Search
Close this search box.

สรุปเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน “สร้าง Entrepreneur Mindset ในองค์กร ด้วย Democratize Learning โดย SCG HR Solutions

HIGHLIGHT

  • คำถามที่คนทำงานต้องนึกเสมอก็คือ หากเราทำงานมาประมาณ 10 ปี เราได้มีประสบการณ์ 10 ปีจริง ๆ หรือเป็น “ประสบการณ์ทำงาน 1 ปี แต่ 10 ครั้ง” หากเป็นแบบหลัง ก็แปลว่าเราไม่มีการบริหารจัดการตัวเองที่ดีพอ
  • คำว่า Put The Right Man on The Right Job ไม่ใช่การเลือกว่าจ้างคนตามคณะที่จบมา แต่ให้ใช้มุมมองแบบต้นไม้ใหญ่, ต้นกล้า และเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะทำให้เราใช้คนได้ถูกต้องขึ้น
  • Democratize Learning คือการทำให้คนรู้สึก “อยากที่จะเรียนรู้” อยากหาข้อมูลเองโดยไม่ต้องมีใครออกคำสั่ง
  • แม้เราจะสร้าง Entrepreneur Mindset ในองค์กรได้แล้ว แต่เราก็ต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเบื้องหลังให้สนับสนุนกันได้ด้วย  มิฉะนั้นแนวคิดดังกล่าวก็จะนำไปประยุกต์ใช้จริงไม่ได้เลย

SCG Thumbnail

SCG HR Solutions ได้จัดงานสัมมนาที่น่าสนใจมากในหัวข้อ Learning Talk “Democratize Learning” ปลดล็อคข้อจำกัดการเรียนรู้ ให้พัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยงานนี้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Thailand Lifelong Learning มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างทั่วถึงในองค์กร จนทำให้พนักงานเกิด Mindset ให้องค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการเปลี่ยนแปลง Mindset ของคนในองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก, เจ้าของกิจการที่อยากสร้างทีมให้แข็งแกร่ง สามารถทำงานได้เหมือนเจ้าของ และเหมาะกับ HR ขององค์กรทุกขนาด ทั้งของภาครัฐ และเอกชน

ผู้เรียนจะได้รู้ว่า Democratize Learning คืออะไร, การปลดล็อครูปแบบการเรียนรู้ จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน (Sustainable) ได้อย่างไร และธุรกิจของคุณจะได้ประโยชน์มากแค่ไหน หากคนในองค์กรมี Entrepreneur Mindset

รายชื่อผู้ร่วมเสวนา

1. คุณภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ : กรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS

2. คุณพงศธร ธนบดีภัทร : CEO, Eddu Group International & Finnx

3. คุณวันจักร มนตรีวรรณ : Associate Director, SCG HR Solutions และ ดร. ธนาวัฒน์ เอี่ยมอำไพ Incubation Program Team Lead, Nexter Incubator

4. คุณปรเมศวร์ นิสากรเสน : Vice President – Distribution and Retail Business, CBM Business, SCG

สำหรับผู้ที่สนใจ HREX.asia ได้สรุปเนื้อหาสำคัญจากหัวข้อย่อยต่าง ๆ ภายในงานไว้เรียบร้อยแล้ว อ่านต่อได้ที่นี่

scg edit

Welcome to Learning Talk โดย คุณภานุวัฒน์ ตรังคานุวัฒน์ : กรรมการผู้จัดการ SCG HR SOLUTIONS

คุณภานุวัฒน์ เริ่มเสวนาด้วยการเน้นย้ำให้เห็นว่า “คนทำงาน 10 ปีมี 2 แบบ คือคนที่ทำงาน 10 ปีแล้วมีประสบการณ์ 10 ปีจริง ๆ กับคนที่ทำงาน 10 ปี แต่มีประสบการณ์ 1 ปี จำนวน 10 ครั้ง เราจึงต้องหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา สอดคล้องกับแนวทางของ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงของอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม

คำที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือคำว่า Democratize Learning ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ ที่พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือ, ข้อมูล และการบริการอย่างทั่วถึง เปรียบดั่ง Democratize Finance ที่คนในปัจจุบันสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้ง่ายกว่าเดิม ในที่นี้ผู้บรรยายเน้นย้ำว่าแม้จะเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อน้ำหยดลงบนหินทุกวัน ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็ต้องเกิดขึ้นตามมาด้วย การเริ่มต้นให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้ในองค์กรเพื่อบ่มเพาะสิ่งใหม่ ๆ จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่สามารถหยุดเรียนรู้ได้อีกต่อไป

Democratize Learning ช่วยสร้าง Entrepreneur Mindset ได้อย่างไร ดย คุณพงศธร ธนบดีภัทร CEO, Eddu Group International & Finnx

102


ผู้บรรยายเริ่มจากการตั้งคำถามว่า “มีเหตุผลอะไรบ้างที่บริษัทระดับท็อปของโลก ที่มีทั้งเงินและบุคลากรดีที่สุดในโลกไปไม่รอด หรือล้มหายไปจากโลกธุรกิจ ?” ยกตัวอย่างจากบริษัทชื่อดังอย่างโนเกีย (Nokia) บริษัทโทรศัพท์ชื่อดังของโลกที่ถูกกลืนกิน (Disrupt) จนแทบหายไปจากโลกธุรกิจ กรณีนี้ ไม่ได้แปลว่าโนเกียไม่ปรับตัว แต่อาจปรับตัวไม่ทัน หรือมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้จะตั้งใจบริหารจัดการอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม

ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องนึกถึงคือคำว่า Great Company ซึ่งเปรียบดั่งผืนป่าที่สมบูรณ์ เพราะหากเราเป็นแค่ Good Company เราจะเป็นเพียงต้นไม้, ต้นกล้า, หรือเมล็ดพันธุ์ที่คงอยู่เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น องค์กรที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนจะต้องมีสถานะเป็นป่าใหญ่ หมายถึงศูนย์รวมของพืชพรรณหลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่เก่งแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราต้องคิดว่าธุรกิจของเราจะจบสิ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราต้องบริหารการปลูกต้นกล้าให้ดี และคอยสร้างเมล็ดพันธ์ใหม่ ๆ เพื่อหว่านรอไว้อยู่เสมอ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องรวมถึงการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่จะนำมาใช้เช่นกัน 

ธุรกิจทุกอย่างจะมีจุดอิ่มตัว (Maturity) ซึ่งจะนำไปสู่สถานะของความไม่ต่อเนื่อง (Discontinuity) องค์กรของเราต้องสร้าง ‘New S Curve’ หรือเส้นทางของธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและเทคโนโลยี ซึ่งกลไกนี้ต้องเริ่มคิดตั้งแต่วันที่องค์กรประสบความสำเร็จถึงขีดสุด ไม่ใช่เพิ่งหว่านเมล็ดพันธุ์ในวันที่กราฟธุรกิจดิ่งลงแล้ว ตัวอย่างของเรื่องนี้คือบริษัท Apple ที่สร้างหูฟัง Airpods จนมีชื่อเสียง ทำรายได้มหาศาล แม้บริษัทจะประสบความสำเร็จจากคอมพิวเตอร์, iPhone, iPad และอีกมากมายอยู่แล้ว ซึ่งยอดขายของ Airpods อย่างเดียว สามารถเอาชนะบริษัทชั้นนำอย่าง Adobe, Spotify หรือแม้แต่ Twitter ด้วยซ้ำ

Democratize Learning คืออะไร ? ผู้บรรยายกล่าวว่าในอดีตเราถูกกำหนดโดยกระบวนการเรียนรู้แบบเผด็จการ ที่เราต้องเลือกระหว่างสายศิลป์และสายวิทย์ฯ และความรู้บางอย่างเป็นความรู้ที่ถูกกำหนดไว้แล้วโดยไม่เปิดโอกาสให้เราศึกษาหรือตั้งคำถามต่อ ดังนั้น Democratize Learning คือการทำให้คนรู้สึก “อยากที่จะเรียนรู้” อยากหาข้อมูลเองโดยไม่ต้องมีใครออกคำสั่ง

ในที่นี้คุณพงศธรยกตัวอย่างกระบวนการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ที่โฟกัสไปที่ความ “เข้าอกเข้าใจ” และพอเด็กเข้าใจแล้วว่าเป้าหมายของสิ่งที่กำลังเรียนคืออะไร เขาก็จะพยายามศึกษาหาข้อมูลว่าจะทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จได้อย่าง ศาสตร์นี้มีลักษณะคล้ายกับ Design Thinking ที่เราเคยได้ยินกันในปัจจุบัน ซึ่งต่างจากหลักสูตรแบบ “ท่องจำ” อย่างสิ้นเชิง

แล้วเราจะนำมาปรับใช้ในองค์กรได้อย่างไร ? ผู้บรรยายกล่าวว่ากระบวนการเรียนรู้หรืออบรมในองค์กรส่วนใหญ่ มักเริ่มจากการที่หัวหน้าทีมหรือ HR คิดว่า “หลักสูตรนี้ดีนะ” แล้วบอกให้พนักงานไปเรียน แต่สุดท้ายเมื่อพนักงานไปเรียน พวกเขาอาจจะได้ความรู้จริง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อย่างไร ซึ่งไม่ทำให้เกิดประโยชน์อยู่ดี

คุณพงศธรพากลับไปพิจารณาเรื่องของต้นไม้ใหญ่, ต้นกล้า และเมล็ดพันธุ์อีกครั้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

– คนประเภทต้นไม้ใหญ่ : ต้องมีความสุขในการปกป้อง, รักษา และทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้คงอยู่สืบไป สิ่งที่องค์กรคาดหวังกับคนเหล่านี้ได้ก็คือการทำสิ่งเดิม ๆ ให้ดีขึ้น ภายในกรอบที่คุ้นเคย โดยองค์กรจะวัดผลผ่านผลกำไร และ Return of Investment ซึ่งคนในกลุ่มนี้ต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Deep Functional) ในงานที่ทำอยู่

– คนประเภทต้นกล้า : ต้องคิดธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้นให้ได้ ต้องตั้งคำถามว่าสิ่งที่เราทำอยู่ดีหรือไม่ดีเพราะอะไร และต้องหาความรู้จากที่ไหนเพิ่มเติม องค์กรสามารถวัดผลจากการเติบโตทางธุรกิจ อาจไม่ได้เป็นผลกำไรชัดเจนในปีแรก แต่ถ้ามีความเป็นไปได้ในด้านบวก องค์กรต้องเข้าใจและให้โอกาสนั้น คนกลุ่มนี้จะกล้าทดลอง และหากทำอะไรผิดพลาด ก็จะไม่รู้สึกกลัว แต่จะพร้อมลงมือใหม่เสมอ ซึ่งหากผู้บริหารไม่มองเห็นความสำคัญ เขาก็พร้อมจะเดินไปจากองค์กรทันที

– คนประเภทเมล็ดพันธุ์ : เป็นคนที่หูตาไว คิดถึงสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา มองถึงเรื่องของอนาคตเสมอ สิ่งที่คาดหวังจากคนกลุ่มนี้ได้ก็คือการตัดสินใจที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งใหม่ ๆ อันเป็นประโยชน์กับองค์กร องค์กรต้องวัดผลโดยพิจารณาว่าสิ่งที่พวกเขาคิด เป็นเรื่องที่ดีจริง หรือไม่นำไปสู่อะไรเลย

คุณพงศธรปิดท้ายว่าการพัฒนาบุคลากรส่วนใหญ่ในโลก ให้ความสำคัญกับการพัฒนาในส่วนของ “ต้นไม้ใหญ่” เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ใส่ใจเรื่องต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์มากพอ ดังนั้นหากเราต้องการพัฒนาอย่างถูกต้อง พร้อมรับมือกับทุกสถานการ เราก็ต้องหันมาใส่ใจคนในองค์กรอย่างครอบคลุม เพราะคงดีไม่น้อยหากบุคลากรของเราเก่งเป็นพิเศษ สามารถต่อยอดความสำเร็จและทำให้เกิด S Curve ใหม่ ๆ ได้ องค์กรของเราก็จะมีรากฐานของความสำเร็จที่แข็งแรงอย่างแท้จริง

People Transformation จาก Corporate สู่ Entrepreneur โดย คุณวันจักร มนตรีวรรณ Associate Director, SCG HR Solutions และ ดร. ธนาวัฒน์ เอี่ยมอำไพ Incubation Program Team Lead, Nexter Incubator

104

103


ความเท่าเทียมทางการเรียนรู้ ต้องเริ่มจากการที่พนักงานทุกคนต้องพูดภาษาเดียวกัน (Mutual Language) นี่คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนมุมมองของคนจาก Corporate Mindset  ไปสู่ Entrepreneur Mindset ซึ่งการที่จะเริ่มขึ้นได้นั้น เราต้องเริ่มจากคีย์เวิร์ดสองอย่าง โดยดร.ธนาวัฒน์ กล่าวว่าเราต้องเริ่มจากการสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ เช่นเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership) ที่ควรปรับมาให้ใกล้ชิดกับลูกทีมมากขึ้นเพื่อทำให้ทีมกล้าสื่อสาร พูดคุยในเรื่องยาก ๆ ซึ่งจะช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานกันง่ายขึ้น จากนั้นก็ต้องมี Backbone Support ที่ช่วยให้พอทีมมีไอเดียแล้ว ระบบหลังบ้านก็จะพร้อมสำหรับการรองรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วย

Self Directed Learning คืออีกหนึ่งคีย์เวิร์ดที่สำคัญในปัจจุบัน การเรียนรู้ยุคปัจจุบันต้องไม่ได้มาจาก HR เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เขาเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตัวเอง เพราะจะทำให้เขามี Entrepreneur Mindset มากขึ้น ซึ่งความรู้เหล่านี้จะไม่ใช่แค่ความรู้ที่ “ควรใช้” แต่เป็นความรู้ที่ “ต้องใช้” และ “จำเป็นต้องใช้ ผ่านแนวคิดแบบ Lifelong Learning ที่บุคลากรรู้สึกว่า เมื่อทดลองทำสิ่งใหม่ไปเรื่อย ๆ แล้วเจอปัญหา เขาก็สามารถกลับมาเรียนรู้เพื่อยกระดับตัวเองให้เป็นคนที่เก่งขึ้นได้ทันที

คุณวันจักร มนตรีวรรณ กล่าวว่าสิ่งแรกที่เราต้องคิดก็คือการสร้าง Entrepreneur Mindset ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นความท้าทาย (Challenge) ที่ต้องทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ ซึ่งเป้าหมายหนึ่งคือการสร้างระบบการเรียนรู้ใหม่เหมาะกับบุคลากรทุกช่วงวัย ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรให้เขาสนุกกับการเรียนรู้ ต้องไม่ยัดเยียด และต้องสอดแทรกบางอย่างไปใน Content ให้พนักงานได้กลายเป็น ‘The Better Person’ อย่างแท้จริง

อีกประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของ Learn , Unlearn และ Relearn สามหัวข้อนี้เป็นเรื่องยากในบริบทที่แตกต่างกันไป โดยหัวข้อที่ยากที่สุดคือ Unlearn และ Relearn เพราะห่ากมีองค์ความรู้บางอย่างเคยทำให้เราประสบความสำเร็จมาแล้ว เราจะมองว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะบอกว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิด หรือไม่เกิดประโยชน์อีกต่อไป 

ปัญหานี้ได้ทำให้เกิดปัญหาในองค์กรบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ดังนั้น Entrepreneur Mindset จะเป็นกลไกที่ทำให้คนรู้ว่าการตัดสินใจและแนวคิดทั้งหมด เกิดขึ้นโดยเอาผลประโยชน์ขององค์กรเป็นที่ตั้ง ความบาดหมางระหว่างคนก็จะหมดไป กลายเป็นความร่วมมือร่วมใจที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ดีกว่าเดิม

สุดท้ายนี้ ผู้บรรยายทิ้งท้ายว่าคนที่จะมี Entrepreneur Mindset ต้องมีความรับผิดชอบ (Accountability) องค์กรต้องคิดเสมอว่าเราจะทำอย่างไรให้พนักงานพร้อมทำเพื่อองค์กร โดยไม่ถามหา Job Description ไม่คิดว่างานที่เราสั่งเป็นการเอาเปรียบ ทำอย่างไรให้พนักงานมองว่าพวกเขาได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม เป็นต้น ความเข้าใจตรงนี้จะช่วยให้ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ (Belonging) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคปัจจุบัน

องค์กรยั่งยืนด้วย Entrepreneur Mindset โดย คุณปรเมศวร์ นิสากรเสน Vice President – Distribution and Retail Business, CBM Business, SCG

101


ผู้บรรยายกล่าวว่าโลกในปัจจุบันต้องคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพราะสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปทุกวัน และเปลี่ยนไปไวกว่าที่เคย การเปลี่ยนแปลงอย่างมีระบบจึงช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น ไม่ได้ทำแบบส่ง ๆ จนต้องเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์

และเมื่อเรามี Entrepreneur Mindset ในองค์กรแล้ว เราจะสร้าง Business Impact ได้อย่างไร ? ผู้บรรยายกล่าวว่าแนวคิดเหล่านี้จะกลายเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จทำงานอย่างไร, คนที่ล้มเหลวรับมือกับความเศร้าอย่างไร ประเด็นเหล่านี้จะนำไปสู่วัฒนธรรมองค์กร (Company Culture) แข็งแรงยิ่งขึ้น

ส่วนเคล็ดลับที่จะทำให้เกิด Entrepreneur Mindset คือผู้บริหารต้องมีความชัดเจน (Commitment) ไม่ใช่ผู้บริหารเปลี่ยนแปลง ไม่มั่นคง เพราะหากเราจะบอกให้ใครกล้าทดลองสิ่งใหม่ ๆ องค์กรก็ต้องมีความพร้อมในการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้เราไม่ควรเริ่มด้วยการทำเป้าหมายใหญ่ ๆ ควรเริ่มจากทำ Sandbox เพื่อให้เกิด Small Wins หรือ Quick Wins เพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากจุดเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายไปสู่จุดที่ใหญ่ขึ้น

นอกจากนี้หากเราเห็นว่าบุคลากรล้มเหลว เราต้องไม่ทำให้เขาคิดว่าตนทำผิดพลาด แต่ต้องทำให้รู้ว่าความผิดพลาดดังกล่าวจะนำไปสู่ประโยชน์อย่างไร เพื่อให้พวกเขาไม่กลัว และยังต้องการทำเต็มที่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรต่อไปในอนาคต

5 เหตุผลทำไมถึงควรใช้บริการ SCG HR Solutions

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้