Recruitment Bots : ศักยภาพไร้ขีดจำกัดของ AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบสรรหาบุคลากรยุคดิจิตอล

เทรนด์ของ HR Tech ที่กำลังมาแรงมากๆ ในช่วงนี้ก็คือ Recruitment Bots ที่ไม่ใช่แค่การนำเอาเทคโนโลยีหรือ Platform เข้ามาปรับใช้กับการทำงานเท่านั้น แต่ความก้าวหน้าก็คือการเริ่มนำเอาเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อทำให้ระบบ Recruitment Bots มีประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง

CR : Unilever UK

หนึ่งในองค์กรที่เริ่มนำเอา Recruitment Bots เข้ามาช่วยงานในองค์กรเป็นรายแรกๆ นั้นต้องยกให้กับยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง Unilever ที่บริหารพนักงานทั่วโลกมากมายถึงกว่า 170,000 คน ในการดูแลแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 400 แบรนด์ นั่นไม่นับถึงความยุ่งยากในขั้นตอนสรรหาพนักงานเหล่านี้ซึ่งการ Recruitment ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญสำหรับองค์กรใหญ่ระดับนี้เลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นทาง Unilever ก็ยังพัฒนาและปรับปรุงระบบ Recruitment Bots ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงนำเอา Platform ที่มีศักยภาพจากหลากหลายแหล่งมาร่วมใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

CR : pymetrics

ปัจจุบันแพลตฟอร์มด้าน HR นั้นมีมากมาย แต่หนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพต่อการทำงานและประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่อง Recruitment Bots นี้ก็คือ Pymetrics ที่มีองค์กรใหญ่ระดับโลกนำไปใช้งานมากมาย อาทิ McDonald’s, Hyatt, หรือแม้แต่ LinkedIn แล้วก็รวมถึงยักษ์ใหญ่ทรงอิทธิพลอย่าง Unilever ด้วยนั่นเอง ซึ่งเจ้า Pymetrics นี้นิยามตัวเองว่าเป็น THE TALENT MATCHING PLATFORM, AI-DRIVEN AND BIAS FREE ที่ไม่เพียงแค่ช่วยสรรหาบุคคลากรที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยคัดสรรคนที่โดดเด่นและมีศักยภาพเพื่อให้เหมาะกับองค์กรได้อีกด้วย โดยระบบวิเคราะห์และจัดการต่างๆ เบื้องต้นนั้นจะดำเนินการด้วย AI ทั้งสิ้น

YouTube :

แพลตฟอร์ม Pymetrics นี้เข้ามาเป็นตัวช่วยในระบบ Recruitment ให้องค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญมันช่วยลดเวลาในการทำงานของฝ่าย HR ลงได้เป็นอย่างมาก ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เจ้าตัว Recruitment Bots นี้นอกจากจะช่วยเข้ามาจัดการข้อมูลต่างๆ ให้เป็นระบบระเบียบแล้ว ในยุคนี้เทคโนโลยี AI ยังมีขีดความสามารถในการช่วยการคัดสรรเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีทีเดียว ซึ่งแพลตฟอร์มตัวนี้รองรับการใช้งานที่ง่ายและสะดวกมากตั้งแต่บนสมาร์ทโฟนไปจนถึงโน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์ต่างๆ ผู้สมัครงานสามารถดีลกับ AI เบื้องต้นได้โดยตรง ตั้งแต่การสอบถามข้อมูลต่างๆ ไปจนถึงการสัมภาษณ์งานเบื้องต้นผ่านการบันทึกเสียงหรือ VDO (Video interviews with face and Voice recognition) ตามคำถามที่ทางฝ่าย HR ได้เซ็ตไว้ นอกจากนี้ AI ก็ยังสามารถช่วยทำการสอบเบื้องต้น ส่งแบบทดสอบกลับไปให้ผู้สมัครทำรวมถึงตรวจคำตอบให้อย่างรวดเร็ว และประเมินผลเบื้องต้นได้ในตัว เป็นการลดขั้นตอนหลายๆ ขั้นตอนให้กับฝ่าย HR ได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ

CR : pymetrics

นอกจากนี้หลังบ้านเองฝ่าย HR ก็ยังสามารถทำงานได้สะดวก จัดสรรข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงดูการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้า AI นี้เพื่อประหยัดเวลาในการดูข้อมูลของพนักงานทั้งหมดได้ด้วย แถมมันยังสามารถช่วยแนะนำหรือเลือกผู้สมัครที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ตามเกณฑ์การคัดกรองที่ฝ่าย HR สามารถกำหนดได้อีกด้วยเช่นกัน เมื่อฝ่าย HR เลือกบุคคลที่ต้องการนัดสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวในรอบสุดท้ายเพื่อการตัดสินใจจ้างงาน เจ้า AI นี้ก็จะทำหน้าที่ติดต่อประสานงานนัดหมายการสัมภาษณ์ให้เสร็จสรรพ รวมถึงแจ้งรายละเอียดต่างๆ แม้กระทั่งวิธีการเดินทางมาบริษัท ไปจนถึงสถานที่จอดรถให้กับผู้ที่เข้ามาสัมภาษณ์ในครั้งนี้ได้ด้วย

The Success Case
  • ในแต่ละปี Unilever ต้องสรรหาและคัดสรรพนักงานทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 30,000 คน/ปี แต่ค่าเฉลี่ยของผู้ที่สมัครเข้าร่วมรับการคัดเลือกทั้งหมดจะอยู่ที่ 1.8 ล้านคน/ปี เลยทีเดียว
  • ค่าเฉลี่ยเดิมที่ Unilever ใช้เวลาในกระบวนการสรรหาและจัดจ้างพนักงาน 1 คน จะอยู่ที่ราวๆ 3 เดือน แต่หลังจากที่มีการนำเอาเทคโนโลยี Recruitment Bots เข้ามาช่วยงานนั้น ทำให้ค่าเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ราว 3 อาทิตย์ (หรือน้อยกว่า) เท่านั้น
  • Pymetrics สามารถช่วย Unilever ทำงานระบบคัดสรรบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสามารถช่วยจัดการผู้สมัครกว่า 280,000 คน ใน 68 ประเทศทั่วโลก กับการใช้ภาษาต่างกันกว่า 15 ภาษา ซึ่งทำให้ ลดเวลาในกระบวนการสรรหาและจัดจ้างลงได้กว่า 75% จากเวลาเดิมที่ใช้เลยทีเดียว
  • เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้ Unilever ประหยัดงบประมาณในการบวนการสรรหาและจัดจ้างลงไปกว่า 25% อีกด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก (References)

การทำงานที่มีประสิทธิภาพของแพลตฟร์อมนี้ยังช่วยให้ทาง Unilever ประหยัดเวลาขึ้นมาก ค่าเฉลี่ยจากเดิมที่ต้องใช้เวลาสรรหาและคัดเลือกพนักงานแต่ละคนยาวนานกว่า 1 เดือนครึ่ง ก็ลดเวลาลงเหลือเพียง 3 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้นเท่านั้น ซึ่งมันลดเวลาลงได้กว่าครึ่งเลยทีเดียว แถมยังไม่ต้องยุ่งยากในการจัดการกับเอกสารเหมือนแต่ก่อน ลดกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ลงได้อีกด้วย

CR : CVC

ที่สำคัญมันปรหยัดงบประมาณในการสรรหาได้มากทีเดียว แล้วประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างก็คือองค์กรสามารถบริหารจัดการข้อมูลในแบบ Big Data ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีฐานข้อมูลผู้สมัครที่มีศักยภาพมากมาย จัดระเบียบข้อมูลได้อย่างยอดเยี่ยม และเรียกข้อมูลต่างๆ มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว

CR : pymetrics

แล้วอีกหนึ่งหัวใจที่สำคัญมากๆ ซึ่ง Pymetrics ชูเป็นจุดขายด้วยก็คือ Bias-free Algorithms ที่เจ้า AI นี้จะมีความเที่ยงตรง ไม่โน้มเอียง ไม่ใช้อารมณ์ และไม่มีอคติกับผู้สมัครด้วยปัจจัยด้านต่างๆ เหมือนกับทำการคัดเลือกโดยมนุษย์ ซึ่งอัลกอริทึมนี้ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมจนทำให้ AI สามารถประมวลผลเบื้อต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันของผู้สมัครทุกคน และคัดสรรจากศักยภาพรวมถึงข้อมูลของผู้สมัครจริงๆ โดยปราศจากอคติใดๆ ซึ่งนั่นทำให้องค์กรมีความเป็นกลาง ยุติธรรม และสรรหาบุคลากรได้อย่างเที่ยงธรรมด้วยนั่นเอง

 

HR Note Asia