Search
Close this search box.

Ambidextrous Organization องค์กรที่ดีต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ แต่ไม่ทิ้งของเดิม

HIGHLIGHT

  • Ambidextrous Organization มาจากคำว่า Ambidexterity หมายถึงคนที่สามารถใช้ทั้งมือขวาและมือซ้ายได้อย่างชำนาญ ซึ่งในส่วนของการทำงานนั้นหมายถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ก็ยังมุ่งพัฒนาของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กัน
  • Ambidextrous Organization จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี Ambidextrous Leader หรือผู้นำที่เก่งทั้งรุกและรับ ใส่ใจทั้งเป้าหมายระยะสั้น – ระยะยาว สามารถสร้างวัฒนธรรมให้คนในทีมกล้าทดลอง, กล้าเสี่ยง และรู้ว่าจะศึกษาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างไร
  • Ambidextrous Organization แตกต่างจากองค์กรแบบเก่า (Traditional Organization) ในหลายแง่มุม แต่จุดที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องทัศนคติ (Mindset) โดยองค์กรแบบเก่าจะเน้นไปที่เป้าหมายระยะสั้น ต้องการทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ให้ออกมาดีที่สุด ไม่ต้องไปหาสิ่งใหม่ก็ได้ แนวคิดนี้ทำให้องค์กรขาดศักยภาพในกรปรับตัว
  • องค์กรที่เราคุ้นเคยและมีแนวคิดเรื่องของ Ambidextrous Organization อย่างเป็นรูปธรรมได้แก่ Google , Amazon รวมถึงห้างสรรพสินค้าไทยอย่าง Central ที่มีหลักสูตรการสร้าง Ambidextrous Leader โดยตรง
  • Ambidextrous Organization จะมีศักยภาพในการรักษาพนักงาน (Retention) และสามารถดึงดูดคนเก่ง ๆ (Attract Top Talent) ได้ง่ายขึ้น เพราะมีความร่วมสมัย เข้าถึงได้ง่ายกว่าองค์กรแบบเก่าที่มักใช้ระบบทำงานแบบขั้น (Hierachy) ซึ่งดูเครียดกว่า

Ambidextrous Organization

คนที่ทำงานสาย HR อาจได้ยินคำว่า Ambidextrous อยู่บ้าง ซึ่งคำนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ถูกใช้ในระดับสากลมานาน และถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทั้งกับการทำงานในปัจจุบัน และยังช่วยให้เราต่อยอดความสำเร็จขององค์กรในอนาคตได้ง่ายขึ้นด้วย

Ambidextrous Organization คืออะไร และเราจะพัฒนาองค์กรไปสู่จุดนั้นได้จริงหรือไม่ อ่านทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ได้ที่ HREX.asia

Contents

Ambidextrous Organization องค์กรที่สร้างสรรค์นวัตกรรมแต่ไม่ทิ้งของเดิมคืออะไร ?

ความหมายหนึ่งของคำว่า Ambidextrous คือผู้ที่สามารถใช้ทั้งมือขวาและมือซ้ายได้อย่างชำนาญ ซึ่งเมื่อเอาคำนี้มาใช้กับเรื่องการทำงานแล้ว ก็หมายถึงองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสองเรื่องพร้อมกันได้ดี ได้แก่เรื่องของ Exploration หมายถึงองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเปิดใจรับอะไรใหม่ ๆ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และ Exploitation หมายถึงการทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าองค์กรที่เป็น Ambidextrous Organization คือองค์กรที่สามารถบริหารจัดการความสมดุลระหว่างการทำงานในระยะสั้น กับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

Ambidextrous Organization

รู้จัก Ambidextrous Leader ผู้นำที่เก่งทั้งรุกและรับ

ในการสร้าง Ambidextrous Organization นั้น องค์กรต้องมีบุคลากรที่พร้อมทำความเข้าใจทุกองค์ประกอบของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม การสร้างผู้นำที่แข็งแรงจึงถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะต่อยอดแนวคิดดังกล่าวไปสู่พนักงานในระดับรองลงมาต่อไป

ผู้นำแบบ Ambidextrous Leader คือคนที่รู้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร และรู้ว่าจะต้องปรับตัวเข้าหากระแสเหล่านั้นด้วยวิธีไหน ผู้นำในลักษณะนี้จะกล้าเสี่ยงและกล้าทดลองทำอะไรใหม่ ๆ เพราะอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจดีว่าการพัฒนาศักยภาพของคนในทีมที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น ก็ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอื่น ๆ เช่นกัน ผู้นำที่ไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของ Exploration และ Exploitation ไม่ถือว่าเป็น Ambidextrous Leader แต่อย่างใด

นอกจากนี้ Ambidextrous Leader จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานเพื่อสนับสนุนการทำงานทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะช่วยในการศึกษาวิจัยเพื่อคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ , การจัดอบรมพัฒนาทักษะหรือการเปลี่ยนแนวทางเลือกใช้เครื่องมือให้สะดวกสบาย คุ้มค่ายิ่งขึ้น ในที่นี้ Ambidextrous Leader จะต้องมีความสามารถในการตรวจสอบและวัดผลว่ากลยุทธ์ต่าง ๆ ที่ผู้บริหารวางเอาไว้ได้ผลดีหรือไม่ หากมีข้อผิดพลาด ก็ต้องรีบตัดสินใจเพื่อแก้สถานการณ์โดยเร็วที่สุด เขาต้องทำอย่างไรก็ได้ให้แผนงานทั้งระยะสั้นและยาวสามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

Ambidextrous Leader เป็นเรื่องจำเป็นมากในโลกยุคปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดและรวดเร็วกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทัศนคติบุคลากร (Employee’s Mindset), เทคโนโลยี หรือแม้แต่ความต้องการของลูกค้า ผู้นำในลักษณะนี้จะมีความว่องไว (Agile) มีความเฉียบคมในการเผชิญหน้ากับทุกปัญหา นี่คือทักษะแห่งอนาคตที่ทุกองค์กรต้องมีหากต้องการพัฒนาไปเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Organization)

เราสามารถสร้าง Ambidextrous Leader ได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

1. หมั่นอบรมและศึกษาเรียนรู้อยู่เสมอ : องค์กรต้องกระตุ้นให้คนที่เป็นผู้นำมีทัศนคติ (Mindset) ว่าเราไม่สามารถหยุดเรียนรู้ได้เด็ดขาดแม้ธุรกิจจะประสบความสำเร็จอยู่ตัวดีแล้วก็ตาม เพราะโลกเปลี่ยนไปตลอดเวลาจนทำให้เราถูกแซงได้ทันทีหากไม่รู้จักเตรียมตัว ดังนั้นองค์กรต้องหาโอกาสจัดสัมมนาหรือเชิญผู้เชี่ยวชาญมาอบรมเป็นระยะทั้งด้านของ Hard Skills และ Soft Skills รวมถึงเปิดโอกาสให้นำทักษะที่เรียนมาใช้จริงเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ในที่นี้เราควรให้ผู้นำเรียนรู้ทักษะที่แตกต่างกันไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่เจาะจงอยู่เพียงหัวข้อเดียว

2. สอนผู้นำให้กล้าคิด กล้าเสี่ยง : หากผู้นำไม่กล้าตัดสินใจ ก็ไม่มีทางบัญชาการทีมให้แข็งแกร่งได้ เราต้องเปลี่ยนมุมมองให้ผู้นำเห็นว่าแม้จะเป็นเรื่องผิดพลาด แต่ก็ยังมีมุมให้เรานำมาศึกษาต่อได้อยู่ดี ไม่ได้ถือเป็นความผิดที่น่ากังวลไปเสียทั้งหมด เพราะบางครั้งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะทรัพยากรขององค์กรไม่เอื้ออำนวยก็ได้ ดังนั้นการทดลองแล้วผิดพลาดอาจนำไปสู่การจัดหาเครื่องมือที่ดีขึ้น หรือเห็นคำตอบชัดเจนขึ้นว่าการอบรมแบบไหนกันแน่ที่เหมาะกับการนำมาใช้มากที่สุด เรียกว่า “ความกล้า” ถือเป็นรากฐานที่ขาดไม่ได้ของ Ambidextrous Leader เลยทีเดียว

3. สอนผู้นำให้มีวิสัยทัศน์ : ผู้นำต้องรู้จักวางเป้าหมายที่ชัดเจน และรู้ว่าจะวางกลยุทธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร รวมถึงคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าทิศทางของธุรกิจในอนาคตจะเติบโตไปในลักษณะไหน ผู้นำยุคใหม่ต้องทำงานหลายอย่าง แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำหากต้องการอยู่ร่วมกับความท้าทายและยังต้องการให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขัน องค์ประกอบทั้งหมดนี้ต้องสอนทั้งผู้นำในปัจจุบัน และคนทีมีแนวโน้มว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต

POLC ทฤษฎีการจัดการ

ตัวอย่างองค์กรที่เป็น Ambidextrous Organization

ปัจจุบันยังไม่มีองค์กรที่ถูกระบุอย่างเป็นทางการว่าเป็น Ambidextrous Organization แต่ก็มีองค์กรมากมายทั้งในประเทศไทยและในระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Ambidextrous Practices อย่างเป็นรูปธรรม เราขอยกตัวอย่าง 3 บริษัทดังต่อไปนี้

1. Google : บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่ทุกคนรู้จักถือเป็นตัวอย่างที่ถูกนำมาพูดถึงอยู่บ่อย ๆ Google ได้สร้างโครงการ X ซึ่งเป็นสถานที่วิจัยและพัฒนากึ่งลับของอเมริกาและองค์กรซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นไปได้อีกมากมายในอนาคต และขณะเดียวกันก็มีสวัสดิการที่น่าสนใจอย่างนโยบาย 20% Time ที่อนุญาตให้พนักงานใช้เวลางาน 20% ไปทำสิ่งที่ตนสนใจได้เลย เรียกว่ากูเกิ้ลเตรียมพร้อมองค์กรได้แบบรอบด้านจริง ๆ

2. Amazon : นี่คือบริษัทที่ต่อยอดมาจากธุรกิจค้าขายออนไลน์ เรื่อยไปจนอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว พวกเขาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Amazon Web Services (AWS), Kindle, Amazon Prime แต่ขณะเดียวก็ยังพัฒนาระบบขนส่งบนแพล็ตฟอร์ม e-commerce ของคนให้ดีขึ้นอยู่เสมอ แม้จะถูกมองว่าเป็น “เจ้าตลาด” อยู่แล้วก็ตาม

3. Central : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของไทยเคยให้สัมภาษณ์ว่าการสร้าง Ambidextrous Leadership ถือเป็นแนวทางอบรมหลักขององค์กร ควบคู่กับเรื่องของการอบรมผู้บริหารระดับสูงและการเตรียมความพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ (Business Transformation) เราจึงได้เห็นความพยายามในการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ของเซ็นทรัลอยู่เรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

Ambidextrous Organization องค์กรที่สร้างสรรค์นวัตกรรมแต่ไม่ทิ้งของเดิมมีประโยชน์อย่างไร ?

การเป็น Ambidextrous Organization จะช่วยให้เรามองเห็นภาพกว้างของธุรกิจ (Business Landscape) ได้มากขึ้น สามารถก้าวทันโลก (Relevant) ไม่ล้าสมัย และเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นยังต่อยอดไปได้อีกมากมายไม่มีที่สิ้นสุด โดยเราสามารถสรุปประโยชน์ของการเป็น Ambidextrous Organization ได้ดังนี้

1. Ambidextrous Organization ช่วยให้เกิดนวัตกรรม : เมื่อองค์กรให้ความสำคัญกับการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เข้าใจเรื่องของความเสี่ยง และพร้อมรับมือหากเกิดข้อผิดพลาด องค์กรนั้นก็จะมีโอกาสสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้มากกว่าองค์กรที่ทำทุกอย่างแบบเน้นความปลอดภัยหรือไม่กล้าปรับตัว ให้คิดเสมอว่าคนที่ลงมือทำก่อน หากสำเร็จ ก็จะได้ก้าวนำคนอื่นไปก่อน และหากผิดพลาด องค์กรที่วางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ ก็ยังสามารถเอาองค์ความรู้จากประสบการณ์นั้น ๆ ไปต่อยอดได้อยู่ดี

2. Ambidextrous Organization ช่วยในเรื่องการปรับตัว : องค์กรในลักษณะนี้จะมีความยืดหยุ่น (Flexible) กล้าปรับตัว (Adaptable) เข้าหาสิ่งใหม่เสมอ เพราะบุคลากรมีความเข้าใจในหน้าที่ของตนอย่างเต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันก็มีนวัตกรรมที่เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเอาไว้รองรับด้วย จึงได้เปรียบกว่าองค์กรที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้ตอนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

Succession Planning การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง

3. Ambidextrous Organization ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กร : องค์กรที่หมั่นเรียนรู้และปรับตัวเสมอจะมีองค์ความรู้ใหม่กว่าองค์กรที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าสถานการณ์แบบโควิด-19 จะกลับมาเกิดอีกหรือไม่ แต่หากเราเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้า เราก็จะมีศักยภาพในการแข่งขันเสมอแม้จะต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจก็ตาม

4. Ambidextrous Organization ช่วยให้เรามีโอกาสเจอตัวเลือกที่ดีที่สุด : เมื่อเราทำสองอย่างควบคู่กันไป เราก็อาจเจอรูปแบบการทำงานที่นำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ ซึ่งอาจช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเรียนรู้และพัฒนาไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ตรงจุดกว่าเดิม

5. Ambidextrous Organization ช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน : เป้าหมายของทุกองค์กรในปัจจุบันคือการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable) ดังนั้นการหาจุดสมดุลระหว่างแผนงานระยะสั้น – ระยะยาวแล้วทำให้ทั้งสองส่วนมีผลกำไร ก็ถือเป็นอีกแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จในอนาคต

เราสามารถสร้างองค์กรที่เป็น Ambidextrous Organization หรือ องค์กรที่สร้างสรรค์นวัตกรรมแต่ไม่ทิ้งของเดิมได้อย่างไร ?

การสร้าง Ambidextrous Organization ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย ดังนั้นหากคุณอ่านบทความของเราแล้วเกิดคำถามว่าจะเปลี่ยนองค์กรจากแบบเดิม ๆ ให้เป็นแบบ Ambidextrous ได้อย่างไร เราขอแนะนำให้ใช้ 5 ขั้นตอนเบื้องต้นดังต่อไปนี้

1. กลุ่มผู้นำต้องมีความเอาจริงเอาจัง (Commitment) : ผู้บริหารต้องให้คำมั่นสัญญากับทีมว่าจะให้ความสำคัญกับการสร้าง Ambidextrous Organization จริง ๆ ต้องเริ่มวางแผนให้ได้ว่าจะทำ Exploration และ Exploitation ในเรื่องใด เพราะเมื่อผู้บริหารให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ คนอื่นที่อยู่ในระดับรองลงมาก็จะรู้สึกตื่นตัว เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกฝ่ายอยากช่วยผลักดันบริษัทให้เติบโตตลอดเวลา

2. องค์กรต้องสนับสนุนเรื่องทรัพยากร (Resources Allocation) : แค่เป้าหมายและวิธีการอย่างเดียวไม่เพียงพอ องค์กรต้องให้บุคลากรมีทรัพยากรที่เขาควรจะได้อยู่ในมือด้วย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางการเงิน, ทรัพยากรด้านเวลา หรือแม้แต่ทรัพยากรมนุษย์ (Manpowers) ซึ่งจุดนี้เองที่องค์กรต้องทำควบคู่ไปกับการบริหารงบประมาณที่ดี

3. องค์กรต้องมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น (Flexible Organizational Structure) : เช่นเดียวกับบริษัทอย่าง Google ที่เปิดโอกาสให้พนักงานเอาเวลาไปทำสิ่งที่ตนสนใจควบคู่ไปกับการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีที่สุด องค์กรของคุณก็ต้องทำในสิ่งที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้แต่ละทีมสามารถใช้เวลากับหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การตรวจสอบวัดผลที่มีประสิทธิภาพ

Knowledge Management การจัดการความรู้ คืออะไร

4. องค์กรต้องสร้างวัฒนธรรมแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ (Culture of Innovation) : องค์กรต้องทำให้พนักงานเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมอบรางวัลให้กับนวัตกรรมที่น่าสนใจ หรือแม้แต่การสร้างวัฒนธรรมในการแสดงความเห็น (Feedback Culture), วัฒนธรรมในการกล้าเสี่ยง (Risk-Taking Culture), วัฒนธรรมในการบริหารจัดการสถานการณ์อันเลวร้าย (Crisis Management) องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานกล้าทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่กลัวว่าจะถูกต่อว่า 

5. องค์กรต้องมีการสื่อสารที่ดี (Communication) : การสื่อสารที่ดีจะนำไปสู่การร่วมมือที่ดี (Good Collaboration) เราต้องรู้ว่าช่องทางสื่อสารที่มีนั้นเหมาะกับบุคลากรทุกแบบหรือไม่ ควรเพิ่มวิธีสื่อสารหรือตัดวิธีที่ไม่จำเป็นหรือไม่ เพราะการทำให้พนักงานเข้าถึงกันง่ายขึ้นจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ อาจนำไปสู่แนวคิดใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถทำได้หากมัวแต่นั่งคิดอยู่คนเดียว นอกจากนี้การ Brainstorm ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กรได้อีกด้วย

ข้อแตกต่างระหว่างองค์กรแบบเดิม (Traditional Organization) กับองค์กรที่ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมแต่ไม่ทิ้งของเดิม (Ambidextrous Organization)

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต จาก Digital Economy Promotion Agency (DEPA) กล่าวในงาน Thailand HR Tech 2023 ว่าธุรกิจชั้นนำของประเทศไทยที่มูลค่าเกินหนึ่งแสนล้านบาทยังคงอยู่ในอุตสาหกรรมดั้งเดิม ทำให้เราเติบโตได้แบบทีละนิด (Linear) ซึ่งจะทำให้ศักยภาพในการแข่งขันลดน้อยลงเรื่อย ๆ หากเทียบกับบริษัทในประเทศอื่น ๆ นี่เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายเหตุผลที่บอกว่าทำไมเราถึงควรยกระดับการทำงานจากแบบดั้งเดิม (Normal/Traditional) ให้เป็น Ambidextrous Organization ได้แล้ว

Traditional กับ Ambidextrous Organization มีความแตกต่างกันดังนี้

1. องค์กรแบบเดิมมักให้ความสำคัญกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่นมองไปถึงอนาคต (Exploring) จนลืมพัฒนาสิ่งเดิมให้ดีขึ้น หรือเอาแต่พัฒนาเรื่องเดิมที่เคยประสบความสำเร็จ (Exploitation) โดยไม่รู้เลยว่าโลกได้ก้าวไปถึงไหนแล้ว องค์กรแบบนี้อาจจะอยู่รอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงก็ได้ แต่จะเติบโตใหญ่ขึ้นได้ยากกว่าองค์กรที่เป็น Ambidextrous Organization แน่นอน

2. องค์กรแบบเก่าจะเกิดคำถามเสมอว่าทำไมต้องเปลี่ยนวิธีทำงานจากเดิม เพราะที่ทำอยู่ก็ประสบความสำเร็จดีแล้ว พวกเขาจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงแม้จะมีคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญว่าจะเกิดสถานการณ์อันน่ากังวลขึ้นในอนาคต แต่ Ambidextrous Organization จะเปิดรับ (Embrace) ความเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่าย ๆ สบาย ๆ เพราะบุคลากรมีทัศนคติที่ดี และมีเครื่องมือ (Tools) ที่ครอบคลุมอยู่แล้ว

3. องค์กรแบบ Ambidextrous Organization จะสนับสนุนให้คนมีจินตนาการ มีวิธีทำงานและสวัสดิการที่น่าสนใจอยู่เสมอ เช่นการสร้างห้องนอนกลางวันหรือแม้แต่การดื่มแอลกอฮอล์ในที่ทำงาน ซึ่งถือว่าขัดต่อขนบเดิม ๆ แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้งานมีประสิทธิภาพขึ้นได้ ขณะที่องค์กรแบบเก่าจะไม่เน้นว่าพนักงานต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ขอเพียงทำงานเดิมให้ดีตามมาตรฐานก็พอ

4. ในขณะที่ Ambidextrous Organization ให้ความสำคัญกับทั้งการเติบโตระยะสั้นและระยะยาว แต่องค์กรแบบเก่าจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ระยะสั้นมากกว่า เพราะไม่ได้มีเป้าหมายระยะยาวไว้รองรับ

5. Ambidextrous Organization จะมีอัตราการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) สูงกว่า เพราะได้ลองผิดลองถูกมาด้วยกัน สำเร็จและล้มเหลวไปด้วยกัน ซึ่งในระยะยาวกลุ่มคนนี้ก็จะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นได้ แต่องค์กรแบบเก่ามักมีระบบการทำงานแบบลำดับขั้น (Hierachical Approach) ที่หากผู้บริหารหรือหัวหน้าไม่สั่งการลงมา คนในระดับล่างกว่าก็ไม่สามารถทดลองทำสิ่งใหม่ได้เลย

การมีส่วนร่วมและผูกพันของบุคคลากร (Employee Engagement) มีความสำคัญอย่างไรกับองค์กร

แม้องค์กรจะดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาเสมอ HR Training & Coaching จึงสำคัญที่สุด

เราได้ยินการเน้นย้ำจากผู้เชี่ยวชาญเสมอว่า “ความรู้ในปัจจุบันหมดอายุเร็วมาก” สิ่งที่เราทำได้ดีในวันนี้ อาจกลายเป็นสิ่งไร้ค่าในวันรุ่งขึ้นก็ได้ ดังนั้นแม้เราจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่จะหยุดทำไม่ได้ก็คือการหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อยกระดับองค์กรให้ร่วมสมัยกับทุกความเปลี่ยนแปลงให้ได้ เพราะนอกจากจะส่งผลดีในแง่ธุรกิจแล้ว องค์กรที่ก้าวทันโลกจะได้ประโยชน์ในเรื่องภาพลักษณ์ (Branding) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรักษาพนักงานที่มีฝีมือ (Retention) หรือแม้แต่การดึงดูดคนเข้ามาสู่องค์กร (Attract Top Talent) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากในปัจจุบันที่มีบุคลากรในตลาดแรงงานน้อยกว่าที่เคย

ดังนั้นองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง Training & Coaching เป็นพิเศษ ซึ่งไม่ใช่การจัดเป็นรายเดือน, รายไตรมาส หรือรายปีอย่างในอดีต แต่ต้องพร้อมจัดขึ้นทันทีเมื่อโลกพบกับความเปลี่ยนแปลง หรือมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ภายในบริษัท HR ที่ดีต้องรู้ว่าองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกชิ้นใดบ้างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรได้ ความรู้ตรงนี้จะช่วยให้เราได้เครื่องมือที่เหมาะสมและคุ้มค่า ไม่ใช่ไปเลือกแค่สิ่งที่ใหม่กว่าโดยไม่รู้ว่าเหมาะกับการทำงานจริงหรือไม่

และหากคุณไม่ชำนาญหรือต้องการตัวช่วยในการจัดอบรมสัมมนา เราขอแนะนำให้ใช้บริการ HR Products & Services อีกหนึ่งแพล็ตฟอร์มดี ๆ จาก HREX.asia ที่เรารวบรวมบริการและผลิตภัณฑ์ HR เอาไว้มากที่สุดในเมืองไทย ท่านสามารถเลือกรูปแบบการใช้งานที่เหมาะกับองค์กรตามทรัพยากรหรือกลยุทธ์ที่วางแผนเอาไว้ได้เลย คลิก

บทสรุป

การทำหลายอย่างให้ดีพร้อม ๆ กัน กลายเป็นแนวทางทำงานของโลกยุคใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในแง่บุคคลอย่างการทำ Multi-Tasking เรื่อยมาจนถึงระดับองค์กรที่ต้องหันมาใส่ใจเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งต้องครอบคลุมให้ได้ทั้งการทำสิ่งเดิมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนการต่อยอดไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง Ambidextrous Organization นั้น เป็นคอนเซปต์สำคัญที่เราอยากผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ นำไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง

อย่างไรก็ตามองค์กรทั้งหลายควรตรวจสอบดูว่าประสิทธิภาพจริงขององค์กรตั้งอยู่ตรงจุดไหน เรามีวัฒนธรรมที่ดีพอหรือไม่, อัตราการมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นอย่างไร และผู้บริหารให้ความสำคัญกับอนาคตมากแค่ไหน หากคำตอบในเรื่องเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน เราก็ควรรีบแก้ไขรากฐาน (Foundation) ให้ดีก่อน เพราะองค์กรที่ดีย่อมเกิดขึ้นจากฐานรากที่แข็งแกร่งเช่นกัน

การปรับตัวในโลกธุรกิจเป็นเรื่องยาก แต่หากเรารับมือกับมันอย่างเปิดใจ เราก็จะพบว่ามีความตื่นเต้น (Excitement) และความท้าทาย (Challenge) รออยู่เต็มไปหมด ดังนั้นยังไม่สาย หากคุณจะเริ่มเปลี่ยนจากการเป็น Traditional Organization ไปเป็น Ambidextrous Organization ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เลย

ผู้เขียน

Picture of HREX.asia

HREX.asia

Connect People to the Best HR Solution เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรผ่านผู้คน

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้