
The CrestHaus เปิดประสบการณ์กับสุดยอดเวทีเสวนาเพื่อผู้นำหญิงครั้งยิ่งใหญ่ในเอเชีย เวทีรวมผู้หญิงเก่งแนวหน้าระดับบอร์ดและผู้บริหารองค์กร จากองค์กรระดับชาติและเอเชีย ไว้มากที่สุด ในงานเสวนา EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Write Your Next Chapter” สนับสนุนให้คุณกล้าเขียนอนาคตการเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมผลักดันให้ผู้หญิงก้าวข้ามขีดจำกัด กล้าคิดกล้าทำ และมีจุดยืนที่ชัดเจนด้วยการออกแบบกรอบความคิดใหม่ ๆ ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ในเชิงกลยุทธ์ที่หลากหลาย จากผู้นำหญิงระดับบอร์ดและ C-Suite ที่ประสบความสำเร็จจากหลายองค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทางในอนาคตทั้งระดับองค์กรและสังคม
งานในครั้งนี้จัดโดย The CrestHaus แพลตฟอร์มและพื้นที่เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำแบบองค์รวมสำหรับ ผู้หญิงที่ต้องการยกระดับศักยภาพของตนเองให้ครอบคลุมครบทุกด้าน และได้รับการสนับสนุนจาก Cartier Women’s Initiative (CWI), บริษัท ไอบีเอ็ม ดิจิตอล ทาเล้นท์ ฟอร์ บิสสิเนส จำกัด (IBMDT), บริษัท เฮอร์เบิร์ธ สมิธ ฟรีฮิลส์ เครเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทจัดหางาน โรเบิร์ต วอลเทอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ไมเนอร์ โฮเทลส์
ภายในงานแบ่งหัวข้อการเสวนา 3 หมวด ได้แก่ INSPIRE การจุดประกายวิสัยทัศน์ให้คุณกล้าคิดกล้าทำและกำหนดบทใหม่ตามเป้าหมายชีวิต, EQUIP เสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำที่พร้อมรับโลกยุค AI และ UPLIFT การให้คำปรึกษา และความร่วมมือ เพื่อเติบโตร่วมกันผ่านพลังของเครือข่าย เพื่อให้เวทีการเสวนามีเนื้อหาครอบคลุมทักษะต่างๆ ครบทุกด้าน ผ่านประสบการณ์จากผู้นำหญิงระดับบอร์ดและ C-Suite ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารองค์กรระดับแนวหน้าของไทยมาร่วมแชร์องค์ความรู้ผ่านหัวข้อการเสวนาต่าง ๆ เริ่มต้นเวทีเสวนา ด้วย

EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 เปิดงานด้วยหัวข้อ “The First Page: Claiming Your New Chapter” จาก 2 ผู้บริหารหญิงเก่ง The CrestHaus ในฐานะผู้จัดงานนำโดยคุณ สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานบริหาร The CrestHaus ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Novituz (โนวีทัซส์) และ EmpowerHer Asia, อดีตผู้บริหารบริษัทไมโครซอฟท์ประเทศไทย กล่าวว่า
“ในฐานะผู้จัดงาน EmpowerHer Asia Leadership Forum ซึ่งได้จัดมาเป็นปีที่สองแล้ว ได้ถูกออกแบบให้เป็นเวทีที่ผู้หญิงสามารถเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ซึ่งเชื่อว่าเราทุกคนกำลังยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแตกต่างกันไป สะท้อนแนวคิดของ EmpowerHer Asia Leadership Forum ในปีนี้ ภายใต้ธีม “Write Your Next Chapter” หรือ “การเขียนบทต่อไปของชีวิต” ที่ไม่ได้เกิดจากการรอความพร้อม แต่เป็นเปิดโอกาศให้ตัวเองเอง โดยการเชื้อเชิญให้ผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเขียนเรื่องราวบทใหม่ของตนเอง และก้าวไปข้างหน้าเพื่อเป็นผู้นำในอนาคต”
ส่วนคุณ แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus กล่าวว่า “The CrestHaus ในฐานะผู้จัดงาน มุ่งสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเรียนรู้จากกันและกัน โดยไม่ต้องเดินบนเส้นทางการเติบโตเพียงลำพัง EmpowerHer Asia Leadership Forum จึงถูกออกแบบให้เป็นเวทีที่ผู้หญิงสามารถเรียนรู้ เติบโต และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ผ่านบทสนทนากับผู้นำหญิงจากองค์กรระดับประเทศ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจ เพราะบทต่อไปของชีวิตอาจเริ่มต้นจากหน้ากระดาษหน้าแรก และเรื่องราวของผู้คนรอบตัวเรา”
ในหัวข้อ The Power of the Rewrite: Reinventing Leadership with Purpose ตัวแทนจาก UN WOMEN คุณ Sara D’anzeo, UN Women Sustainable Finance Consultant กล่าวว่า “การรวมตัวกันของผู้นำผู้หญิงในเวที EmpowerHer Asia 2026 ไม่ได้สะท้อนเพียงเส้นทางความสำเร็จของผู้บริหารหญิงในองค์กรต่างๆ แต่ยังเป็นการรวมพลังของผู้นำที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเป้าหมายและความตั้งใจ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ UN Women ที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ผลักดันในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ ผ่านแนวทาง Women’s Empowerment Principles (WEPs) ซึ่งในปัจจุบันความเท่าเทียมทางเพศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกได้ถึง 342 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050”
สำหรับหัวข้อ Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human‑Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift โดยคุณ เอียน ดิ ทูลลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท ไมเนอร์โฮเทลส์ จำกัด กล่าวว่า “AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กร ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร วิธีการทำงาน ไปจนถึงบทบาทของบุคลากร ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียง “การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี” แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านด้านการบริหารและภาวะผู้นำ องค์กรจึงต้องปรับแนวคิดจาก “Human in the Loop” หรือการให้มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ มาเป็น “Human in the Lead” ซึ่งหมายถึงการที่ผู้นำและบุคลากรต้องมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของการใช้เทคโนโลยี”

ด้านคุณ อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวถึงประสบการณ์จากเวทีระดับโลก เช่น Davos และงานประชุมผู้นำธุรกิจ ซึ่งสะท้อนว่าองค์กรทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของ AI และเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่การทดลองใช้เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่คือการนำ AI จาก โครงการทดลอง (pilot project) ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร โดยองค์กรจำนวนมากสามารถพัฒนา AI prototype ได้ แต่ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจน หรือวัดผลตอบแทนจากการลงทุนได้ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ AI จึงต้องเริ่มจาก กลยุทธ์ทางธุรกิจและ การผสาน AI เข้ากับการทำธุรกิจ เพื่อให้เกิดไอเดียและสามารถตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ ได้ รวมถึงการแบ่งปันความรู้เรื่อง AI เพื่อเกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีแนวทางดังนี้
- วินัยของผู้นำเพื่อปรับมุมมองและแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับ AI เพื่อปรับใช้ในธรรมาภิบาลขององค์กร
- ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น
- การเพิ่มคุณค่าในการตัดสินใจ และเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่มีความแตกต่างกัน
“ดังนั้น ความท้าทายขององค์กรในวันนี้ไม่ใช่การทดลองใช้ AI แต่คือการนำ AI จากโครงการทดลองไปสู่การใช้งานจริง และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้”
คุณ ปิยดา ตันไสว, Data and AI Portfolio Lead, บริษัท ไอบีเอ็ม ดิจิตอล ทาเล้นท์ ฟอร์ บิสสิเนส จำกัด (IBMDT) ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ขององค์กรในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความไม่พร้อมของบุคลากรในการทำงานร่วมกับ AI หลายองค์กรลงทุนในเครื่องมือ AI ที่ทรงพลัง แต่ยังคงใช้วิธีการทำงานแบบเดิม ซึ่งทำให้เทคโนโลยีไม่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างแท้จริง
“ดังนั้นองค์กรจึงต้องปรับวัฒนธรรมการทำงานให้บุคลากรมีทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจ นอกจากนี้ ภาวะผู้นำในยุค AI ยังต้องมี “Humble Leadership” หรือภาวะผู้นำที่เปิดกว้างต่อการเรียนรู้จากทีมงาน และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กร”
ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบขององค์กร ภาวะผู้นำ และโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยองค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI จะไม่ใช่เพียงองค์กรที่นำเทคโนโลยีมาใช้เร็วที่สุด แต่คือองค์กรที่สามารถพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ เพื่อให้มนุษย์และเทคโนโลยีทำงานร่วมกันในการสร้างคุณค่าใหม่
“Leading the Next Chapter: Lessons from the C‑Suite” โดยคุณ มุกดา ไพรัชเวทย์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับการทำงานควรมีการปรับเปลี่ยน growth mindset ตลอดเวลา เพื่อปรับตัวตามกระแสต่างๆ รอบตัว (Flow with the wind) และปัจจุบันการเข้ามาของ AI มีส่วนช่วยเรื่องการลดต้นทุนสำหรับองค์กร ทั้ง internal และ external ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันทางด้านธุรกิจ โดยยังมีสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการพิจารณาเพิ่มเติมคือ ความไว้วางใจ (Trust) ในการทำงาน และ การเชื่อมโยงองค์กรกับธุรกิจ (Reconnect)”
“สำหรับการประสบความสำเร็จในธุรกิจจะมีหลักการคือ Performance with purpose ต้องมีเป้าหมายเพื่อเกิดความแข็งแกร่งในการที่จะบรรลุเป้าหมาย และความเชื่อที่ว่า I can do it ที่เราจะต้องทำให้ได้”
สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 |
คุณ กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการเงิน, บจก.เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า การมีจุดมุ่งหมายในการทำงานร่วมกับทีม จะต้องมี mindset ที่ชัดเจน และสำหรับผู้บริหาร C-suit มีหลักการ 3 ข้อคือ
- Title don’t leave your behavior does การมีพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่อยู่รอบตัว
- Don’t be trapped in yesterday success playbook การไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต แต่ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
- You’re not always right การเรียนรู้และถ่อมตนในทุกวัน
นอกจากนี้การเข้ามาของ AI ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน ที่ไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูลเท่านั้น แต่จะมีสิ่งที่ทำให้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นไปพร้อมกันด้วยคือ Trust หรือความไว้วางใจ และการใช้ระยะเวลาเพื่อพิจารณาในสิ่งเหมาะสมที่สุด
“สำหรับการจัดการกับความขัดแย้งในองค์กร คือ การมองที่ทัศนคติในทีมว่ามีเป้าหมายเดียวกันหรือไม่ รวมถึงการรับฟัง การปรับตัว และการถอยเพื่อตั้งรับในบางครั้ง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร”

อีกหัวที่น่าสนใจคือ Special Dialogue: A Meaningful Path in Building a Sustainable Impact Business จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ Cartier Women’s Initiative โดยคุณ เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ กล่าวว่า สำหรับผู้หญิงที่มีความสนใจทางด้านธุรกิจ ควรจะมีลักษณะคือ
- Distinguish Passion from Purpose การมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
- Resilience ความกล้าในการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
- Purpose Driven Growth สิ่งที่จะขับเคลื่อนวัตถุประสงค์ให้เติบโตยั่งยืน
นอกจากนี้ ด้วยสภาวะปัจจุบันที่สภาพแวดล้อมประสบกับปัญหารุนแรงหลาย ๆ ด้าน จึงมองว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่สำคัญ รวมไปถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่ใช้สารเคมี เพื่อเป็นการสร้างโลกให้น่าอยู่อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 ติดต่อขอข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/EmpowerHERAsia เพื่อเตรียมความพร้อมและก้าวไปสู่การเป็นผู้นำหญิงอย่างมั่นใจ |