพัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่าผู้นำที่ประสบความสำเร็จต้องมีความสามารถในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาผู้คนภายในองค์กร
3. The Imperfect Leader Era
เป็นแนวคิดที่ยอมรับว่าผู้นำที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ได้พึ่งพาผู้นำเพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยทีมงานที่สามารถเสริมสร้างซึ่งกันและกัน ผู้นำต้องเรียนรู้ที่จะบริหารจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง รวมถึงการสร้างทีมที่มีความสามารถรอบด้านเพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้นำในอนาคตต้องมีความสามารถในการปรับตัว เปิดรับการเรียนรู้ และให้ความสำคัญกับบุคลากรในองค์กรมากขึ้น ด้วยแนวคิด Human Centric Leadership ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2025 และอนาคตต่อไป

| สำหรับผู้ที่พลาดงานนี้ไป ยังสามารถดาวน์โหลดหนังสือ Future Trends Ahead 2025 Presented by SCBX ได้ฟรีผ่านลิงก์นี้ https://page.futuretrend.co/Future-Trends-Ahead-2025-E-Book |
