เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรชั้นนำมักมีกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญเสมอ ไม่ต่างอะไรกับ Reckitt Benckiser (Thailand) ที่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการให้ความสำคัญกับโครงสร้างองค์กร (Organization), บุคลากร (Talent) และวัฒนธรรมองค์กร (Culture) อย่างเป็นระบบ
ด้วยเหตุนี้ HREX จึงได้คุยกับคุณ จารุเนตร พินธุสาร HR Director Thailand & Vietnam Cluster จาก Reckitt Benckiser (Thailand) หลังได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นเลิศ
มาร่วมค้นหาว่า Reckitt Benckiser (Thailand) มองอนาคตของ HR ไว้อย่างไร และ HR ยุคใหม่ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

กลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัทเป็นอย่างไร และอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณได้รับรางวัล HR Asia Award ?
จารุเนตร: ที่ Reckitt เรามุ่งเน้นการบริหารทรัพยากรบุคคลผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
1. โครงสร้างองค์กร (Organization)
เราจัดโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ โดยเราประเมินและปรับบทบาทหน้าที่ของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงตอบโจทย์และขับเคลื่อนความสำเร็จของบริษัท
2. บุคลากร (Talent)
เราเชื่อมั่นในการวางคนที่เหมาะสมในตำแหน่งที่ใช่ นอกเหนือจากการสรรหาบุคลากร เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเติบโตของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างภาวะผู้นำ การปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้อง หรือการพัฒนาทักษะที่จำเป็น
3. วัฒนธรรมองค์กร (Culture)
วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งเป็นหัวใจสำคัญของ Reckitt เรามุ่งมั่นส่งเสริม ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (DEI – Diversity, Equity & Inclusion) อย่างจริงจัง
- Diversity (ความหลากหลาย): เราสนับสนุนมุมมองที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ หรือช่วงวัย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเสียงได้รับการรับฟัง
- Equity (ความเสมอภาค): นโยบายของเราสะท้อนถึงความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วม เช่น การขยายสวัสดิการด้านสุขภาพให้ครอบคลุมคู่สมรสและบุตรของพนักงาน LGBTQ+ รวมถึงสวัสดิการเงินช่วยเหลือสมรสและวันลาแต่งงาน
- Inclusion (การมีส่วนร่วม): ผู้นำของเรามีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและเป็นมิตร โดยให้ความสำคัญกับภาษาที่ใช้และพฤติกรรมที่ไม่แบ่งแยกหรือตัดขาดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
รางวัล HR Asia Award เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการสนับสนุน และได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างเต็มที่
องค์กรของคุณส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานต่างวัยอย่างไร และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบัน ?
จารุเนตร: ความร่วมมือและการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจาก การสื่อสาร ที่ดี ที่ Reckitt เรามีแพลตฟอร์มที่เป็นระบบ เช่น การประชุม Town Hall รายไตรมาส การประชุมผู้นำ และกิจกรรม Kick-Off ประจำปี ซึ่งช่วยให้พนักงานทุกคนเข้าใจทิศทางของบริษัทไปในแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้ เรายังมีกิจกรรมสร้างทีมที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างแผนก
วัฒนธรรมของเราส่งเสริมให้พนักงาน เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงวัยใด เรามีโครงสร้างการบริหารที่ไม่เป็นลำดับชั้นมากนัก (Flat Hierarchy) ทำให้พนักงานระดับจูเนียร์สามารถพูดคุยและเข้าถึงผู้นำระดับสูง รวมถึงผู้จัดการทั่วไปได้โดยตรง
แนวคิดแบบ Entrepreneurial Spirit หรือจิตวิญญาณของผู้ประกอบการดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ให้กล้าคิดและกล้าทำ ในขณะเดียวกัน เรายังให้ความสำคัญกับ การสื่อสารที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำให้พนักงานรุ่นเก่ารู้สึกมีคุณค่า สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ทีมที่มีพนักงานหลายช่วงวัยทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

คุณมองว่าแนวโน้มด้าน HR ที่จะกำหนดอนาคตของตลาดแรงงานในอีก 10 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง ?
จารุเนตร: โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งทำให้ การทำงานแบบไฮบริดและรีโมตกลายเป็นมาตรฐาน เราคาดว่าแนวโน้มหลักที่จะกำหนดอนาคตของ HR ได้แก่
1. AI และระบบอัตโนมัติในงาน HR
เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการบริหารทรัพยากรบุคคล องค์กรต้องใช้ข้อมูล HR อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำ Analytics มาใช้เพื่อขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และออกแบบนโยบายที่มีผลกระทบต่อพนักงาน
2. การจ้างงานที่เน้นทักษะและรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น
จากเดิมที่เน้นวุฒิการศึกษา อนาคตของการจ้างงานจะให้ความสำคัญกับ ทักษะ มากขึ้น และรูปแบบการทำงานอาจเปลี่ยนจากการจ้างงานเต็มเวลาไปเป็นลักษณะ Project-Based, Freelance หรือ Gig Work มากขึ้น
3. ความหลากหลาย การมีส่วนร่วม และความรับผิดชอบต่อสังคม
คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทจำเป็นต้องฝังแนวคิด DEI ไว้ในค่านิยมหลัก และต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีจริยธรรม

มีคำแนะนำสำหรับ HR รุ่นใหม่ที่ต้องการเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปไหม ?
จารุเนตร: HR ในอนาคตต้องมี ความคล่องตัวและสามารถปรับตัวได้เร็ว โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ดังนั้น HR รุ่นใหม่ต้อง เปิดรับและเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม HR ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ “คน” HR ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ สุขภาพจิตและสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของพนักงาน การเติบโตทางอาชีพไม่ใช่แค่การไต่ระดับตำแหน่งอีกต่อไป แต่หมายถึง การพัฒนาทักษะและสะสมประสบการณ์ที่หลากหลาย
ที่สำคัญที่สุด HR ต้องเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพราะอนาคตของ HR ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กระบวนการปฏิบัติการ (Operational HR) อีกต่อไป แต่ต้องเป็น พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ขององค์กร และใช้กลยุทธ์ด้านบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ
