|
HIGHLIGHT
|

ศตวรรษที่ 21 เป็นศตวรรษที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลรวมถึงการปฎิวัติในวิชาชีพที่เรียกว่า Career Disruption ด้วย ซึ่งทำให้หลายต่อหลายสิ่งในระบบการทำงานเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่มีผลสำคัญในเรื่องนี้มีอยู่ 3 ปัจจัยหลักได้แก่
1. เรื่องของเทคโนโลยี ตลอดจนนวัตกรรมสมัยใหม่มากมายที่เข้ามามีบทบาทในการทำงานทุกอุตสาหกรรมมากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงาน ระบบการทำงาน ตลอดจนกำลังคนในการทำงาน
2. พฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ สิ่งที่มีผลต่อการปฎิวัติวิชาชีพอีกอย่างก็คือพฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ ที่สนใจงานด้านนวัตกรรม เบื่อกับงานรูปแบบเดิมๆ ตลอดจนรักอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ชอบการทำงานที่อยู่ในระบบแบบเก่า ต้องการอยากที่จะเป็นพนักงานฟรีแลนซ์มากกว่าการเป็นพนักงานประจำ สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรต้องเปลี่ยนตัวตามกระแสด้วย
3. ปัจจัยของการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ต้องยอมรับว่าธุรกิจปัจจุบันมีสิ่งน่าสนใจที่เกิดขึ้นใหม่มากมาย การแข่งขันก็สูงไปด้วย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อการแข่งขันที่สูง การเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งก็เพื่อสอดรับการตลาดและผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่น ผู้บริโภคยุคนี้หันมาซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น ธุรกิจค้าปลีก ตลอดจนการทำ Digital Marketing จึงต้องปรับตัวตาม เป็นต้น และนั่นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวิชาชีพไปด้วยในตัว ตลาดงานที่เกี่ยวกับดิจิตอลก็จะมีความต้องการมากขึ้น ในขณะที่ตลาดงานรูปแบบเดิมๆ ก็จะเริ่มล้มหายตายจากไป

12 Keyword เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ HR ยุคดิจิทัลควรรู้จักในศตวรรษที่ 21
ในยุคดิจิตอลนี้มีหลากหลายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลตลอดจนธุรกิจและองค์กรจะต้องพบเจอในโลกยุคดิจิตอลนี้ ซึ่งมีประเด็นต่างๆ มากมายเกิดขึ้นมากมาย เราลองรวบรวม 12 ประเด็นน่าสนใจที่ Digital HR ควรใส่ใจมาไว้ให้ได้รู้กันดังนี้
1. Disruption
คำว่า Disruption ถือเป็นคำที่มาแรงและโดดเด่นในศตวรรษนี้มาก และเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรทุกภาคธุรกิจและทุกระดับ ตามความหมายของมันก็แปลว่าการปฎิวัติสิ่งต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงไปในอีกวิถีทางใหม่ ในแวดวงการทำงานนั้นเราจะเห็นคำนี้บ่อยๆ ก็อย่างเช่น Career Disruption การปฎิวัติทางอาชีพ, Digital Disruption การปฎิวัติทางดิจิตอล, ไปจนถึง HR Disruption การปฎิวัติในแวดวงทรัพยากรมนุษย์นั่นเอง สิ่งที่ต้องรู้ไว้คือคำนี้จะเริ่มนำมาใช้ในสายงานต่างๆ ตลอดจนแวดวงต่างๆ มากขึ้น เพราะมันสามารถอธิการการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ได้อย่างเห็นภาพและเข้าใจมากที่สุด
2. Digital Transformation
คำนี้ก็คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิตอลหรือยุคดิจิตอลนั่นเอง ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว เทคโนโลยีต่างๆ ต่างก็มีประโยชน์กับการทำงานไม่ว่าจะธุรกิจไหน รูปแบบใดก็ได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับการประยุกต์นำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไรกับองค์กรตลอดจนธุรกิจ
3. SMAC
คำนี้ย่อมาจาก S-Social หรือสังคมไปจนกระทั่งสื่อสังคม, M-Media หรือสื่อต่างๆ, A-Analytics หรือการวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ และ C-Cloud Computing การทำงานและการคำนวนบนระบบคลาวด์ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลาง คำนี้จะต้องบูรณาการให้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ได้รวดเร็ว แม่นยำ ตลอดจนสื่อสารได้มีประสิทธิภาพ และมีฐานข้อมูลกลางในการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
4. Big Data
ไม่ว่ามองไปทางไหน องค์กรระดับใดก็มีแต่คนพูดถึงเรื่อง Big Data ทั้งการที่จะจัดเก็บระบบขององค์กรตัวเองในรูปแบบ Big Data ที่เชื่อมโยงสู่งกัน, การเชื่อมโยงสู่ Big Data ฐานข้อมูลคนอื่นและมีการใช้งานร่วมกัน, ตลอดจนการแบ่งปันหรือนำ Big Data ของตนมาทำธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลอันมหาศาลเหล่านี้ต่างก็มีประโยชน์ต่อธุรกิจในทุกองค์กร เป็นข้อมูลผู้บริโภคที่ใช้ร่วมกัน และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก แล้วฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เองก็เป็นฝ่ายหลักที่ต้องทำงานกับ Big Data ของบุคลากรบริษัทอีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยเข้ามาทำให้การคำนวณตลอดจนการจัดเก็บ Big Data มีประสิทธิภาพนั่นเอง
5. Digital workplace
การทำงานรูปแบบใหม่โดยอาศัยการทำงานผ่านเครื่องมือดิจิตอลร่วมกัน เช่น ระบบ Cloud System ที่ทุกองค์กรสามารถมาเชื่อมต่อข้อมูลและใช้งานร่วมกันได้ หรือแม้แต่ Social Media ที่ถือเป็น Digital Workplace ทั้งส่วนบุคคลและส่วนทางการขององค์กรต่างๆ ในการทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิตอลนั่นเอง
6. Agile HR
ยุคนี้เรามักเจอคำแนวความคิดที่ว่า HR Go Agile อยู่บ่อยๆ แนวความคิดนี้ก็คือการปรับเปลี่ยน HR ให้มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ว่องไว เป็นฝ่ายรุก มากกว่าฝ่ายรับ มีกลยุทธ์ในการลุยไปข้างหน้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งฝ่าย HR ในยุคนี้เป็นฝ่ายที่น่าจะมีการปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดที่สุด และ Career Disruption เกิดขึ้นกับสายงานนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุดด้วย อีกด้านของแนวความคิดนี้ก็คือการทำงานที่ไม่ต้องจำกัดรูปแบบหรือขั้นตอนเดิมๆ เพื่อให้การทำงานรวดเร็ว ว่องไว มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง ถ้าหากพูดในอีกแง่หนึ่งก็คือความยืดหยุ่นคล่องตัวของการทำงานบริหารงานบุคคลนั่นเอง
7. HR 4.0
ในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ Globalization 4.0 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 ฝ่าย HR เองก็มีเป้าหมายในการพัฒนาตนเองให้ก้าวเข้าสู่ HR 4.0 เช่นกัน ซึ่งเป็นการทำงานที่นำเอาดิจิตอลตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับฝ่าย HR นั่นเอง ตลอดจนประยุกต์การทำงานของฝ่าย HR ให้มีความทันสมัยบริหารบุคคลแบบยุคใหม่ ตลอดจนมีกลยุทธ์ในการทำงานที่สอดคล้องกับยุคดิจิตอลอีกด้วย
8. HR Tech
แผนกทรัพยากรบุคคลเป็นอีกฝ่ายหนึ่งที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีรูปแบบใหม่เพื่อนำมาใช้กับการบริหารองค์กรเป็นจำนวนมาก ซึ่ง HR Tech ก็คือเหล่าเทคโนโลยีตลอดจนนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับงานบริหารทรัพยากรบุคคลนั่นเอง HR Tech นี้ก็มีตั้งแต่การเขียนโปรแกรมต่างๆ ไปจนถึงการสร้าง App ที่ช่วยให้เป็นประโยชน์กับการทำงานของฝ่าย HR และกับบุคคลกรบริษัท อย่างเช่น App ตอกบัตรเข้า-ออกงานผ่านระบบออนไลน์, App เบิกเงินเดือนล่วงหน้า, Payroll App สำหรับคำนวนระบบเงินเดือนของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
9.Remote Working
สิ่งที่ระบบการทำงานยุคดิจิตอลกำลังได้รับความนิยมนี้ก็คือการทำงานแบบ Remote Working หรือการทำงานจากที่ไหนก็ได้บนโลก ขอให้ได้งานให้กับบริษัท ไม่มีปัญหาใดๆ ในผลลัพธ์หรืองานที่ส่ง โดยที่บุคลากรสามารถทำงานเมื่อใดก็ได้ และที่ใดก็ได้บนโลกนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นการทำงานระบบใหม่ที่สอดคล้องกับการทำงานยุคดิจิตอลที่ผู้คนเข้าถึงฐานข้อมูลกลางร่วมกันได้จากที่ไหนก็ได้ของโลก ตลอดจนพฤติกรรมการทำงานของคนยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ไม่ชอบทำงานประจำ เข้าออฟฟิศตามระบบ โดยฝ่าย HR จะต้องปรับโครงสร้างตลอดจนการทำงานของบุคคลากรในรูปแบบนี้เพื่อรองรับระบบการทำงานรูปแบบใหม่นี้ด้วย
10. AI and IOT (Internet of Things)
AI – Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ และ IOT – Internet of Things หรืออินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง นี้ไม่ใช่เป็นคำที่อยู่ในเฉพาะแวดวงเทคโนโลยีสารสนเทศอีกต่อไป แต่มันกำลังเข้าสู่วิถีชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ตลอดจนเข้ามาสู่วิถีชีวิตของการทำงานในทุกระดับด้วยเช่นกัน เราต้องทำความรู้จักกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการทำงความรู้จักวิถี IOT ที่ต้องเชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ตหรือโลกดิจิตอลเพื่อประโยชน์ในการทำงานตลอดจนการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา หลายองค์กรนำเอา AI มาทำงานแทนที่คนกันแล้ว และนั่นก็เป็นหน้าที่ของฝ่าย HR ยุคดิจิตอลแล้วล่ะว่าจะทำงานกับระบบบุคลากรปัญญาประดิษฐ์นี้อย่างไร
11. Social Recruitment & HR Marketing
คำนี้ฝ่าย HR ทุกคนน่าจะเริ่มรู้จักและปรับตัวจนคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่ขึ้นชื่อว่าเทคโนโลยีแล้วย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วว่องไวอยู่เสมอ ดังนั้นฝ่าย HR ควรพัฒนาตนเองในการสรรหาบุคคลารรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับดิจิตอลรูปแบบต่างๆ ตลอดจนหาบุคลากรที่มีวิถีการทำงานที่เข้ากับการทำงานรูปแบบใหม่ด้วย ทั้งนี้ในยุคดิจิตอลนี้ต่างก็มีงานเกิดขึ้นมากมาย อาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกเพียบเช่นกัน ซึ่งฝ่าย HR ก็ควรต้องทำความรู้จัก คุ้นเคย และปรับตัวสู่งการทำงานในระบบแห่งอนาคคตนี้ด้วยเช่นกัน
12. Learning
คำคลาสสิกนี้กำลังกลับมามีบทบาทอีกครั้งในทุกโลกธุรกิจตลอดจนโลกยุคดิจิตอล เพราะการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วว่องไวนั้นยังนำมาสู่การเรียนรู้ที่หลากหลายไม่มีขอบเขตจำกัด และไม่รู้จบ ยุคนี้มีการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานเองก็ตาม หรือเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างอื่น ตลอดจนเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อทักษะใหม่ในอนาคต การเรียนรู้นี้ไม่มีวันสิ้นสุด และไม่มีวันจำกัดในเรื่องใดๆ ทุกคนบนโลกนี้ควรที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อก้าวตามโลกให้ทัน ตลอดจนการเรียนรู้นี่แหละที่จะสร้างบุคลากรให้เป็นคนสร้างสรรค์ผลงานตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาบนโลกได้เช่นกัน สำหรับคำว่า Learning ในวงการ HR นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากเพราะนี่คือการพัฒนาบุคลากรอย่างหนึ่ง HR ควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ตั้งแต่การหมั่นฝึกฝนพัฒนาทักษะในการทำงานให้กับบุคคลากร ตลอดจนจัดหาแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อเป็นช่องทางการเรียนรู้เพิ่มเติมให้กับบุคลากรในองค์กรอีกด้วย
บทสรุป

เราไม่สามารถหยุดการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่เราสามารถที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวตามโลกให้ทันได้ ดังนั้นบุคลากรทุกคนจึงไม่ควรหยุดพัฒนาตนเองเพื่อให้กลายเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพตลอดจนมีประสิทธิภาพสำหรับองค์กรหรือการทำงานในยุคใหม่ ตัวองค์กรเองก็มีการปรับตัวเช่นกัน ในการทำธุรกิจตลอดจนทำงานต่างๆ ที่นำเอาเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องมากขึ้น ปรับระบบการทำงานใหม่ ตลอดจนปรับการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุคใหม่ด้วย ซึ่งการเกิด Digital Disruptionยุคนี้มีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย หากมองในแง่บวกแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานให้มีประสิทธิภาพทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเราต้องหันกลับมามองตนเองด้วยว่าแล้วเราควรจะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพอย่างไรให้สอดคล้องกับโลกการทำงานยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่งเสมอ
