
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนผ่านที่ประสบความสำเร็จจะไม่ได้หยุดอยู่แค่เทคโนโลยีหรือระบบไฟฟ้า ยังรวมถึงการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของคนในองค์กรด้วย เพราะองค์กรจะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อคนทำงานยังมีพลัง รู้สึกมีคุณค่า และเห็นความหมายของสิ่งที่ทำในทุกวัน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) เจ้าของรางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025 ในฐานะองค์กรหลักด้านไฟฟ้าของประเทศ มีบทบาทสำคัญมากในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเทศไปสู่พลังงานสีเขียวที่ยั่งยืนมากขึ้น การจะเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นได้ คนคือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านทั้งเรื่องทักษะ วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและอยู่ได้อย่างยั่งยืน
HREX มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณ ชณิกา ยุทธสารประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาองค์การ กฟผ. ถึงเคล็ดลับความสำเร็จจากการเตรียมความพร้อมด้านคนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน และพาองค์กรเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย
Contents
- ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกปัจจุบัน ?
- กฟผ. (EGAT) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
- กฟผ. (EGAT) ออกแบบวัฒนธรรมให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตอย่างไร ?
- การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นความจริงที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ กฟผ. (EGAT) มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?
- เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?
- หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ กฟผ. (EGAT) ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งนั้น ?
- การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องการทั้งความเร็วและความมั่นคง กฟผ. (EGAT) รักษาสมดุลนี้ไว้ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลัง?
ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกปัจจุบัน ?

ชณิกา: องค์กรที่น่าทำงานด้วยในวันนี้ ต้องเป็นองค์กรที่ทำให้คนรู้สึกว่างานที่ทำทุกวันมีความหมาย และส่งความหมายนั้นกลับคืนสู่สังคมได้ค่ะ
คนแต่ละคนต่างกัน ทั้งจังหวะชีวิต วิธีทำงาน และเป้าหมายในการเติบโต บางคนต้องการความก้าวหน้าในสายงาน บางคนให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิต บางคนอยากพัฒนาทักษะในแบบที่ตัวเองสนใจ องค์กรที่ดีจึงควรออกแบบโอกาสและเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับพนักงานแต่ละคน โดยยังคงยืนอยู่บนความเป็นธรรมและมาตรฐานเดียวกัน
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ พนักงานต้องตอบตัวเองได้ว่า “เราทำงานนี้เพื่ออะไร เพื่อใคร และสิ่งที่เราทำส่งผลต่อใครบ้าง” สำหรับ กฟผ. คำตอบนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะงานของเราเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านพลังงานและคุณภาพชีวิตของคนไทย ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ เมื่อคนเห็นว่างานของตัวเองมีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้สังคม แรงใจในการทำงานก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้น แข็งแรงขึ้น และอยู่ได้นาน
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และสิ่งที่ทำมีความหมายต่อคนอื่นจริง ๆ พวกเขาจะทุ่มเทและภูมิใจกับงานนั้นอย่างแท้จริง
กฟผ. (EGAT) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?

ชณิกา: การใช้เทคโนโลยีที่ดีต้องเริ่มจากคนก่อนค่ะ คือมองให้ชัดว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้คนทำงานดีขึ้น ง่ายขึ้น และมั่นใจขึ้นได้อย่างไร
ดิฉันยึดหลักคิดที่ว่า “Tech should remove pain point, not remove people” เทคโนโลยีควรช่วยลดงานซ้ำ ๆ และจุดติดขัดของกระบวนการ เพื่อคืนเวลาให้คนไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้การตัดสินใจ วิจารณญาณ และประสบการณ์ ซึ่งมีคุณค่ากับองค์กรมากกว่า
กฟผ. ยึดแนวทาง Human-Centered AI เป็นหลัก โดยใช้ AI ทำงานร่วมกับคนเพื่อเสริมศักยภาพ เพราะคุณค่าของคนในองค์กรไม่ได้อยู่ที่การทำงานให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจริง
ในทางปฏิบัติ เราใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อให้งานไหลลื่นขึ้น เช่น เปลี่ยนเอกสารและแบบฟอร์มที่ต้องกรอกซ้ำหลายรอบให้เป็นระบบดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลชุดเดียว ลดความผิดพลาด และทำให้การประสานงานและการอนุมัติคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้เรายังมี AI Governance และ Data Privacy เพื่อให้การทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลกระทบต่อทุกคน เพื่อให้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยที่ทำให้องค์กรและคนเดินหน้าไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
กฟผ. (EGAT) ออกแบบวัฒนธรรมให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตอย่างไร ?

ชณิกา: กฟผ. มีค่านิยมซึ่งเรียกว่า “SPEED” โดยมีแกนหลักอยู่ที่ตัว E ที่มีความหมายว่า Empathy หรือใส่ใจสร้างมิตรค่ะ ถ้าอยากให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโต สิ่งแรกที่ต้องมีคือบรรยากาศที่คนรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับจริง ๆ
สำหรับดิฉัน ความเข้าใจกันหมายถึงการทำงานร่วมกันบนหลักการเคารพซึ่งกันและกัน ให้เกียรติความแตกต่างทั้งบทบาท สายงาน ช่วงวัย และมุมมอง ซึ่งเป็นรากของวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อทีมมีความเคารพและรับฟังกันจริง คนจะกล้าพูด กล้าถาม กล้าขอความช่วยเหลือ และกล้าเรียนรู้ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการเติบโต
จากฐานของ Empathy นี้ ค่านิยมตัวอื่น ๆ ใน SPEED ก็จะต่อยอดได้ง่ายและชัดขึ้น ได้แก่ Synergy การรวมพลังข้ามเจเนอเรชั่น, Proactive Approach การคิดและแก้ปัญหาเชิงรุก, Entrepreneurship การกล้าคิดกล้าลองและเรียนรู้จากความผิดพลาด และ Digitalization การใช้ดิจิทัลให้งานไหลลื่นและต่อยอดนวัตกรรม
แต่เพื่อให้ SPEED ไม่ใช่แค่คำสวยงามบนกระดาษ ต้องทำให้ค่านิยมกลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในงานทุกวัน โดยเริ่มจากผู้นำที่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง แล้วฝัง SPEED เข้าไปในระบบบริหารคน ตั้งแต่วิธีตั้งเป้าหมาย การประเมินผล การพัฒนาคน ไปจนถึงการยกย่องคนที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างการเรียนรู้ต่อเนื่องผ่านการสื่อสาร การโค้ช และการแชร์ตัวอย่างจริงจากหน้างาน เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันว่า SPEED แปลงเป็นพฤติกรรมแบบไหน และทำได้จริงในบริบทของตัวเอง
การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นความจริงที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ กฟผ. (EGAT) มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?

ชณิกา: การขาดแคลนทักษะเป็นโจทย์ที่ทุกองค์กรกำลังเผชิญอยู่ค่ะ และยิ่งท้าทายสำหรับ กฟผ. เพราะเรามีภารกิจที่ซับซ้อนทางเทคนิค และกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Energy Transition ทักษะที่เคยใช้ในอดีตอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เราจึงต้องทำให้พนักงานพร้อมรับกับทักษะที่อนาคตต้องการ และสร้างให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงกลยุทธ์ เราเริ่มจากการวิเคราะห์ภาพกำลังคนและทักษะที่ต้องการให้ชัดเจน แล้วให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill เพื่อให้พนักงานพร้อมรับทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงาน ทั้งทักษะด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรม และทักษะการบริหารจัดการที่มีความสำคัญมากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
ในทางปฏิบัติ เราสนับสนุนการพัฒนาหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเรียนรู้จากงานจริง การอบรมเชิงลึก การหมุนเวียนงานหรือทำงานข้ามสาย การมอบหมายโปรเจกต์พิเศษ ไปจนถึงการให้ทุนการศึกษา เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในสาขาที่องค์กรต้องการในระยะยาว เรายังเปิดโอกาสให้บุคลากรอัปเดตมุมมองผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับองค์กรภายนอกทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเวทีวิชาการและเวทีระดับนานาชาติ เพื่อนำความรู้กลับมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของ กฟผ.
อีกมุมที่อยากเน้นคือ เราไม่ได้มองเรื่องทักษะเป็นเพียงเรื่องภายในองค์กร แต่มองเป็นเรื่องของ Ecosystem เพราะความพร้อมด้านทักษะของประเทศส่งผลต่อทั้งภาคอุตสาหกรรมและสังคม กฟผ. จึงมีบทบาทในการขยายโอกาสการเรียนรู้ผ่าน EGAT Academy ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับประชาชนและบุคคลภายนอกด้วย เพราะองค์กรและสังคมต้องเดินหน้าไปพร้อมกันค่ะ
เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?

ชณิกา: สิ่งที่ผู้นำด้านคนต้องยึดมั่นเสมอคือ “คนคือคน ไม่ใช่ทรัพยากร” ค่ะ
เราต้องมองคนอย่างครบมิติ ทั้งความสามารถ ความรู้สึก ความหวัง และบริบทชีวิตที่แตกต่างกัน พร้อมกับมี sense of urgency ที่พาองค์กรปรับตัวให้ทัน โดยไม่ทำให้คนรู้สึกถูกเร่งจนหลุดออกไป
หลักสำคัญที่ยึดถือมี 3 เรื่องค่ะ
- ฟังและเข้าใจก่อนตัดสินใจ (Listen First) — คนที่อยู่หน้างานมักเห็นปัญหาและข้อเท็จจริงก่อนใคร ผู้นำต้องเปิดพื้นที่ให้คนได้พูด ได้สะท้อนความกังวล และรู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย ไม่ใช่แค่ตัวเลขในระบบประเมิน
- ยืดหยุ่นแต่ยึดหลักความเป็นธรรม (Flexible but Fair) — เมื่อองค์กรต้องขยับเร็ว การตัดสินใจก็ต้องเร็วขึ้น แต่ต้องไม่หลุดจากหลักการ ความยืดหยุ่นต้องไม่กลายเป็นความไม่เท่าเทียม กติกาต้องชัดเจนและโปร่งใส เพื่อให้คนรู้สึกปลอดภัยและเชื่อมั่นว่าองค์กรปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพ ไม่ว่าความกดดันจะมากแค่ไหนก็ตาม
- ให้คุณค่าของการกระทำมากกว่าตัวเลขของเป้าหมาย (Purpose over Target Numbers) — ผู้นำต้องช่วยให้คนเห็นความหมายของงานที่ทำ เพราะเมื่อคนเข้าใจว่างานของตัวเองส่งผลต่อใครและอย่างไร แรงขับที่ได้จะยั่งยืนกว่าการไล่ตามตัวเลขเพียงอย่างเดียว
เมื่อคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ได้รับการเคารพ และเข้าใจทิศทางการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน องค์กรก็จะเดินหน้าได้เร็วและยั่งยืนขึ้นค่ะ
หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ กฟผ. (EGAT) ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งนั้น ?

ชณิกา: สิ่งที่ กฟผ. ทำแล้วเห็นผลชัดในปีที่ผ่านมาคือการทำให้ ESG กลายเป็นแนวทางการทำงานจริง ไม่ใช่แค่นโยบายหรือรายงานค่ะ โดยเฉพาะในช่วง Energy Transition เราขับเคลื่อนครบทั้งสามมิติ
- E – Environmental มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่ได้แค่ผลิตไฟฟ้าให้คนไทยวันนี้ แต่รับผิดชอบต่อโลกที่จะส่งมอบให้คนรุ่นหลังด้วย
- S – Social ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ดูแล Well-Being ของพนักงานทั้งกายและใจ และขยายความรับผิดชอบไปถึงชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อให้การเติบโตขององค์กรเดินไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของคนรอบข้าง
- G – Governance ยึดกรอบ GRC ให้ทุกกระบวนการโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตัดสินใจบนพื้นฐานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ผลที่เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือเมื่อองค์กรดูแลคนจริง ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่แค่ภายใน พนักงานมีพลัง ทำงานได้เต็มศักยภาพ และผูกพันกับองค์กรมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าองค์กรให้คุณค่ากับเขาจริง ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกไปข้างนอกด้วย ทำให้ภาพลักษณ์แข็งแรงขึ้น และช่วยทั้งการรักษาและดึงดูดคนเก่งไปพร้อมกัน
บทเรียนที่ได้คือ เมื่อคนพร้อม ระบบโปร่งใส และองค์กรดูแลโลกด้วย ทุกอย่างก็เดินหน้าได้มั่นคงกว่าเดิมค่ะ
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องการทั้งความเร็วและความมั่นคง กฟผ. (EGAT) รักษาสมดุลนี้ไว้ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งคนไว้ข้างหลัง?

ชณิกา: การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่และซับซ้อน องค์กรจะรับมือได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าคนในองค์กรพร้อมและเชื่อมั่นมากแค่ไหนค่ะ
นั่นคือเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับ 3 หลักการในการทำงาน ได้แก่ Listen First ฟังและเข้าใจก่อนตัดสินใจ, Flexible but Fair ยืดหยุ่นแต่ยึดหลักความเป็นธรรม และ Purpose over Target Numbers ให้คุณค่าของการกระทำมากกว่าตัวเลขเป้าหมาย เพราะเมื่อคนรู้สึกว่าตัวเองมีความหมายและได้รับการดูแลจริง เขาจะพร้อมร่วมเดินทางไปกับองค์กร แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความท้าทาย
สิ่งเหล่านี้สอดรับกับ Mission to Sustainability ของ กฟผ. ที่ไม่ได้มองแค่ความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ดูแลคน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพราะการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากข้างใน
เราเชื่อว่าทุกคนมีพลังอยู่ในตัว กฟผ. มีหน้าที่สร้างพื้นที่และโอกาสเพื่อจุดพลังนั้นให้ชัดขึ้น ผ่านงานที่มีความหมาย การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทีมที่พร้อมสนับสนุน ถ้าใครอยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ เราพร้อมเดินไปด้วยกัน “Light up your power” with EGAT ค่ะ
