
เปิดมุมมองใหม่ของ HR ยุคใหม่จากห้องเรียนสู่โลกการทำงานจริง ชี้ Greenwashing ไม่ใช่ทางรอด สื่อสารความยั่งยืนต้องจริงใจและจับต้องได้
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา HREX แพลตฟอร์ม HR Solution Finder และสื่อชั้นนำด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในรายวิชา SDGs for Master of Communication Arts Program in Global Communication (International Program) ณ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่เหล่านักศึกษาและว่าที่ผู้นำองค์กรในอนาคตเกี่ยวกับบทบาทของการสื่อสารในบริบทความยั่งยืนระดับโลก
การบรรยายครั้งนี้เป็นการต่อยอดเชิงกลยุทธ์เพื่อชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ที่ตัดกันระหว่าง SDGs, ESG, การสื่อสาร และงานด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อโลกการทำงานยุคใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเนื้อหาการบรรยายมีสาระสำคัญที่สะท้อนมุมมองด้าน HR และอนาคตของแรงงาน ดังนี้
SDGs ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นหลักการพื้นฐานของโลกการทำงานในอนาคต

คุณ ณัฐวุฒิ กุลแก้ว Community Management จาก HREX เปิดการบรรยายในหัวข้อ “Communicating the Sustainable Development Goals: A Future Workforce Perspective” โดยฉายภาพรวมความท้าทายด้านความยั่งยืนในระดับสากลว่า แม้ United Nations จะกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมายมาตั้งแต่ปี 2015 แต่ความพยายามในการขับเคลื่อนโลกให้บรรลุผลในปี 2030 กลับคืบหน้าไปเพียงราว 35% เท่านั้น
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่คืบหน้าค่อนข้างช้า เพราะประเด็น SDGs มักถูกมองว่าเป็นเพียงนโยบายเชิงทฤษฎีบนหน้ากระดาษ มากกว่าแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้ ทั้งที่จริงแล้ว SDGs สามารถเชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กรได้ในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในมุมของ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ความยั่งยืนควรถูกผนวกเข้าเป็นเนื้อเดียวกับการบริหารคน ตั้งแต่การสรรหาบุคลากร การประเมินผลงาน การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กร
“การสื่อสารเรื่อง SDGs ในปัจจุบัน หมดยุคของการรณรงค์ด้วยคำพูดสวยหรูหรือภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นการปฏิบัติจริงที่สามารถวัดผลได้” คุณณัฐวุฒิอธิบาย
จาก Greenwashing สู่ Green Skills: บทบาท HR ในวันที่ตลาดแรงงานเปลี่ยน
อีกประเด็นสำคัญที่ HREX หยิบยกขึ้นมาคือความเสี่ยงของ Greenwashing หรือการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนโดยปราศจากการลงมือทำจริง ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์องค์กร (Employer Brand) แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของพนักงานและผู้สมัครงาน รวมถึงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง
คุณณัฐวุฒิชี้ว่า คนทำงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองเพียงเรื่องค่าตอบแทน แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของงานที่ทำ ว่าสิ่งที่องค์กรกำลังขับเคลื่อนนั้นส่งผลดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงหรือไม่ หากองค์กรสื่อสารเรื่องความยั่งยืน แต่ระบบการทำงานภายในกลับสวนทาง ความไม่เชื่อใจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ยากต่อการดึงดูดและรักษาคนเก่งในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานทั่วโลกก็เริ่มให้คุณค่ากับ Green Skills อย่างชัดเจน และต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านความยั่งยืนควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี คนที่สามารถรับผิดชอบงาน Chief Sustainability Officer ได้ จะเป็นกำลังสำคัญและมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ได้อย่างแท้จริงต่อไป
“ถึงเวลาแล้วที่คนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HR ต้องยกระดับจากการเป็นผู้สนับสนุน ไปสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนความยั่งยืน (Sustainability Driver) ผ่านการออกแบบระบบการเรียนรู้และทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นจริงในทุกจังหวะของชีวิตคนทำงาน” คุณณัฐวุฒิ ทิ้งท้าย
เล่า SDGs และ ESG ให้มีความหมาย ต้องเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเรื่องราวที่คนอยากมีส่วนร่วม

ภายในชั้นเรียนเดียวกัน คุณ ศิริพัชร์ ชโยภาส ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารความยั่งยืน ที่มีประสบการณ์กว่า 13 ปีในองค์กรระดับโลก ได้บรรยายในหัวข้อ “How to Tell a Good Story about SDG and ESG” โดยจุดประเด็นว่าความท้าทายขององค์กรไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานที่วางไว้อย่างเดียว แต่ต้องสื่อสารผลกระทบเชิงบวกต่อโลก ให้มีความหมายต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องด้วย จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งพนักงานและสังคมภายนอก
นอกจากนี้ คุณศิริพัชร์ยังได้นำเสนอแนวคิด Impact Ladder ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการเล่าเรื่อง ดังนี้
- Awareness การทำให้ผู้คนรับรู้ว่าปัญหาความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่กระทบต่อชีวิตและงานที่ทำอยู่ทุกวัน
- Action หรือ Advocacy การกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำสิ่งดี ๆ ร่วมกัน
- Accuracy การให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงองค์กรในระยะยาว
ทั้งนี้ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อพนักงานรู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตและการทำงานของเขาโดยตรง ไม่ใช่แค่หน้าที่ขององค์กรเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการสื่อสารและเล่าเรื่องความยั่งยืนจึงต้องเปลี่ยนจากการที่องค์กรเป็นผู้ประกาศนโยบายเพียงฝ่ายเดียว มาเป็นการสร้างพื้นที่ให้ทุกคนเห็นคุณค่าและความหมายในสิ่งที่ทำ เพื่อให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรอย่างเป็นธรรมชาติ
อีกสิ่งที่ต้องคำนึงคือจริยธรรมในการเล่าเรื่องและการสื่อสาร โดยที่ผ่านมาหลายแคมเปญที่พูดความยั่งยืนอาจขาดการติดตามผลหรือการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จนสร้างผลเสียต่อความเชื่อมั่นของแบรนด์นายจ้างได้มากกว่าผลดี
ดังนั้นผู้นำองค์กรและ HR ยุคใหม่ อย่าลืมสื่อสารอย่างจริงใจ และการปฏิบัติได้จริงตามคำมั่นที่ให้ไว้ด้วย
HREX พันธมิตรเพื่อความยั่งยืนในวงการ HR
ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา HR มือใหม่ หรือผู้บริหารงาน HR ขององค์กร หากต้องการแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการบริหารคน HREX พร้อมเป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยผลักดันองค์กรสู่ความยั่งยืน ด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้ผ่านบทความ HR บทสัมภาษณ์ HR รวมถึงหลากหลายหมวดหมู่ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของงาน HR ในยุคใหม่
ติดตาม HREX ได้ที่:
|
