Search
Close this search box.

ระบบลีน (LEAN) คืออะไร ? 5 วิธีใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

HIGHLIGHT

  • Lean คือ แนวคิดบริหารงานที่มุ่งสร้างคุณค่าให้ลูกค้าด้วยทรัพยากรที่เหมาะสม พร้อมลดงาน ขั้นตอน และเวลาที่ไม่สร้างคุณค่า
  • หลักการ Lean มี 5 ข้อ ได้แก่ กำหนดคุณค่า มองเห็นสายธารคุณค่า ทำให้งานไหลลื่น ใช้ระบบดึง และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • ความสูญเปล่า 8 ประการจำได้ด้วยคำว่า DOWNTIME ครอบคลุมของเสีย การผลิตเกิน การรอคอย การไม่ใช้ศักยภาพคน การขนย้าย สินค้าคงคลัง การเคลื่อนไหว และกระบวนการเกินจำเป็น
  • Lean ไม่ได้แปลว่าเร่งให้พนักงานทำงานหนักขึ้นหรือลดจำนวนคน แต่คือการออกแบบระบบให้คนใช้เวลาและความสามารถกับงานที่มีคุณค่ามากขึ้น

ระบบลีน (LEAN) คืออะไร ? 5 วิธีใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

Lean คืออะไร และทำไมองค์กรที่ไม่ได้เป็นโรงงานจึงพูดถึงแนวคิดนี้มากขึ้น? คำตอบสั้น ๆ คือ Lean เป็นวิธีคิดในการมองกระบวนการทำงานจากคุณค่าที่ลูกค้าหรือผู้รับบริการต้องการ แล้วลดสิ่งที่ไม่ช่วยสร้างคุณค่านั้นออกไปอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องลดอาจไม่ใช่วัตถุดิบหรือสินค้าคงคลังเสมอไป แต่อาจเป็นการรออนุมัติ การกรอกข้อมูลซ้ำ การประชุมที่ไม่มีข้อสรุป งานที่ต้องแก้หลายรอบ หรือความรู้ของพนักงานที่ไม่ถูกนำมาใช้ บทความนี้อธิบายทั้งความหมายของระบบ Lean, Lean Process, หลักการ 5 ข้อ ความสูญเปล่า 8 ประการ ตัวอย่างในโรงงาน ออฟฟิศ และงาน HR รวมถึงวิธีเริ่มใช้งานจริงโดยไม่ทำให้ Lean กลายเป็นเพียงโครงการลดต้นทุนระยะสั้น

ระบบ Lean คืออะไร?

LEAN HR Note

ระบบ Lean หรือ Lean Management คือแนวคิดการบริหารที่มุ่งส่งมอบคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ โดยใช้ทรัพยากร เวลา และแรงงานอย่างเหมาะสม ลดกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่า และพัฒนากระบวนการอย่างต่อเนื่อง

Lean Enterprise Institute อธิบายแก่นของ Lean ว่าเป็นการสร้างคุณค่าที่ลูกค้าต้องการด้วยทรัพยากรที่น้อยลงและความสูญเปล่าที่ลดลง โดยให้ความสำคัญทั้งกับลูกค้าและคนที่ทำงานอยู่ในกระบวนการจริง ดังนั้น Lean จึงไม่ใช่แค่ชุดเครื่องมือ แต่เป็นวิธีคิดที่ให้องค์กรทดลอง เรียนรู้ และปรับปรุงระบบอยู่เสมอ

Lean แปลว่าอะไร?

Lean แปลว่า บาง กระชับ หรือไม่มีส่วนเกิน เมื่อนำมาใช้กับองค์กรจึงหมายถึงการทำให้กระบวนการคล่องตัวขึ้น ไม่แบกขั้นตอนหรือทรัพยากรที่เกินความจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตัดทุกอย่างให้เหลือน้อยที่สุด เพราะการลดสิ่งที่จำเป็นจนกระทบคุณภาพ ลูกค้า หรือสุขภาวะของพนักงานย่อมไม่ใช่ Lean ที่ดี

Lean Management คืออะไร และต่างจาก Lean Manufacturing อย่างไร?

Lean Manufacturing คือ การประยุกต์แนวคิด Lean กับระบบการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน มีรากสำคัญจาก Toyota Production System ซึ่งเน้นการไหลของงาน คุณภาพตั้งแต่ต้นทาง การผลิตตามความต้องการจริง และการกำจัดความสูญเปล่า ส่วน Lean Management คือ การนำหลักคิดเดียวกันมาประยุกต์กับการบริหารทั้งองค์กร เช่น งานบริการ การเงิน เทคโนโลยี งานบุคคล หรือภาครัฐ

ประเด็น Lean Manufacturing Lean Management
ขอบเขต กระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน กระบวนการทำงานทุกประเภทในองค์กร
ตัวอย่าง Waste ผลิตเกิน ของเสีย สต็อกสูง การขนย้าย รออนุมัติ ข้อมูลซ้ำ ประชุมเกินจำเป็น งานแก้ซ้ำ
เป้าหมายร่วม สร้างคุณค่าให้ลูกค้า ลดความสูญเปล่า และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

กล่าวได้ว่า Lean Manufacturing เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ส่วน Lean Management ทำให้แนวคิดนี้ใช้ได้กับทั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้า การให้บริการ การพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือการบริหารคน

ความสูญเปล่า 8 ประการของ Lean (DOWNTIME)

ก่อนจะปรับปรุงกระบวนการ องค์กรต้องมองให้ออกว่าอะไรคือกิจกรรมที่สร้างคุณค่า และอะไรคือ ความสูญเปล่า (Waste) แนวทางที่นิยมใช้คือ DOWNTIME ซึ่งประกอบด้วย 8 ประการดังนี้

  1. Defects – งานผิดพลาดหรือของเสีย: งานที่ต้องแก้ใหม่ ตรวจซ้ำ คืนสินค้า หรือแก้ข้อมูลเพราะทำไม่ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
  2. Overproduction – การผลิตมากเกินความต้องการ: ผลิตสินค้า ทำรายงาน หรือเตรียมเอกสารไว้มากกว่าที่มีผู้ใช้จริง
  3. Waiting – การรอคอย: รอข้อมูล รอผู้อนุมัติ รอระบบ หรือรอให้งานจากทีมก่อนหน้าส่งต่อมา
  4. Non-utilized Talent – การไม่ใช้ศักยภาพของคน: ไม่รับฟังข้อเสนอแนะ มอบงานไม่ตรงทักษะ หรือให้พนักงานทำงานซ้ำ ๆ ที่ระบบช่วยได้
  5. Transportation – การขนย้ายที่เกินจำเป็น: การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ เอกสาร หรือข้อมูลหลายทอดโดยไม่เพิ่มคุณค่า
  6. Inventory – สินค้าหรืองานคงค้างมากเกินไป: สต็อกเกินจำเป็น งานที่รอทำจำนวนมาก หรือใบสมัครที่ค้างอยู่ในแต่ละขั้นตอน
  7. Motion – การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น: เดินหาอุปกรณ์ เปิดหลายระบบ หรือสลับหน้าจอบ่อยเพราะข้อมูลกระจัดกระจาย
  8. Extra Processing – กระบวนการเกินความจำเป็น: กรอกข้อมูลซ้ำ ขออนุมัติหลายชั้น หรือทำรายงานที่ไม่มีใครนำไปใช้

ตัวอย่างเช่น กระบวนการสรรหาที่ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลเดิมหลายครั้ง มีการนัดสัมภาษณ์หลายรอบโดยวัตถุประสงค์ซ้ำกัน และต้องรออนุมัตินาน ย่อมมี Waste หลายประเภทพร้อมกัน การมองเห็น Waste จึงช่วยให้องค์กรเลือกแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแทนการเร่งคนให้ทำงานเร็วขึ้นเพียงอย่างเดียว

5 หลักการพื้นฐานของ Lean

LEAN HR Note

กรอบที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายประกอบด้วย 5 ขั้นตอน โดย Lean Enterprise Institute สรุปไว้ตั้งแต่การระบุคุณค่าจนถึงการมุ่งสู่ความสมบูรณ์แบบ

1. กำหนดคุณค่า (Specify Value)

เริ่มจากตอบให้ชัดว่า ลูกค้าหรือผู้รับบริการต้องการผลลัพธ์อะไร และยอมรับคุณค่านั้นในรูปแบบใด คุณค่าต้องมองจากสายตาลูกค้า ไม่ใช่จากความสะดวกของหน่วยงานเพียงฝ่ายเดียว เช่น ผู้สมัครงานอาจให้คุณค่ากับข้อมูลตำแหน่งที่ชัดเจน การสมัครที่ไม่ซ้ำซ้อน และการรู้ผลภายในเวลาที่เหมาะสม

2. มองเห็นสายธารคุณค่า (Map the Value Stream)

เขียนกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อดูว่าใครทำอะไร ใช้เวลานานเท่าไร จุดใดสร้างคุณค่า จุดใดจำเป็นแต่ยังไม่สร้างคุณค่า และจุดใดควรลดหรือเลิก เครื่องมือ Value Stream Mapping ช่วยให้ทีมเห็นปัญหาข้ามแผนกที่มักถูกซ่อนอยู่ในงานประจำ

3. ทำให้งานไหลลื่น (Create Flow)

จัดลำดับงาน ลดคอขวด และทำให้การส่งต่องานต่อเนื่อง เช่น กำหนดข้อมูลมาตรฐานที่ต้องมีตั้งแต่ต้น ลดการส่งงานกลับไปแก้ และทำให้ทีมที่เกี่ยวข้องเข้าถึงสถานะเดียวกันได้

4. ใช้ระบบดึง (Establish Pull)

เริ่มทำงานเมื่อมีความต้องการจริง แทนการสร้างงานไว้ล่วงหน้าจำนวนมาก ในโรงงานคือการผลิตตามคำสั่งซื้อ ส่วนงานสำนักงานอาจหมายถึงการจำกัดจำนวนงานที่กำลังทำ เพื่อให้ทีมปิดงานสำคัญให้เสร็จก่อนรับงานใหม่

5. มุ่งสู่ความสมบูรณ์แบบ (Pursue Perfection)

Lean ไม่มีจุดสิ้นสุดแบบโครงการครั้งเดียว ทีมต้องวัดผล ทดลอง และปรับปรุงรอบใหม่อย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ PDCA หรือแนวคิด Kaizen เพื่อเปลี่ยนปัญหาและข้อเสนอแนะหน้างานให้เป็นการพัฒนาที่ทำซ้ำได้

ประโยชน์ของระบบ Lean ต่อองค์กร

  • ลดระยะเวลารวมของกระบวนการ: งานเดินจากต้นทางถึงปลายทางเร็วขึ้นเมื่อการรอและการส่งกลับลดลง
  • ลดต้นทุนที่ไม่สร้างคุณค่า: ใช้พื้นที่ วัตถุดิบ ระบบ และเวลาของพนักงานอย่างเหมาะสมขึ้น
  • เพิ่มคุณภาพและลดงานแก้: ทีมแก้สาเหตุของข้อผิดพลาดแทนการตรวจจับปัญหาที่ปลายทางเพียงอย่างเดียว
  • ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น: กระบวนการถูกออกแบบจากความต้องการจริง ทำให้ส่งมอบได้ตรงและเร็วขึ้น
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน: คนทำงานหน้างานได้เสนอปัญหาและร่วมออกแบบวิธีแก้ ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับคำสั่ง
  • ทำให้องค์กรปรับตัวง่ายขึ้น: เมื่อกระบวนการโปร่งใสและมีงานค้างน้อย ทีมจะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของ Lean ไม่ควรวัดแค่การประหยัดค่าใช้จ่าย ตัวชี้วัดที่ดีควรครอบคลุมคุณภาพ ระยะเวลาส่งมอบ ประสบการณ์ลูกค้า ภาระงาน และสุขภาวะของพนักงานด้วย

Lean Process คืออะไร? วิธีเริ่มใช้ Lean ในองค์กรแบบทีละขั้น

Lean Process คือ กระบวนการทำงานที่ถูกออกแบบจากคุณค่าที่ผู้รับบริการต้องการ มีการไหลของงานที่ชัดเจน ลดกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่า และสามารถวัดผลเพื่อปรับปรุงต่อได้ องค์กรเริ่มสร้าง Lean Process ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เลือกกระบวนการที่มีปัญหาชัด: เริ่มจากงานที่ลูกค้าร้องเรียน งานค้างสูง หรือใช้เวลานาน ไม่ต้องเริ่มพร้อมกันทั้งองค์กร
  2. กำหนดลูกค้าและคุณค่า: ระบุว่าใครคือผู้รับผลลัพธ์และอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจริง
  3. เก็บข้อมูลสภาพปัจจุบัน: วัดระยะเวลา จำนวนงานค้าง ความผิดพลาด และจำนวนครั้งที่ส่งต่องาน
  4. วาดกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ: ชวนคนที่ทำงานจริงมาร่วมกันหา Waste คอขวด และสาเหตุราก
  5. เลือกการเปลี่ยนแปลงขนาดเล็กที่ทดสอบได้: เช่น ลดจุดอนุมัติ รวมแบบฟอร์ม กำหนดมาตรฐาน หรือจัดพื้นที่ตามแนวทาง 5ส
  6. วัดผลก่อนและหลัง: ดูทั้งความเร็ว คุณภาพ ประสบการณ์ลูกค้า และผลต่อพนักงาน
  7. ทำให้เป็นมาตรฐานและปรับปรุงรอบต่อไป: ถ้าการทดลองได้ผล ให้บันทึกวิธีทำและขยายผลอย่างระมัดระวัง

เมื่อต้องการลดขั้นตอนอย่างเป็นระบบ องค์กรยังสามารถใช้หลัก ECRS ได้แก่ Eliminate, Combine, Rearrange และ Simplify เป็นคำถามประกอบการออกแบบกระบวนการใหม่ได้

ตัวอย่างการใช้ Lean ในออฟฟิศ งาน HR และงานดิจิทัล

Lean ในงานสำนักงาน

แทนที่จะส่งเอกสารอนุมัติผ่านอีเมลหลายทอด ทีมอาจกำหนดเจ้าของงาน จุดอนุมัติที่จำเป็น และสถานะกลางที่ทุกคนมองเห็น ลดทั้ง Waiting, Transportation และ Extra Processing พร้อมกัน

Lean ในงาน HR

HR สามารถทำแผนผังกระบวนการสรรหา ตั้งแต่ขออัตรากำลังจนถึงวันเริ่มงาน วัดเวลาที่ใช้ในแต่ละช่วง แล้วลดการกรอกข้อมูลซ้ำหรือรอบสัมภาษณ์ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน อีกตัวอย่างคือกระบวนการประเมินผลที่มีแบบฟอร์มยาวแต่ไม่ช่วยให้ผู้จัดการสนทนาเรื่องผลงานได้ดีขึ้น ซึ่งควรปรับให้ข้อมูลสั้น ชัด และนำไปใช้พัฒนาคนได้จริง

Lean ใน HR ไม่ใช่การมองพนักงานเป็นต้นทุนที่ต้องตัดออก แต่เป็นการลดระบบที่ทำให้คนเสียเวลาและเปิดพื้นที่ให้พนักงานใช้ความสามารถกับงานที่สร้างคุณค่า หลัก Non-utilized Talent ยิ่งย้ำว่าการไม่ใช้ความรู้และความคิดของพนักงานคือ Waste ประเภทหนึ่ง

Lean ในงานดิจิทัลและซอฟต์แวร์

ทีมดิจิทัลอาจจำกัดงานที่กำลังทำพร้อมกัน ลดฟีเจอร์ที่ยังไม่มีหลักฐานว่าผู้ใช้ต้องการ ทำงานเป็นรอบสั้น และวัดผลจากการใช้งานจริง จุดสำคัญคือไม่ใช่แค่ส่งงานเร็ว แต่ต้องลดงานที่สร้างเสร็จแล้วไม่มีคนใช้ด้วย

Lean กับ Agile ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น Lean Agile
จุดเน้น สร้างคุณค่า ลด Waste และทำให้งานไหลลื่น ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง ส่งมอบเป็นรอบ และรับ Feedback เร็ว
จุดกำเนิดที่เป็นที่รู้จัก ระบบการผลิตและการจัดการกระบวนการ การพัฒนาซอฟต์แวร์
วิธีใช้ร่วมกัน ใช้ Lean เลือกสิ่งที่มีคุณค่าและลดงานเกินจำเป็น ใช้ Agile ส่งมอบและเรียนรู้เป็นรอบสั้น

Lean และ Agile ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะมีเป้าหมายร่วมหลายด้าน ทั้งการเรียนรู้เร็ว การทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า และการปรับปรุงต่อเนื่อง ความต่างอยู่ที่มุมเน้นและวิธีปฏิบัติในแต่ละบริบท

Lean Management ต่างจาก Lean Canvas อย่างไร?

LEAN HR Note

Lean Management คือแนวคิดบริหารกระบวนการเพื่อสร้างคุณค่าและลดความสูญเปล่า ส่วน Lean Canvas คือเครื่องมือสรุปโมเดลธุรกิจหนึ่งหน้า พัฒนาโดย Ash Maurya เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทดสอบปัญหา กลุ่มลูกค้า คุณค่าที่เสนอ วิธีแก้ ช่องทาง รายได้ ต้นทุน ตัวชี้วัด และข้อได้เปรียบ

ทั้งสองแนวคิดมีความใกล้กันเรื่องการเรียนรู้จากลูกค้าและลดสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ Lean Canvas ไม่ใช่หนึ่งใน 5 หลักการ Lean และไม่ควรใช้แทนการวิเคราะห์กระบวนการทำงาน

KPI ที่ใช้วัดผล Lean

  • Lead Time: เวลารวมตั้งแต่รับคำขอจนส่งมอบผลลัพธ์
  • Cycle Time: เวลาที่ใช้ทำงานจริงในหนึ่งขั้นตอนหรือหนึ่งหน่วยงาน
  • First Pass Yield: สัดส่วนงานที่ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกโดยไม่ต้องแก้
  • Work in Progress: จำนวนงานที่กำลังทำหรือค้างอยู่ในระบบ
  • On-time Delivery: สัดส่วนงานที่ส่งมอบได้ตามเวลาที่ตกลง
  • Customer Satisfaction: ความพึงพอใจหรือข้อร้องเรียนของลูกค้า
  • Employee Feedback: ข้อเสนอแนะ ภาระงาน และปัญหาที่พนักงานพบหลังปรับกระบวนการ

ควรเลือก KPI ไม่กี่ตัวที่เชื่อมกับปัญหาโดยตรง และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนกับหลังการทดลอง หลีกเลี่ยงการวัดเฉพาะจำนวนชิ้นงาน เพราะอาจทำให้ทีมเร่งปริมาณจนคุณภาพหรือความปลอดภัยลดลง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อนำ Lean มาใช้

  • เริ่มจากการลดคน: ทำให้พนักงานไม่กล้าชี้ Waste และมอง Lean เป็นภัยคุกคาม
  • ซื้อเครื่องมือก่อนเข้าใจปัญหา: การใช้ซอฟต์แวร์ใหม่กับกระบวนการเดิมอาจเพียงเปลี่ยน Waste ให้เป็นดิจิทัล
  • ปรับเฉพาะจุด: แผนกหนึ่งเร็วขึ้น แต่อาจผลักงานค้างไปให้อีกแผนก จึงต้องมองตั้งแต่ต้นจนจบ
  • ไม่ฟังคนหน้างาน: ผู้บริหารเห็นภาพรวม แต่คนทำงานเห็นรายละเอียดและข้อจำกัดจริง
  • ทำเป็นโครงการครั้งเดียว: Lean ต้องมีการวัดผล เรียนรู้ และปรับปรุงต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Lean

Lean เป็นคำย่อหรือไม่?

Lean ไม่ใช่คำย่อ แต่เป็นคำภาษาอังกฤษที่สื่อถึงความกระชับหรือไม่มีส่วนเกิน ในบริบทการจัดการหมายถึงการสร้างคุณค่าโดยลดความสูญเปล่าในกระบวนการ

Lean เหมาะกับธุรกิจแบบใด?

ใช้ได้ทั้งโรงงาน งานบริการ โรงพยาบาล สำนักงาน สตาร์ทอัพ หน่วยงานรัฐ และงาน HR เพราะทุกองค์กรล้วนมีกระบวนการ ลูกค้า และโอกาสในการลดงานที่ไม่สร้างคุณค่า

Lean คือการลดต้นทุนหรือลดคนใช่ไหม?

ไม่ใช่ Lean มุ่งลด Waste และแก้ระบบให้ดีขึ้น การประหยัดต้นทุนอาจเป็นผลลัพธ์ แต่การลดคนโดยไม่ปรับกระบวนการอาจทำให้ภาระงาน ความผิดพลาด และเวลารอเพิ่มขึ้น ซึ่งขัดกับหลัก Lean

5ส, Kaizen และ PDCA เกี่ยวข้องกับ Lean อย่างไร?

ทั้งหมดเป็นแนวทางที่ช่วยสนับสนุน Lean โดย 5ส ช่วยจัดสภาพแวดล้อมให้เห็นความผิดปกติ Kaizen เน้นการปรับปรุงเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง และ PDCA ช่วยวางแผน ทดลอง ตรวจสอบ และปรับมาตรฐาน

บทสรุป

หัวใจของ Lean คือการถามเสมอว่า ลูกค้าต้องการคุณค่าอะไร กระบวนการใดช่วยสร้างคุณค่านั้น และส่วนใดเป็นความสูญเปล่าที่ควรลด องค์กรไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ เพียงเลือกกระบวนการหนึ่ง เก็บข้อมูล ชวนคนทำงานจริงมาวิเคราะห์ ทดลองปรับ และวัดผลอย่างตรงไปตรงมา

Lean ที่ยั่งยืนไม่ใช่องค์กรที่ใช้คนน้อยที่สุด แต่คือองค์กรที่ทำให้คน ระบบ และทรัพยากรร่วมกันสร้างคุณค่าได้ดีขึ้น พร้อมเรียนรู้จากปัญหาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

HREX ปรึกษา HR Solution

Sources

ผู้เขียน

Picture of Sahatorn Petvirojchai

Sahatorn Petvirojchai

Manager of HREX.asia who works in media platforms for a long time. Interested in Global Culture, Marketing, and Self Development.

บทความที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้