
การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการพนักงาน แต่เป็นศิลปะแห่งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและความสุขของบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน
เงินเทอร์โบ คือหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมากกว่าที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการพัฒนา ศักยภาพ และความสุขของพนักงาน
HREX ได้พูดคุยกับคุณ ลลิตา เอี่ยมชีรางกูร Chief Human Resources Officer จาก เงินเทอร์โบ เพื่อเจาะลึกแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ทำให้พวกเขากลายเป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

องค์กรของคุณมีแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) อย่างไร
ลลิตา: ที่เงินเทอร์โบเราให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นหัวใจหลักขององค์กร เรามุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้พนักงานมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความสำเร็จขององค์กรเกิดจากพนักงานที่มีความสุข มีส่วนร่วม และเติบโตไปพร้อมกัน โดยเราใช้หลักในการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่
1) การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Harmonizing Work and Life)
โดยเรามุ่งมั่นสร้างสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพนักงาน เพราะเราเชื่อว่าชีวิตเป็นมากกว่าการทำงาน เราจึงสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง สนับสนุนความสำเร็จในการทำงานและ คุณภาพชีวิตผ่านสวัสดิการที่ครอบคลุม เพื่อให้พนักงานมีทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี
2) การดูแลและพัฒนาบุคลากร (Nurturing People)
เราสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับความคิดสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าคิด กล้าทำ และนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลว เพราะเรายึดหลัก “Fail Fast, Learn Fast” ให้ทุกความท้าทายเป็นโอกาสในการเติบโต นอกจากนี้เราส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
3) การเติบโตไปกับองค์กร (Growing Together)
เราเปิดโอกาสให้พนักงานมีเส้นทางการเติบโตในอาชีพที่ชัดเจน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาตามศักยภาพและความมุ่งหวังของแต่ละคน โดยมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พนักงานสามารถ เติบโตในสายอาชีพที่ตนเองต้องการ
อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณได้รับรางวัล HR Asia
ลลิตา: ด้วยวิสัยทัศน์จากผู้นำองค์กรที่ให้พนักงานกล้าคิด กล้าลอง และไม่กลัวความล้มเหลว เพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด และผลักดันให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรให้เติบโตก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย และทำให้ “เงินเทอร์โบ” เป็นองค์กรที่น่าร่วมงาน
เรายึดถือค่านิยมองค์กรที่แข็งแกร่งอย่าง Integrity, Commitment, Beyond, Flexible, and Fun (ICBFF) ซึ่งเป็น DNA ที่ฝังลึกในพนักงานทุกคน เพราะ “เงินเทอร์โบ” เราเชื่อในคุณค่าของคน และ มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรและองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

องค์กรของคุณส่งเสริมการทำงานร่วมกันและสร้างความสามัคคีระหว่างพนักงานต่างเจเนอเรชั่นได้อย่างไร และเพราะเหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อสถานที่ทำงานในปัจจุบัน
ลลิตา: ที่เงินเทอร์โบเราไม่มีกำแพงระหว่างเจเนอเรชั่น เพราะเราเป็น “ทีมเดียวกัน” ทุกคนสามารถพูดคุย และแลกเปลี่ยนไอเดียได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือระดับผู้บริหาร
เรามีวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้าง ไม่มีระบบอาวุโส ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวเอง กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงมีเส้นทางการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ทุกเจเนอเรชั่น เพื่อให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง มากไปกว่านั้นเราสร้าง Engagement Activities ที่ช่วยเชื่อม ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานทุกเจเนอเรชั่น
เพราะเราเชื่อว่า “ทีมที่หลากหลายคือทีมที่แข็งแกร่ง” การทำงานร่วมกันของคนต่างเจเนอเรชั่นช่วยให้เกิดนวัตกรรม มุมมองใหม่ ๆ และสร้างองค์กรที่พร้อมเติบโตไปข้างหน้า
อะไรคือเทรนด์แนวโน้มสำคัญของ HR ที่จะมีผลต่ออนาคตของแรงงานในศตวรรษหน้า
ลลิตา: เราเชื่อว่า Data-Driven Decision Making และ Al Automation เป็นเทรนด์สำคัญของ HR ที่จะกำหนดอนาคตของแรงงานในศตวรรษหน้า โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจและการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ การนำข้อมูลมาประมวลผลและวิเคราะห์เพื่อประกอบการวางแผนและตัดสินใจ ทำให้เราสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลยังช่วยให้ HR มองเห็นแนวโน้มสำคัญ เช่น การลาออกของพนักงาน หรือ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนและเตรียมการได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน AI ก็เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพ ของกระบวนการทำงาน เช่น การคัดกรองใบสมัครที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น การลดเวลาใน กระบวนการที่ซ้ำซ้อน รวมถึงการตัดกระบวนการที่ไม่จำเป็น
การผสมผสานระหว่าง Data-Driven Decision Making และ AI ทำให้ HR สามารถปรับตัวได้อย่าง รวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ บุคลากรได้อย่างยั่งยืน
คุณมีคำแนะนำอะไรสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR เพื่อเตรียมรับมือ กับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาบ้าง?
ลลิตา: สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน HR การเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายและโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ ผู้นำ HR ควรมีวิสัยทัศน์ สามารถคิดเชิงกลยุทธ์ ให้สอดรับกับเป้าหมายขององค์กร และปรับตัวให้ทันทุกสถานการณ์ ผู้นำควรมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันการใช้ข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจ ทำให้ HR วางแผนได้อย่าง แม่นยำ และนำพาองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ ผู้นำควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว เมื่อผู้นำ HR สามารถผสาน Agility, ข้อมูล และการเรียนรู้ต่อเนื่องเข้าด้วยกัน องค์กรก็จะสามารถขับเคลื่อนไป ข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
