Search
Close this search box.

สรุปทุกเรื่องที่ HR ต้องรู้จากงาน JCI Thailand TOYP: Powered by AI, Defined by Humanity

JCI Thailand TOYP:

คนรุ่นใหม่ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ด้วยความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ หลายคนสามารถสร้างผลงานที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ทั้งการพัฒนาธุรกิจ การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา ตลอดจนการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ยิ่งปัจจุบันมี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คนรุ่นใหม่ก็ยิ่งมีโอกาสนำความรู้และความสามารถมาต่อยอดได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ยังต้องอาศัยวิจารณญาณ ความรับผิดชอบ และความเข้าใจต่อปัญหาที่ต้องการแก้ไขควบคู่กันไป

ด้วยเหตุนี้ JCI Thailand จึงนำแนวคิด “Powered by AI, Defined by Humanity” มาเป็นหัวใจสำคัญของงาน 2026 JCI Thailand TOYP (Ten Outstanding Young Persons) งานที่ไม่เพียงมุ่งเชิดชูคนรุ่นใหม่ที่สร้างผลงานโดดเด่นและทำคุณประโยชน์ต่อสังคมในหลากหลายสาขา แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ประสบการณ์ แนวคิด และเส้นทางความสำเร็จของบุคคลเหล่านี้ รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ท่ามกลางความก้าวหน้าของ AI ที่กำลังส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก

หากใครพลาดงานนี้ไป HREX สรุปสาระสำคัญมาให้ได้อ่านกันแล้ว ที่นี่

Human Intelligence: เมื่อความเข้าใจมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม AI

JCI Thailand TOYP:

การเสวนาหัวข้อนี้ได้รวมตัวนักพัฒนานวัตกรรมคนเก่งจาก 4 แวดวง มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้เครื่องมือล้ำสมัยแก้ปัญหาสังคมและต่อยอดธุรกิจ ประกอบด้วย

สิ่งที่ Speaker แต่ละคนเห็นตรงกันก็คือ จุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งที่สุดของการสร้างนวัตกรรมคือการมองให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงก่อน โดยคุณกลย์ธัชเสนอแนวคิดว่าโอกาสทางธุรกิจจำนวนมากมักซ่อนอยู่ในเรื่องกวนใจที่ผู้คนต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า การทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานจึงต้องมาก่อนการลงมือสร้างสิ่งใหม่เสมอ

“ทุกๆ ปัญหา มีโอกาสซ่อนอยู่ แค่หาปัญหาที่มันฟิตกับ Market ฟิตกับตัวเราเอง และฟิตกับกลุ่มลูกค้าจริง ๆ Solution ที่เราทำไม่ได้สำคัญเท่ากับกลุ่มคนใช้งาน”

มุมมองนี้ไปทิศทางเดียวกับคุณอนัญญาที่ริเริ่มพัฒนาเครื่องมือจัดการเอกสารบัญชีและภาษีจากความปวดหัวที่เธอเอง รวมถึงผู้ประกอบการหลายคนต้องเจอจากการเก็บข้อมูลเอกสารและการยื่นภาษี เธอจึงสร้างแพลตฟอร์ม Paypers ขึ้นมา และใช้เวลาช่วงทดลองตลาดพิสูจน์ว่า หากมีผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด จะสร้างความไว้วางใจได้ดี และนำมาซึ่งการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

เมื่อระบุปัญหาได้ชัดเจนแล้ว AI จึงค่อยเข้ามาทำหน้าที่เป็นเครื่องมือต่อยอดองค์ความรู้ของมนุษย์ อย่างกรณีของคุณกลย์ธัชที่นำระบบประมวลผลมาวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม จากเดิมที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ก็สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทั้งด้านการเกษตรและความมั่นคงได้รวดเร็วขึ้น

ทางด้านคุณพชรพลก็นำเทคโนโลยีนี้มาดูแลความปลอดภัยของผู้สูงอายุ โดยพัฒนาอุปกรณ์วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวเพื่อประเมินความเสี่ยงและแจ้งเตือนก่อนการหกล้มล่วงหน้า เขาตั้งคำถามชวนคิดว่า ทำไมต้องรอให้ล้มก่อนแล้วค่อยแจ้งเตือน ?

“จะดีกว่าไหมหากเราสามารถวิเคราะห์รูปแบบข้อมูล เพื่อคาดการณ์และแจ้งเตือนความเสี่ยงได้ล่วงหน้าก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นจริง ?”

นวัตกรรมเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปัญญาประดิษฐ์ช่วยเบาแรงและเปิดขอบเขตให้มนุษย์แก้ปัญหาที่เคยทำได้ยากให้กลายเป็นจริง
ถึงแม้ความสามารถในการประมวลผลของเครื่องมือจะรวดเร็วเพียงใด แต่ทุกคนยืนยันว่ายังคงต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางและวิจารณญาณของมนุษย์ในการตรวจสอบความถูกต้อง โดยเฉพาะกับงานที่ความผิดพลาดอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตหรือความเสียหายทางธุรกิจ

คุณอมรพัฐอธิบายถึงการแพทย์แบบจำเพาะบุคคล (Precision Medicine) ว่าแม้ระบบจะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจวางแผนรักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น ข้อมูลที่นำมาป้อนนั้นจำเป็นต้องผ่านการคัดกรองและมีหลักฐานทางวิชาการรองรับอย่างเข้มงวด

“Content คือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเสรี แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการแยกแยะว่า AI Agent ตัวไหนสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุดต่างหาก”

เช่นเดียวกับงานบัญชีและภาษีที่คุณอนัญญาย้ำว่าต้องอาศัยความเข้าใจข้อกฎหมายอย่างละเอียดลึกซึ้ง การเขียนโปรแกรมให้ออกเอกสารได้ไม่ได้แปลว่าจะถูกต้องตามระเบียบของสรรพากรเสมอไป

ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ผลักดันให้นวัตกรรมเกิดขึ้นจริงคือการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันระหว่างผู้คนต่างสาขาอาชีพ คุณพชรพลแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะนักศึกษาที่ยังมีข้อจำกัดด้านทักษะทางเทคนิค โครงการของเขาสามารถไปถึงเวทีระดับนานาชาติได้เพราะได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาและการมีเพื่อนร่วมทีมที่พร้อมแก้ปัญหาไปด้วยกัน

ประเด็นนี้ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นเมื่อคุณอมรพัฐได้เสนอความช่วยเหลือด้านข้อมูลทางการแพทย์และการเชื่อมต่อกับกลุ่มตัวอย่างเพื่อสนับสนุนโปรเจกต์ของคุณพชรพลกลางเวทีเสวนา

การแบ่งปันความรู้ข้ามสายงานจึงเป็นการเติมเต็มทรัพยากรและช่วยติดปีกให้นวัตกรรมเติบโตไปได้ไกลกว่าการทำงานเพียงลำพัง

ท้ายที่สุดเมื่อผู้ร่วมเสวนาทั้งสี่ท่านได้รับคำถามว่าหากย้อนเวลากลับไปเริ่มต้นเส้นทางของตัวเองได้อีกครั้งจะให้ความสำคัญกับสิ่งใด ? คำตอบที่ได้กลับมา น่าสนใจว่าไม่มีเรื่องของเทคโนโลยีล้ำยุคเข้ามาเกี่ยวข้องเลย

คุณกลย์ธัชเลือกที่จะมองหาปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แต่ทุกคนต่างให้น้ำหนักกับรากฐานของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาปัญหาที่แท้จริง การลงมือทำด้วยความสุข การสร้างทีมที่แข็งแกร่ง และการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญอุปสรรค

คำตอบเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า Human Intelligence คือเข็มทิศคอยกำหนดทิศทางให้เทคโนโลยีเดินหน้าอย่างถูกต้อง มนุษย์ยังคงต้องเป็นผู้ตั้งคำถาม กำหนดเป้าหมาย และตัดสินใจว่าจะใช้ความชาญฉลาดของเครื่องมือเหล่านี้ไปสร้างประโยชน์ให้ผู้คนได้อย่างไร ความสำเร็จของนวัตกรรมจึงวัดกันที่ความสามารถในการแก้ปัญหาให้มนุษย์ มากกว่าการอวดอ้างความเก่งกาจของระบบคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

 

Human Resilience: องค์กรจะก้าวผ่านวิกฤตได้อย่างไร เมื่อความเข้มแข็งเริ่มต้นจากคน

JCI Thailand TOYP:

ใน Session ที่ 2 ของงานได้ 2ผู้ร่วมเสวนาที่น่าสนใจจากต่างแวดวงมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการรับมือวิกฤต การปรับตัว และการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้คน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม ได้แก่

เมื่อพูดถึงแบรนด์กระเป๋าผ้าสัญชาติไทยอย่าง NaRaYa หลายคนอาจนึกถึงความเป็นแบรนด์ของฝากยอดฮิตสำหรับชาวต่างชาติ แต่ย้อนกลับไป ธุรกิจที่เดินทางมายาวนานกว่า 37 ปีแห่งนี้เริ่มต้นจากจักรเย็บผ้าเพียง 15 เครื่อง จนขยายตัวกลายเป็นเครือข่ายช่างฝีมือกว่า 6,000 ครอบครัวทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม คุณพศินเล่าว่าบททดสอบครั้งใหญ่ขององค์กรมาถึงเมื่อโรคโควิด-19 แพร่ระบาดและยังทำให้ผู้คนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดนได้ ธุรกิจที่พึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลักจึงต้องเร่งปรับกระบวนทัพใหม่ เขานำทีมพลิกโฉมสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานจริงมากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าชาวไทยขยับเพิ่มขึ้นเป็น 40%

“แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะพุ่งสูงขึ้นตามความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทางแบรนด์ก็ยังยืนหยัดที่จะผลิตสินค้าภายในประเทศเพื่อดูแลเครือข่ายชุมชนที่เติบโตมาด้วยกันต่อไป”

เคล็ดลับการก้าวผ่านวิกฤตของ NaRaYa ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนกลยุทธ์การขาย ทางแบรนด์ให้ความสำคัญกับการติดอาวุธทางปัญญาแก่ช่างฝีมือมาโดยตลอด ด้วยการถ่ายทอดความรู้ด้านการเงิน โลจิสติกส์ และการบริหารธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อให้ทุกครอบครัวยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

แนวคิดนี้ผลิดอกออกผลชัดเจนในช่วงที่คำสั่งซื้อจากแบรนด์หยุดชะงัก ช่างฝีมือจำนวนมากนำทักษะเหล่านั้นไปต่อยอดผลิตหน้ากากอนามัยและเสื้อผ้าขายเพื่อหารายได้ทดแทน

“สิ่งที่ทางเราทำคือการสนับสนุนชุมชนของเรา และมันพิสูจน์ให้เราเห็นว่าเขาสามารถยืนหยัด อยู่ต่อด้วยตัวเองได้” คุณพศินกล่าวด้วยความภูมิใจ

ตัดภาพมาที่การบริหารงานเมืองหลวง คุณนริศราได้แบ่งปันมุมมองการสร้างความเข้มแข็งผ่านการทำงานร่วมกับทีมผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทีมงานชุดนี้มีความน่าสนใจตรงที่เกิดจากการรวมตัวของคนหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งสายวิชาการ ภาคประชาสังคม และคนทำงานสื่อ โดยไม่ได้มีรากฐานจากการเป็นนักการเมืองอาชีพ

ความหลากหลายนี้นำไปสู่การตั้งคำถามกับกรอบการทำงานเดิม ๆ และกล้าทดลองวิธีใหม่เพื่อดึงดูดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น แคมเปญหาเสียงแบบไร้ป้ายที่ทำให้ทีมงานต้องรีดเค้นความคิดสร้างสรรค์ออกมาสื่อสารกับสังคมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกเหนือจากการคิดค้นแคมเปญใหม่ ๆ เป้าหมายสูงสุดของการทำงานเพื่อสังคมคือการวางระบบงานที่แข็งแรงพอจะส่งไม้ต่อให้คนรุ่นถัดไป โดยคุณนริศราหยิบยกประโยคเตือนใจที่มักใช้คุยกันในทีมเสมอมาแบ่งปันว่า

“การบริหารเมืองหลวงหรือองค์กรขนาดใหญ่ไม่ควรผูกติดชะตากรรมไว้กับความเก่งกาจของใครคนใดคนหนึ่ง… ผู้นำที่แท้จริงต้องตระหนักว่าตัวเองไม่อาจอยู่ในตำแหน่งได้ตลอดกาล หน้าที่สำคัญจึงเป็นการวางรากฐานการทำงานที่ดี ถ่ายทอดความรู้ให้ทีมงาน และเปิดทางให้ผู้มารับช่วงต่อสามารถหยิบจับระบบเหล่านี้ไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น”

“เราไม่ได้สำคัญขนาดนั้น โลกนี้ขาดเราได้”

ถึงแม้บริบทการทำงานของทั้งคู่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จุดร่วมที่เชื่อมโยงแนวคิดของทั้งคู่เข้าด้วยกันคือความเชื่อมั่นว่า องค์กรจะเข้มแข็งได้ต้องไม่พึ่งพาผู้นำเพียงคนเดียว การมอบทักษะชีวิตให้ชุมชนเพื่อเอาตัวรอดในยามวิกฤต หรือการสร้างระบบงานราชการให้สานต่อได้เมื่อเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร ล้วนเป็นนิยามของ Human Resilience ที่ขยายภาพกว้างออกไปมากกว่าความแข็งแกร่งส่วนบุคคล

การเปิดโอกาสให้บุคลากรเติบโตและสร้างระบบการทำงานที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง คือหลักประกันที่ดีที่สุดที่ช่วยให้องค์กรพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ แม้ในวันที่ผู้นำคนเดิมไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดนั้นแล้วก็ตาม

 

Human Inclusion: เมื่อ AI ทำให้คนเก่งขึ้นได้ด้วยตัวเอง แล้วเราจะเติบโตไปด้วยกันได้อย่างไร?

JCI Thailand TOYP:

ใน Session สุดท้ายของงาน ได้ผู้ร่วมเสวนาทั้ง 4 คนจากหลากหลายแวดวงมาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเปิดรับความแตกต่าง การสร้างโอกาส และความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ท่ามกลางความก้าวหน้าของ AI ที่กำลังเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตและทำงานของผู้คนได้แก่

  • คุณ ธนพงศ์ งานรุ่งเรือง ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส การพลิกโฉมและกลยุทธ์การดำเนินงาน AIA ประเทศไทย
  • คุณ นภสินธุ์ ปิยะสินธ์ชาติ ผู้ร่วมก่อตั้ง “มาหาลัยทำ” และที่ปรึกษาธุรกิจ
  • คุณ หฤษฎ์ หัตถวงษ์ Co-founder / Managing Director บริษัท อินโนเวเตอร์ส จำกัด
  • คุณ ชนากานต์ ขจรเสรี CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Mindventure

ทั้ง 4 ท่านมองว่า แม้เครื่องมืออัจฉริยะจะขยายขีดความสามารถของมนุษย์ได้มหาศาล แต่มันก็สร้างช่องว่างความเหลื่อมล้ำรูปแบบใหม่ขึ้นมาพร้อมกัน

คุณธนพงศ์ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนที่นำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาระบบจะทิ้งห่างคนที่ใช้ไม่เป็นอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น คุณนภสินธุ์ยังขยายภาพให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างพื้นฐาน โดยยกตัวอย่างชุมชนบนพื้นที่สูงที่ยังขาดแคลนไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต

แต่ท่ามกลางอุปสรรคเหล่านั้นกลับมีครูบนดอยที่ยอมเดินทางลงมาหาสัญญาณเพื่อใช้โปรแกรมสร้างสื่อการเรียนการสอนนำกลับไปให้เด็ก ๆ เรื่องราวนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า แม้เทคโนโลยีจะมีศักยภาพมากเพียงใด มนุษย์ต่างหากคือฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยเชื่อมต่อโอกาสเหล่านั้นไปสู่คนที่เข้าไม่ถึง

เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว คุณหฤษฎ์เสนอว่าทักษะสำคัญที่เราต้องลับให้คมคือความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) เพราะเราต้องรู้เท่าทันเครื่องมือและประเมินความถูกต้องของข้อมูลเสมอ

นอกจากนี้ การทำความเข้าใจมนุษย์ยังเป็นรากฐานสำคัญของการทำธุรกิจ การนำแนวคิด Human Inclusion มาใช้จึงไม่ใช่เรื่องของการกุศลเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่นการทำแพลตฟอร์มส่งอาหารที่ต้องรักษาสมดุลความต้องการของลูกค้า ร้านค้า และไรเดอร์ไปพร้อมกัน หากมุ่งแต่กอบโกยผลกำไรโดยละทิ้งความสัมพันธ์ ธุรกิจย่อมไม่อาจอยู่รอดได้ในระยะยาว

“เราต้องมองว่าเราทำ Value ให้กับ Human First แล้วหลังจากนั้น Profit มันจะกลับมาหาเราเอง”

นอกจากการแข่งขันทางธุรกิจแล้ว การสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจก็เป็นเรื่องละทิ้งไม่ได้ คุณชนากานต์อธิบายว่าถึงแม้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะสามารถให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้ดีระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพใจอย่างยั่งยืนต้องอาศัยการฝึกฝนตนเองและการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ด้วย

เธอกระตุ้นให้ทุกคนลองสังเกตวิธีที่ตนเองใช้พูดคุยกับตัวเองในวันที่ทำผิดพลาดหรือรู้สึกท้อแท้ การฝึกเมตตาต่อตัวเองและยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงจากภายใน ก่อนที่เราจะนำความเข้มแข็งนั้นไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและคอยสนับสนุนผู้คนรอบข้างต่อไป

บ่อยครั้งเกิดคำถามว่าเราต้องรอให้ร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จสูงสุดก่อนหรือไม่จึงจะช่วยเหลือสังคมได้ ผู้ร่วมเสวนามองประเด็นนี้ว่าต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจเลือกทำงานองค์กรเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินแล้วแบ่งเวลาไปทำจิตอาสา ขณะที่บางคนอาจพร้อมกระโดดลงมาทำธุรกิจเพื่อสังคมเต็มตัว สิ่งสำคัญคือการจัดลำดับความสำคัญให้สอดคล้องกับจังหวะชีวิตของตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลังที่ไหวโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง

“การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเส้นชัย ทุกคนสามารถหยิบยื่นน้ำใจให้กันได้ทันทีตามข้อจำกัดและบริบทที่ตัวเองมี”

ช่วงท้ายของการเสวนา ทุกท่านได้รับคำถามชวนคิดว่า หากวันหนึ่งต้องวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ อยากให้ผู้คนเดินมากล่าวขอบคุณในเรื่องใด คำตอบที่ได้รับล้วนมุ่งไปที่การส่งต่อคุณค่าให้เพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ใครสักคนได้ลองทำสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ การดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมา การช่วยให้ผู้อื่นยืนหยัดด้วยตัวเอง ไปจนถึงการเปลี่ยนมุมมองเป็นฝ่ายขอบคุณคนรอบข้างที่คอยสนับสนุนมาโดยตลอด

บทสนทนาทั้งหมดนี้ตอกย้ำแก่นแท้ของ Human Inclusion ได้อย่างงดงามว่า เทคโนโลยีอาจช่วยให้เราวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดว่าเราก้าวไปได้ไกลแค่ไหนเพียงลำพัง แต่วัดจากการที่เราจับมือพาผู้คนรอบข้างให้เติบโตไปด้วยกันได้มากเพียงใด

ผู้เขียน

Picture of Paranaphat Anui

Paranaphat Anui

Take Off Toward a Dream

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประเภท

บทความใหม่

Most Popular

Today
นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ เพื่อจดจำการเข้าชมครั้งก่อน และช่วยให้เราทราบว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่คุณสนใจและใช้งานบ่อย โดยสามารถอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ได้