
ท่ามกลางสมรภูมิการแย่งชิงบุคลากรในโลกการทำงานยุคใหม่ คนเก่งไม่ได้แค่ต้องการทำงานในองค์กรที่ให้เงินเดือนสูงเท่านั้น แต่พวกเขามองหาองค์กรที่ให้ความเคารพ และให้พื้นที่ในการเป็นตัวของตัวเองด้วย
สำหรับ Forvis Mazars คือหนึ่งในองค์กรต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลโดยมีพนักงานเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง คือกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน การันตีด้วยรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ซึ่งได้รับมาหลายปีติดต่อกัน
อะไรคือเบื้องหลังกลยุทธ์ที่ทำให้พนักงานทุกช่วงวัยรู้สึกมีส่วนร่วม ? และในวันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ผู้นำด้านคนควรมีหลักการอย่างไรเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ให้มั่นคง ? มาหาคำตอบผ่านมุมมองของคุณ รัตติกรณ์ ศักดิ์ศรีสถาพร HR Director แห่ง Forvis Mazars ในบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย
Contents
- ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน
- ที่ Forvis Mazars มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
- Forvis Mazars ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กร คือความท้าทายของทุกองค์กร ไว้อย่างไร ?
- Forvis Mazars แก้ปัญหาขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?
- เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ?
- หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Forvis Mazars ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?
ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน

รัตติกรณ์: สำหรับดิฉัน การเป็นหนึ่งในองค์กรที่น่าทำงานที่สุด ไม่ได้หมายถึงการมีโครงการหรือสวัสดิการจำนวนมากที่สุด แต่หมายถึงความรู้สึกที่แท้จริงของพนักงานในแต่ละวัน คนทำงานรู้สึกได้รับความเคารพ ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจในที่ทำงาน พวกเขาเข้าใจสิ่งที่องค์กรคาดหวัง และรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจากผู้นำและเพื่อนร่วมงาน
เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีคนรับฟัง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่อพวกเขา ความผูกพันและความทุ่มเทต่อองค์กรก็จะเกิดขึ้น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งนี้เองที่สะท้อนถึงความเป็นสถานที่ทำงานที่ดีในยุคปัจจุบันค่ะ
ที่ Forvis Mazars มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
รัตติกรณ์: จริงๆ แล้วเทคโนโลยีมีไว้ช่วยให้งานเบาลงและเร็วขึ้น ไม่ได้มีไว้มาทำงานแทนคน โดยเฉพาะงานของ Forvis Mazars ที่เป็นเรื่องตรวจสอบบัญชี ภาษี หรือที่ปรึกษาธุรกิจ งานพวกนี้ยังต้องใช้การตัดสินใจที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความเชื่อใจระหว่างกันสูงมาก ซึ่งหุ่นยนต์ทำแทนไม่ได้ เทคโนโลยีเลยเข้ามาทำหน้าที่จัดการงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรือขั้นตอนจุกจิกแทน เพื่อให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสงานที่สำคัญกว่า และทำงานได้ยืดหยุ่นขึ้น
นอกจากเรื่องเครื่องมือแล้ว เรายังเน้นเรื่องการเตรียมความพร้อมพนักงาน ทุกครั้งที่จะเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ เราจะมีการอบรมให้พนักงานก่อนเสมอ เพราะเราอยากให้เขามั่นใจและรู้สึกว่ามีคนคอยซัพพอร์ต ไม่ใช่รู้สึกว่ากำลังถูกกดดันจากความเปลี่ยนแปลงค่ะ
Forvis Mazars ออกแบบและสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กร คือความท้าทายของทุกองค์กร ไว้อย่างไร ?

รัตติกรณ์: แทนที่จะใช้แนวทางเดียวกับทุกคน เราให้ความสำคัญกับการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอในเรื่องการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี และทิศทางอาชีพของพนักงานแต่ละคน เราสนับสนุนสิ่งนี้ผ่านโอกาสในการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง และการเคลื่อนย้ายภายในองค์กรค่ะ
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่การให้ข้อเสนอแนะเป็นเรื่องปกติ ความคิดเห็นใหม่ ๆ ได้รับการเปิดรับ และทุกคนได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ พฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตการทำงานประจำวันเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อความรู้สึกมีคุณค่าของพนักงานค่ะ
Forvis Mazars แก้ปัญหาขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?

รัตติกรณ์: การขาดแคลนบุคลากรที่มีศักยภาพเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการลงทุนในระยะยาว มากกว่าการแก้ไขเฉพาะหน้าค่ะ
ในเชิงกลยุทธ์ เราทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาอย่างใกล้ชิด มีโครงการฝึกงานรวมถึงการปฐมนิเทศที่เป็นระบบ เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ในทางปฏิบัติ เราเน้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาผ่านประสบการณ์จริง และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ย้ายข้ามบทบาทหรือสายงานต่าง ๆ
การพัฒนาทักษะจากภายในช่วยให้เราสร้างขีดความสามารถที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งสนับสนุนเส้นทางอาชีพที่ยั่งยืนให้กับพนักงานค่ะ
เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ?
รัตติกรณ์: ดิฉันเชื่อว่าผู้นำด้านคนควรมีความเห็นอกเห็นใจ ความชัดเจน และความไว้วางใจ
การมีความเห็นอกเห็นใจช่วยให้ผู้นำเข้าใจประสบการณ์ที่พนักงานกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ส่วนความชัดเจนช่วยให้คนทำงานมีทิศทางและลดความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน ความไว้วางใจเปิดโอกาสให้พนักงานรับผิดชอบงานและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
และเมื่อผู้นำสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ พนักงานจะรู้สึกมั่นคงและมีส่วนร่วม แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายค่ะ
หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ Forvis Mazars ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน ?

รัตติกรณ์: หนึ่งในโครงการที่สร้างผลลัพธ์อย่างชัดเจนสำหรับเราคือการสร้าง Employer Branding ใหม่นั่นคือ “Grow. Belong. Impact.” ค่ะ
เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการสร้างสโลแกน แต่เพื่อสื่อสารให้ชัดเจนว่าคนทำงานสามารถคาดหวังอะไรได้จริงเมื่อมาร่วมงานกับเรา ทั้งในแง่ของการเติบโต ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และผลกระทบจากงานที่ทำภายในองค์กร Branding นี้จะเป็นสื่อกลางระหว่างผู้นำและพนักงาน และสนับสนุนการตัดสินใจด้านคนให้สอดคล้องกันมากขึ้น
เรายังเชื่อมั่นด้วยว่า Branding ใหม่นี้จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของเราในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ เมื่อแบรนด์นายจ้างสะท้อนความเป็นจริง และมีการนำไปใช้ในชีวิตการทำงานประจำวัน ความไว้วางใจก็จะเกิดขึ้น และความไว้วางใจนั้นนำไปสู่ความผูกพัน ความคาดหวังที่ชัดเจน และผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวทั้งต่อพนักงานและธุรกิจค่ะ