พัฒนาองค์กรให้มีศักยภาพ เพื่อช่วยพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น  

แทบทุกคนต้องการมีงานทำเพื่อที่จะหาเลี้ยงชีพได้ การหางานจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนส่วนใหญ่และเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสังคมในองค์รวมไปพร้อมกันได้ด้วย วิถีแห่งการหางานจึงผูกพันและเกี่ยวข้องกับคนทุกคนอยู่เสมอไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน นั่นทำให้หนึ่งในธุรกิจที่กลายมาเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในวิถีชีวิตทุกคนอย่างนึกไม่ถึงก็คือธุรกิจในกลุ่มจัดหางาน (Recruitment Business) ที่เป็นกลไกลสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดการจ้างงานอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

หนึ่งในบริษัทจัดหางานที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพในเมืองไทยนั้นก็คือ Reeracoen Recruitment Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานในเมืองไทยที่เป็นเครือข่ายของบริษัทจัดหางานยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง neocareer group อีกด้วย  ความสำเร็จของบริษัทนี้ทำให้หลายองค์กรเชื่อมั่นและใช้บริการมากมาย โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่นในเมืองไทยหลายๆ บริษัทที่ถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญสำหรับที่นี่เลยทีเดียว วันนี้เราจะพามารู้จักกับหนึ่งในหัวเรือสำคัญขององค์กรอย่าง คุณแก๊ป-พลวัต ลาภวณิชย์ ที่มารับตำแหน่งด้าน Marketing Strategic Planner ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เคล็ดลับสำคัญของการทำงานและกลยุทธ์แห่งความสำเร็จของเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้าง เราลองมานั่งพูดคุคยแล้วทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นกัน

Q : ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งอะไร มีลักษณะงานเป็นอย่างไรบ้าง

A : ตอนนี้ผมทำงานในตำแหน่ง Marketing Strategic Planner อยู่ที่บริษัท Reeracoen Recruitment Co., Ltd. ครับ เป็นบริษัทด้านจัดหางานในเมืองไทยที่มีบริษัทแม่อยู่ที่ญี่ปุ่น หน้าที่ของผมก็คือการดูเรื่องของการวางแผนและทำการตลาดของบริษัท ไปจนถึงดูแลด้านการจัดการประสานงานต่างๆ ในองค์กรด้วย ทำอย่างไรไม่ให้งานสะดุด เวลามีปัญหาจะแก้ไขปัญหาได้มีประสิทธิภาพที่สุด ก่อนที่จะมารับงานนี้ผมก็เคยเป็น RA – Recruiting Advisor มาก่อนครับ ตำแหน่งนี้เป็นเหมือนเซลล์ที่เข้าไปดีลกับบริษัทลูกค้าที่เขาต้องการพนักงาน เราก็จะคอยสรรหาให้ ต่อมาก็ได้รับการปรับให้เป็น team leader ครับ ควบคุมบริหารการทำงานของลูกน้องในทีมอีกที ด้วยความที่บริษัทเห็นศักยภาพเราก็เลยเรียกมาคุยในหลายๆ เรื่อง แล้วเขาก็เสนอให้รับตำแหน่งนี้ครับ ซึ่งผมก็ยินดีมาก มันเป็นความท้าทายใหม่ที่เราอยากลองทำดู

Q : แล้วลักษณะธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง

A : ผมว่าคนทั่วไปมักจะรู้จักบริษัทจัดหางานกันดีอยู่แล้วครับ แต่บริษัทจัดหางานในยุคใหม่มีหลายลักษณะมาก แล้วก็มีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แตกต่างกันด้วยครับ อย่างที่ Reeracoen นอกจากเราจะเป็นตัวกลางในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องแรงงานระหว่างบริษัทที่ต้องการพนักงานกับคนที่ต้องการหางานแล้ว เราก็ยังเป็นที่ปรึกษาในเรื่องอื่นๆ ให้กับเขาด้วย อย่างเช่นการประเมินกำลังคน (man power) ไปจนถึงเรื่องสวัสดิการต่างๆ ในอีกส่วนคือเราไม่ได้รอให้คนเดินเข้ามาสมัครงานเฉยๆ แต่เราจะเป็นฝ่ายรุกด้วย คือพยายามเสาะหาคนที่มีความสามารถ เข้าไปติดต่อกับคนที่มีศักยภาพเพื่อนำเสนองานที่เหมาะสม หรือขอประวัติไว้เพื่อที่จะได้เป็นฐานข้อมูลแนะนำให้กับลูกค้าที่ต้องการคนมีศักยภาพสูง จัดหางานที่ตรงกับศักยภาพให้กับเขา สร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่าย แล้วบางทีมันก็จะทำให้กระบวนการสรรหารวดเร็วขึ้นด้วยครับ สะดวกกับบริษัทลูกค้ามากกว่าด้วย แล้วก็ได้คนตรงตามที่ต้องการมากกว่าที่จะประกาศหางานแล้วให้คนสนใจเข้ามาสมัคร ในส่วนของคนที่ต้องการหางานนั้นเขามาที่นี่ที่เดียวเขามีงานรองรับอยู่สามพันกว่าบริษัทแล้ว ไม่นับตำแหน่งงานที่มีมากมายกว่านั้น โอกาสในการได้งานของเขาก็จะสูงขึ้นครับ ในส่วนนี้เราก็จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อทุกฝ่ายให้ได้รับความสะดวกสบาย และให้ได้รับความคุ้มค่าตลอดจนความพึงพอใจมากที่สุด

Q : จากการที่ Reeracoen เป็นบริษัทของญี่ปุ่น การจัดหางานจะเฉพาะเจาะจงในเครือข่ายบริษัทญี่ปุ่นหรือเปล่า

A : จริงๆ บริษัทของเราไม่ได้ปิดกั้นว่าจะต้องดูแลหรือจัดหางานให้กับบริษัทญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวนะครับ บริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติเราก็ทำ แต่ด้วยความที่เราเป็นบริษัทในเครือของบริษัทญี่ปุ่นก็เลยอาจจะมีลูกค้าทางญี่ปุ่นเยอะหน่อย เพราะได้รับความเชื่อถือไว้วางใจอยู่แล้ว อีกอย่างวัฒนธรรมบริษัทญี่ปุ่นมีความเฉพาะตัว การดีลกันระหว่างองค์กรญี่ปุ่นกับองค์กรญี่ปุ่นจึงทำให้เข้าใจกันมากกว่า ดังนั้นบริษัทญี่ปุ่นก็เลยมักนิยมใช้ recruitment services ที่เป็นบริษัทญี่ปุ่นด้วยกันมากกว่า เขาจะเข้าใจระบบ recruitment support อยู่แล้ว และระบบนี้ก็ใช้กันเป็นปกติ เขาก็จะคุ้นเคยและเข้ามาใช้บริการกัน ในขณะเดียวกันบริษัทญี่ปุ่นในเมืองไทยก็มีจำนวนค่อนข้างมาก และเพิ่มขึ้นทุกวัน สัดส่วนการบริการตรงนี้ของเราก็เลยสูงขึ้น

ส่วนบริษัทไทยหรือบริษัทแบบ MNC (Multinational Corporation) ที่ผสมผสานหลายเชื้อชาติเองก็มีการเติบโตในการใช้บริการ recruitment ที่สูงขึ้นมากในทุกปีครับ แต่ความเข้าใจหรือเห็นประโยชน์ในการใช้บริการ recruitment อาจจะยังมีสัดส่วนน้อยเทียบกับบริษัทญี่ปุ่นซึ่งเค้ามีการให้บริการแบบนี้เป็นหลักอยู่แล้ว แต่หลังจากที่มีโอกาสเข้าไปพบกับทั้ง HR และ ผู้บริหารหลายๆ ท่านในองค์กรไทยหรือบริษัทกลุ่ม MNC ต่างๆ ตลอดเวลที่ผมทำงานในธุรกิจนี้ ถือว่ามีผลตอบรับที่ดีครับ เพราะว่า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทสัญชาติไหน ทุกองค์กรต่างก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพบุคลากรที่เข้ามาทำงานในบริษัทเป็นอันดับต้นๆ อยู่แล้ว

Q : วิสัยทัศน์ของ Reeracoen Recruitment เป็นอย่างไร

A : วิสัยทัศน์ของเราก็คือการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีกับบริษัทที่เป็นลูกค้าของเราให้ดีที่สุดครับ มันหมายถึงเราจะไม่ได้มองแค่เรื่อง recruitment services เท่านั้น แต่เราจะให้คำปรึกษาอื่นๆ ด้วย เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและเพื่อการทำงานในระยะยาวกับบริษัทต่างๆ อีกวิสัยทัศน์หนึ่งที่น่าสนใจก็คือการให้อะไรกลับกับสังคมได้บ้าง คือธุรกิจจัดหางานมันจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนแทบทุกคน ทุกคนต้องการหางานทำเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพถูกไหมครับ ธุรกิจเราก็เข้ามาเกี่ยวข้องตรงส่วนนี้โดยตรงด้วย ในอีกด้านหนึ่งเราก็อยากจะมอบสิ่งดีๆ ตอบแทนสังคมไปพร้อมกัน หนึ่งในพันธกิจสำคัญที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ก็คือการที่เรามุ่งมั่นจะหางานที่เหมาะสมแล้วก็ตรงกับความสามารถของแต่ละคนให้มากที่สุด แล้วก็คัดสรรคนให้ตรงกับที่บริษัทต้องการมากที่สุด เมื่อคนได้งานทำที่ชอบ แสดงศักยภาพได้อย่างดี ทำงานได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหา บริษัทก็ได้คนที่ต้องการ ทำงานสำเร็จ มันแฮปปี้กันทุกฝ่าย เราเชื่อว่าธุรกิจของเราช่วยแก้ปัญหาปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตในสังคมและ รวมถึงมีส่วนในการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของไทยให้ดีขึ้นด้วยเช่นกันครับ ถึงจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ก็ตาม

อย่างคนที่จบใหม่อยากหางานทำ แน่นอนว่าเราอยากผลักดันคนกลุ่มนี้ให้ได้งาน ให้เขาเลี้ยงชีพได้ เพื่อลดปัญหาการว่างงาน เรามีการจัดแคมเปญสำหรับน้องที่พึ่งจบใหม่ๆ ทั้งในแง่ของการร่วม event การเตรียมความพร้อมก่อนที่เค้าจะเริ่มหางาน รวมถึงแคมเปญที่ทำให้เค้าได้เพิ่มโอกาสในการสัมภาษณ์และได้งานกับบริษัทชั้นนำที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเราด้วย อีกเรื่องที่เรามองคือการพัฒนาศักยภาพของเค้าก่อนที่จะเริ่มต้นหางาน ซึ่งไหนๆเราก็มีบริษัทแม่อยู่ญี่ปุ่น รวมถึงมี connection ที่ดีกับบริษัทดังๆ ในด้านต่างๆ ที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว เราก็เลยกำลังดูความเป็นไปได้ที่จะส่งเด็กไทยเก่งๆ ให้ไปฝึกงานในญี่ปุ่นก่อนที่เค้าจะเข้าสนามในการทำงานจริงส่วนอีกแผนก็คือการพัฒนาศักยภาพแรงงาน คือเรามี connection กับบริษัทในญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว เราก็จะมีการประสานงานส่งคนที่กำลังจะเรียนจบไปฝึกงานที่ต่างประเทศ ให้เขาได้เจอโลกกว้าง เจอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ได้พัฒนาศักยภาพตนเองให้สูงขึ้น ออกมาเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ

อีกปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือการที่ประเทศไทยเราก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society)” แล้ว ซึ่งคนในกลุ่มนี้ที่เริ่มมีอายุ 50 ปี ขึ้นไปก็จะเริ่มเจอปัญหาในการหางานยากแล้ว ทางเราก็อยากช่วยเหลือ ช่วยลดปัญหาสังคมด้านนี้ ก็จะมีแคมเปญเพื่อสังคมในลักษณะ CSR (Corporate Social Responsibility) ขึ้นมาด้วยโดยเป็นโปรแกรมจัดหางานให้กับผู้สูงอายุโดยเฉพาะให้พวกเขาได้หางานง่ายขึ้น ประสานงานกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ของเราในส่วนนี้ด้วย แล้วอีกแผนงานหนึ่งที่เราจะทำกันเร็วๆ นี้ก็คือการหางานให้กับคนพิการ เพราะตามปกติแล้วกฎหมายบ้านเราระบุไว้ว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเกิน 100 คนขึ้นไปจะต้องมีอัตราการจ้างงานพนักงานผู้พิการด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้พิการอีกทางหนึ่ง ตรงจุดนี้เราก็อยากจะสร้างความรู้สึกเท่าเทียมกันในสังคมด้วย เราพยายามหางานที่เหมาะสมให้กับกลุ่มผู้พิการเพื่อให้เขาเลี้ยงชีพและอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยใช้ธุรกิจของเราเป็นตัวขับเคลื่อนช่วยให้ทุกฝ่ายหมดปัญหา

Q : หน้าที่ของ Marketing Strategic Planner ทำอะไรบ้าง

A : หน้าที่ผมหลักๆ ก็คือการดูเกี่ยวกับเรื่องแผนการตลาดที่เป็นภาพรวมของบริษัท ว่าทำยังไงเพื่อให้มีบริษัทเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์กับเรามากขึ้น รวมถึงทำยังไงให้คนทั่วไปสนใจที่จะหางานผ่าน Reeracoen ขึ้น นอกจากนั้นก็ยังรวมถึงการพัฒนาระบบการต่างๆในองค์กร เทรนนิ่งแล้วก็ รวมถึงสร้าง tool ต่างๆ เพื่อให้แต่ละแผนกในบริษัททำงานได้ง่ายขึ้นแล้วก็ดีขึ้นด้วยครับ

ในส่วนของภายในบริษัท Reeracoen เอง เราก็มีพนักงานค่อนข้างเยอะเป็นร้อยคน แล้วก็มีหลายสาขาด้วย ในแต่ละสาขาก็มีหลายแผนกย่อยอีก ถ้าทุกคนทำงานดีเฉพาะในพาร์ทเนอร์ของตัวเอง แล้วไม่มีการสื่อสารร่วมระหว่างกันกับหน่วยงานอื่นในองค์กร ในองค์รวมมันไม่เกิดผลดีเท่าไร ตรงนี้เราจะเป็นตัวกลาง เราดึงทุกแผนกมาทำงานร่วมกับเรา เราจะช่วยพัฒนาทีมและพาร์ทเนอร์ไปพร้อมกัน สร้างเครือข่ายที่ใหญ่ สร้าง training ขึ้นมาพัฒนาทุกคน ให้ทุกคนสามารถดูแลพาร์ทเนอร์ของตัวเองให้ดีขึ้น และรู้จักพาร์ทเนอร์อื่นๆ ของแผนกอื่นๆด้วย เราจะต้องดูแลประสานงานในส่วนนี้ทั้งหมด ให้ทุกส่วนแฮปปี้ที่สุด

Q : มีอะไรที่เป็นปัญหาในการทำงานบ้าง

A : การทำงานทุกอย่างมีปัญหาอยู่แล้วครับ สิ่งสำคัญอยู่ที่เราจะบริหารจัดการปัญหาและหาวิธีแก้ไขอย่างไรให้มันดีที่สุด ธุรกิจของเรามันคือความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีปัญหาอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องคนมันเป็นปกติอยู่แล้วครับ สิ่งหนึ่งที่เราควรทำก็คือการแบ่งปันไอเดีย แชร์ความคิดต่างๆ ที่มันจะช่วยปรับการทำงานให้ดีขึ้นได้ ช่วยให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องรับฟังความคิดเห็นของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม แล้วก็ค่อยปรับเปลี่ยนกันให้เหมาะสม

จริงๆ งานของแผนกเรามันเน้นในการแก้ปัญหาและพัฒนาระบบการทำงานนะครับ บางทีจะแก้ได้ มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ทีนี้จุดยากมันก็อยู่ตรงที่เราจะเปลี่ยนยังไงให้มันสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ความต้องการของผู้บริหาร รวมถึงให้มันสร้างความเข้าใจเดียวกันกับพนักงาน เห็นปัญหาร่วมกัน และให้มันเกิดผลกระทบต่อการทำงานของเค้าน้อยที่สุด แต่เกิดประโยชน์กับเค้ามากที่สุด เพราะฉะนั้นบางอย่างที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนมันก็เลี่ยงไม่ได้ แต่เราก็ต้องรับฟังในมุมของพนักงานและเข้าใจเค้าด้วยเช่นเดียวกัน

Q : อยากทำอะไรให้กับองค์กรของคุณเองมากที่สุด

A : ก่อนหน้านี้เราก็ทำหน้าที่เป็นเซลล์ เวลาเราไปเจอลูกค้า เรารู้ว่าเค้ามีความคาดหวังกับ recruitment ยังไงบ้าง พอเรามาทำทั้งในด้าน marketing แล้วก็ operation เราก็อยากปรับปรุงให้เซอร์วิสของเราตอบโจทย์ความคาดหวังทุกด้านของลูกค้าได้ ในส่วนของพนักงานเอง เราเข้าใจว่าธุรกิจเราค่อนข้างเฉพาะทาง แต่เป้าหมายก็คือเราพยายามจะค่อยๆ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงานให้กับเค้า รวมถึงสร้างแผนพัฒนาสกิลและแนวคิดที่เค้าจะเก่งขึ้นที่นี้ และติดตัวเค้าไปใช้ที่อื่นๆในการทำงานของเค้าได้

แต่อย่างที่บอกเราเพิ่งเริ่ม ยังมีหลายอย่างที่เราต้องสร้างให้มันเกิดขึ้นในองค์กร หากดูโดยรวมทุกบริษัทก็จะไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือระบบการจัดการภายในของแต่ละบริษัทเอง เวลาลูกค้าได้รับ resume จากเอเจนซี่หลายๆ เจ้า ในมุมมองเค้าการให้บริการของ recruitment แต่ละที่มันอาจจะคล้ายๆ กัน แต่ทุกวันเราจะมาคิดว่าทำยังให้ให้ลูกค้าสะดวกขึ้นในการใช้บริการ ให้เรามี source มากขึ้นที่มันตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ในทุกสายอาชีพและประเภทธุรกิจ รวมถึงทำยังไงให้ทีมคัดสรรพนักงาน (recruiting) ของเราเก่งขึ้น แล้วก็สามารถหาคนสมัครงานที่มีศักยภาพให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น

Q : คิดว่าวิสัยทัศน์ในอนาคตของบริษัทจะเป็นอย่างไร

A : ธุรกิจจัดหางานเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมากๆ เฉพาะแค่ในกรุงเทพฯ อย่างเดียวก็กว่า 300 บริษัทแล้วครับ หากดูโดยรวมทุกบริษัทก็จะไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือระบบการจัดการภายในของแต่ละบริษัทเอง ไปจนถึงการคิดกลยุทธ์ต่างๆ ที่นำมาใช้ในการทำงานของแต่ละบริษัท สำหรับ Reeracoen เองผมคิดว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้แตกต่างจากคู่แข่งคนอื่นให้มากยิ่งขึ้น อาจเริ่มจากการศึกษาข้อมูลภายในเกี่ยวกับข้อด้วยหรือจุดอ่อนของบริษัทให้ได้แล้วแก้ไขมันให้ดีขึ้น ในส่วนของการสรรหาพนักงานให้กับพาร์ทเนอร์เองก็ต้องมีกลยุทธ์ที่แตกต่างที่จะทำให้เขาเกิดความพึงพอใจมากยิ่งกว่าเก่า สรรหาคนให้มีประสิทธิภาพขึ้นกว่าเดิม

อย่างในตอนนี้ที่มันเป็นยุคของ Thailand 4.0 ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายรวมถึงในแวดวง recruitment ด้วย เราก็ต้องรู้จักนำเอาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์และช่วยเพิ่มศักยภาพให้องค์กรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด พัฒนาระบบออนไลน์ให้มีศักยภาพมากขึ้น เพราะโลกของการหางานในปัจจุบันปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์กันเพิ่มขึ้น ใครที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีกว่าก็มีโอกาสประสบความสำเร็จกว่า เราก็อยากจะพัฒนาให้บริษัทของเรามีศักยภาพและก้าวตามเทคโนโลยีให้ทัน เป็นบริษัทจัดหางานที่สรรหาคนได้อย่างมีศักยภาพที่สุดครับ

 

HR Note