Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies

เมื่อวันที่ 30 เมษายน สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ร่วมกับ JOBTOPGUN, HUMANICA Public Company Limited, Darwinbox Digital Solutions Pvt. Ltd. และ SkillLane จัดงานแถลงข่าว Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies ณ Paragon Cineplex VIP1 @ Siam Paragon ชั้น 5 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะถึงงาน Thailand HR Tech ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

แต่นี่ไม่ใช่งานแถลงข่าวธรรมดา ๆ เพราะยังมีการเสวนาเกี่ยวกับเรื่องราวการทำงานและแวดวง HR ที่น่าสนใจ 4 หัวข้อด้วย และดำเนินรายการโดย คุณซี – ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าของช่อง Ceemeagain เจ้าหญิงแห่งวงการไอทีที่หลายคนเลื่องลือ

HREX มีโอกาสเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย เลยขอถือโอกาสนี้ สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจจากงานมาให้ทุกท่านที่พลาดไป ได้อ่านกันในบทความนี้ ดังนี้

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies

HR TECH TALK SPECIAL 1.AI for HR: The New Frontier

หัวข้อสุดท้ายนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่อง AI เช่นกัน แต่คราวนี้ได้คุณพนาสิทธิ์ วงษ์มิตรแท้ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานคุณค่าขององค์กร บริษัท Darwinbox ประจำประเทศไทย มาเล่าถึงพรมแดนใหม่ ๆ ของการใช้ AI เพื่อยกระดับงาน HR ว่า

คุณพนาสิทธิ์ มองว่า HR Tech ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ แต่เทรนด์ระยะหลัง การมี AI โดยเฉพาะ Generative AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่โดยสิ้นเชิง ทั้งสามารถช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ข้อมูลได้หมด 

“ถ้าเราอยากหา Talent แต่เราไม่รู้เป็นใคร AI จะช่วยมองหาจากในคลัง แล้วแนะนำมาให้เราได้เลยว่า คน ๆ นี้ตอบโจทย์หรือมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่เราตามหาบ้าง”

หรือการจัดการเอกสารการเงินในองค์กร AI สามารถช่วยตรวจจับและช่วยปกป้องได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นขัดแย้งกับนโยบายองค์กรหรือไม่ หรือถ้าพนักงานอยากเติบโตในเส้นทางอาชีพ มันก็จะช่วยวิเคราะห์โปรไฟล์ได้เลยว่า เราสามารถเติบโตอย่างไรได้บ้าง หัวหน้าเราอาจไม่รู้ แต่ AI ช่วยวิเคราะห์ได้หมด”

อย่างไรก็ตาม คุณพนาสิทธิ์ก็ยังยืนยันว่าต่อให้มีเครื่องมือล้ำ ๆ แค่ไหน มนุษย์ก็ยังต้องควบคุมการใช้งานของมันอยู่ดี

“ไม่ว่า AI หรือระบบอะไรก็ตาม มันคือเครื่องมือช่วยทำงาน แต่เรายังเชื่อมั่นให้เครื่องมือพวกนี้ทำงานเองไม่ได้ เราต้องมาดูว่าจะใช้งานอย่างไรต่อจึงจะเกิดประโยชน์ และเราจะปรับตัวให้เข้ากับเครื่องมือนี้อย่างไรด้วย”

นอกจากนี้ ก็ต้องใช้ AI โดยคำนึงถึงจริยธรรมด้วย ซึ่งยังเป็นจุดอ่อนปัจจุบัน และที่สำคัญ AI ไม่มี Empathy เวลาจะใช้ข้อมูลที่ AI ประมวลมาให้ อย่าลืมคำนึงถึงความโปร่งใส ความเชื่อถือได้ด้วยก่อนจะเอาไปใช้เพื่อให้คุณหรือให้โทษกับผู้ใด ไม่ใช่ใช้งานอย่างเกิดอคติ พร้อมยกตัวอย่างว่า CHRO ถึง 80% เคยเลือกแคนดิเดตผิด เพราะเทรน AI ผ่าน Data ที่ผิดจนทำให้พลาดโอกาสร่วมงานกับคนที่เป็น Talent ตัวจริง ดังนั้น จงใช้งานอย่างบาลานซ์ และอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องด้วย

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies

HR TECH TALK SPECIAL 2.Smart Hiring: The AI Recruitment Era

หัวข้อต่อมา คุณวริศ ชนาเทพาพร Executive Vice President JOBTOPGUN.com มาร่วมแชร์ความคิดถึงสิ่งที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญในทุกวันนี้ นั่นคือการเอา AI มาใช้ในงานของ HR โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานสรรหาพนักงาน

โดยคุณวริศ เผยว่า AI มีบทบาทสำคัญมากในการสรรหาพนักงานในปัจจุบัน เคล็ดลับก็คือ HR จะต้องไม่รอคัดเลือกพนักงานที่สมัครงานเข้ามาเท่านั้น แม้จะมีคนยื่นใบสมัครเข้ามา 80 คน แต่การมี Database ที่ดี จะช่วยให้สามารถค้นเจอแคนดิเดตที่ตรงกับความต้องการได้ในจำนวน 6 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อน อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะสกรีนจนครบ ซึ่งนี่คือจุดที่ AI จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ และสามารถมอบ Top Talent ที่เราต้องการให้ได้ในเวลาที่รวดเร็ว

“องค์กรที่ไม่ได้ใช้ AI จะเสียเปรียบองค์กรที่ใช้ AI สามารถมันเรียนรู้ตำแหน่งงาน เรียนรู้เรซูเม่ของทุกคนได้ง่ายกว่าเดิม และอาจมอบแคนดิเดตมาให้เราได้เลยโดยไม่ต้องออกแรงอะไรมาก แต่ HR เองก็ต้องมีทักษะ (HR Skillset) HR ต้องเป็นมืออาชีพเช่นกัน ต้องรู้ว่าตำแหน่งที่ต้องการคืออะไร แต่ละตำแหน่งทำทำงานอะไร เพื่อจะได้ใช้เทคโนโลยีช่วยคนหาถูกคน”

และเช่นเดียวกัน คุณวริศ เน้นย้ำว่า HR Professional อย่าไว้ใจ AI มาก อย่าเพิ่งเชื่อใจ และต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วย ที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูลทุกฝ่าย และต้องสื่อสารไปถึงทุกคนได้ว่า เราใช้ AI ไปเพื่ออะไร

“องค์กรจะโปร่งใสได้ ที่สำคัญคือการสื่อสารต้องโปร่งใส เวลาเราสื่อสารกับพนักงาน กับคนที่สัมภาษณ์ เราต้องมองสิ่งที่มองไม่เห็นจาก Data ด้วย เพราะการใช้งาน AI ก็เหมือนการขับรถ ต่อให้รถคันนั้นมีระบบขับเคลื่อนด้วยตัวเอง แต่เราก็ยังต้องจับพวงมาลัย ระมัดระวังว่ามันจะบังคับให้ไปถูกทาง” คุณวริศทิ้งท้าย

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies

HR TECH TALK SPECIAL 3.Learning Rebooted: Tomorrow’s Education

หัวข้อนี้ได้รับเกียรติจากคุณเอกฉัตร อัศวรุจิกุล COO and co-founder of SkillLane มาพูดถึงอนาคตการศึกษาของคนไทยทั้งประเทศ ที่ไม่เพียงต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่ยังต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ใหม่ด้วย คุณเอกฉัตรเล่าว่าสิ่งที่ระบบการเรียนรู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมี 3 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้

  1. ฟอร์แมตการเรียนรู้เปลี่ยนไป ผู้คนให้ความสนใจการเรียนแบบ Hybrid มากขึ้นที่รวมข้อดีของการเรียนแบบ Online และ Offline เข้าด้วยกัน เราสามารถเรียน Online จากเรียนที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ควบคุมงบประมาณได้ ส่วนการเรียนแบบ Offline ก็จะช่วยให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้โดยตรง เกิดเป็นทีมเวิร์คที่ดี
  2. การออกแบบเนื้อหา พอคนทำงานยุ่งกันมาก การเรียนในยุคใหม่จึงปรับให้ใช้เวลาแต่ละบทเรียนสั้น กระชับขึ้น และเมื่อเรียนแล้วสามารถนำไปใช้งานจริงได้เลย
  3. ทักษะ หลายองค์กรหันมาเน้นย้ำเรื่อง Soft Skills เช่น ฝึกความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร ความเป็นผู้นำ เป็นต้น ซึ่งประเด็นนี้ AI ยังเข้ามาทดแทนคนไม่ได้ องค์กรไหนที่อยากจะแข่งขันในอุตสาหกรรมได้ อย่าลืมผลักดันพัฒนาให้พนักงานจุดนี้ด้วย

นอกจากนั้น คุณเอกฉัตร ยังเน้นย้ำความสำคัญว่าทุกองค์กรควรต้องมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมองค์ความรู้ให้พนักงานสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูล เข้าไปเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการทำงานด้วยตัวเองได้เอง ไม่ต้องรอ HR แก้ปัญหาให้เท่านั้นแล้ว

“โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา องค์กรต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว พนักงานก็ต้องปรับตัวให้เร็ว ถ้าองค์กรเสริมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ดี เราก็จะปรับตัวแล้วแข่งขันต่อไปในธุรกิจได้แน่นอนครับ” คุณเอกฉัตรอธิบาย

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน Press Conference Exclusive Talk with BIG 4 HR TECH Companies

HR TECH TALK SPECIAL 4.Workplace Reimagined: What’s Next for Tomorrow’s Office

หัวข้อสุดท้าย คุณสุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) (Humanica) มาเล่าถึงการก้าวออกจากกรอบการทำงานแบบเดิม ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานในอนาคตว่า 3 ปีหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือ การทำงานไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่ออฟฟิศสถานเดียวแล้ว

แต่ผลที่ตามมาก็คือ ทุกวันนี้ผู้คนเรียกร้องจากองค์กรให้มีการทำงานอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น อยากทำงานจากที่ไหนก็ได้ แต่เขาก็เข้าใจหากองค์กรจะไม่เห็นด้วย เพราะเจอปัญหาเรื่องการสร้างทีมเวิร์ค การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ความสะดวกสบายของพนักงานอาจทำให้ Productivity น้อยลง ซึ่งก็กลายเป็นความท้าทายของคนในระบบเมเนเจอร์ คนระดับหัวหน้าว่าจะบาลานซ์อย่างไร 

อีกสิ่งที่ผู้คนสนใจมากขึ้นคือเรื่อง Employee Wellbeing การที่องค์กรมีสวัสดิการพื้นฐานให้พนักงานอาจไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว แต่การเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกสวัสดิการที่ตัวเองต้องการ จะดึงดูด Talent ห้อยากมาร่วมงานด้วย ทำให้เขามีความผูกพันกับองค์กรได้มากกว่า เช่น ให้เขาเลือกได้ว่าอยากได้สวัสดิการฟิตเนส การดูแลสุขภาพ การศึกษา การท่องเที่ยว การเก็บออมเงิน การวางแผนการเกษียณ ฯลฯ

แต่อะไรที่เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ แต่ในไทยยังขาดเทคโนโลยีที่มีคุณภาพมาช่วย HR ในการจัดสรร ซึ่งหากเทคโนโลยีนั้นมาถึงเมื่อไหร่ องค์กรไหนนำมาใช้เมื่อไหร่ จะเป็นแต้มต่อที่ทำให้เหนือกว่าองค์กรอื่นแน่นอน

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1 CATE 3

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้