
สำหรับองค์กรที่เป็นสถานพยาบาล การดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุดอาจเป็นหน้าที่หลักที่ทุกคนมองเห็น แต่รู้หรือไม่ว่าการดูแลบุคลากรให้พร้อมทั้งกาย ใจ และศักยภาพ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากบุคลากรไม่ได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่ต้น ทั้งในมิติของความเป็นอยู่ ความรู้สึก และโอกาสในการเติบโต ย่อมยากที่จะคาดหวังให้พวกเขาส่งต่อการดูแลที่มีคุณภาพไปถึงผู้ป่วยได้เต็มที่
ศูนย์ศรีพัฒน์ (Sriphat Medical Center) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ให้บริการทางการแพทย์ในมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรควบคู่ไปกับการดูแลผู้ป่วยอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างสมดุลของทั้งสองด้านได้อย่างโดดเด่น และได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For ถือเป็นเครื่องสะท้อนแนวทางการบริหารคนที่สอดรับกับแนวทางข้างต้นอย่างชัดเจน
HREX ได้พูดคุยกับ ผศ.นพ. ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ถึงเบื้องหลังการวางแนวคิดการสร้างองค์กรที่นำไปสู่ความสำเร็จ องค์กรทำให้บุคลากรรู้สึกมีคุณค่า พร้อมส่งต่อคุณภาพการดูแลไปถึงผู้ป่วยอย่างแท้จริงได้อย่างไร มาติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้เลย
Contents
- ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?
- ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
- ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้ไว้อย่างไร ?
- การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) แก้ปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?
- เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?
- หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?
ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?

ผศ.นพ. ธนินนิตย์: ในมุมมองของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ องค์กรที่น่าทำงานในโลกปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่ที่ให้ความมั่นคงหรือผลตอบแทนที่ดีเท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่ทำให้บุคลากรรู้สึกว่าตัวเขามีคุณค่า มีความหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าบทบาทหน้าที่ของตัวเอง
องค์กรที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้ เติบโต และแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งสามารถทำงานอย่างภาคภูมิใจในบทบาทและความรับผิดชอบ ภายใต้วัฒนธรรมที่เคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์
ขณะเดียวกัน องค์กรต้องมีทิศทางที่ชัดเจน และสามารถเชื่อมโยงการทำงานของทุกคนเข้ากับคุณค่าที่ส่งต่อไปถึงผู้ป่วย สังคม และระบบสุขภาพ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายและยั่งยืนในระยะยาว
ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
ผศ.นพ. ธนินนิตย์: ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ มองว่าเทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรานำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล เป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้บุคลากรมีเวลาและพลังมากขึ้นในการโฟกัสกับงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจผู้ป่วย ความใส่ใจในรายละเอียด และการตัดสินใจเชิงวิชาชีพ เพื่อการดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพและมีความหมายอย่างแท้จริง
ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรแห่งนี้ไว้อย่างไร ?

ผศ.นพ. ธนินนิตย์: ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ให้ความสำคัญกับการเข้าใจความแตกต่างของบุคลากรในทุกมิติ ทั้งด้านช่วงวัย ประสบการณ์ และบทบาทหน้าที่
เราเลือกใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทของบุคลากรแต่ละกลุ่ม โดยออกแบบระบบการพัฒนา การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม
หัวใจสำคัญ คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการทำงานเป็นทีม เพื่อให้บุคลากรทุกคนรู้สึกว่าเสียงของตัวเขามีความหมาย ได้รับการเคารพ และสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในแบบของตนเองอย่างยั่งยืน
การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) แก้ปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?
ผศ.นพ. ธนินนิตย์: ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ มองปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและช่องว่างด้านทักษะ (Talent and Skills Gap) เป็นความท้าทายเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านการสรรหาเท่านั้น
เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจากภายใน ควบคู่กับการดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอกอย่างเหมาะสม
ในเชิงกลยุทธ์ เราวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับทิศทางองค์กรและการพัฒนาบริการเฉพาะทางในอนาคต
ขณะที่ในเชิงปฏิบัติ เราลงทุนอย่างต่อเนื่องด้านการเรียนรู้ การพัฒนาสมรรถนะ และการออกแบบเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรสามารถยกระดับทักษะของตัวเองได้อย่างต่อเนื่องครับ
เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?
ผศ.นพ. ธนินนิตย์: ผู้นำในโลกการทำงานปัจจุบันจำเป็นต้องยึดหลัก “เข้าใจคนก่อนเข้าใจงาน” โดยให้ความสำคัญกับความเห็นอกเห็นใจ การรับฟังอย่างจริงใจ และความกล้าที่จะตัดสินใจบนพื้นฐานของคุณค่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการนำองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอน
ที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ผมเชื่อว่าบทบาทสำคัญของผู้นำคือการสร้างความไว้วางใจและบรรยากาศที่ปลอดภัย เปิดพื้นที่ให้บุคลากรกล้าแสดงความคิดเห็น กล้ารายงานปัญหา และกล้าขอความช่วยเหลือ
เพราะเมื่อบุคลากรรู้สึกมั่นใจและปลอดภัย การทำงานที่มีคุณภาพและนวัตกรรมจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ (Sriphat Medical Center) ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?

ผศ.นพ. ธนินนิตย์: หนึ่งในสิ่งที่ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งช่วงปีที่ผ่านมา คือการพัฒนาระบบและวัฒนธรรมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจและความเอื้ออาทร โดยมุ่งเชื่อมโยงประสบการณ์ของบุคลากร เข้ากับประสบการณ์ของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อบุคลากรรู้สึกได้รับการดูแล สนับสนุน และมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการทำงาน พร้อมทั้งเห็นคุณค่าและความหมายของบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ความเอื้ออาทรและความใส่ใจนี้จะสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพการบริการ ความพึงพอใจของผู้ป่วย และผลลัพธ์ทางธุรกิจในระยะยาว
บทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้ คือเมื่อองค์กรบริหารและพัฒนาคนด้วยความเข้าใจและความจริงใจ คุณค่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้ป่วยและองค์กรอย่างยั่งยืน