
โจทย์ใหญ่ขององค์กรในวันนี้ไม่ใช่แค่การหาคนเก่งมาร่วมงานด้วย แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้คนเหล่านั้นอยากเติบโตและฝากอนาคตไว้ในระยะยาว
แต่ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนทักษะที่ค่อนข้างรุนแรงในตลาดแรงงาน องค์กรชั้นนำอย่าง PwC ประเทศไทย เลือกที่จะไม่เดินตามสูตรสำเร็จเดิม ๆ แต่หันมาลงทุนในการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้กำหนดเส้นทางอาชีพตามจุดแข็งของตัวเอง จนทำให้ได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For จาก HR Asia มาครอง
HREX ได้จับเข่าคุยกับคุณ สวาสดิ์วดี อนุมานราชธน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมของ PwC ประเทศไทย ถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการ Talent ที่เน้นความยืดหยุ่น การเปลี่ยนสายงานภายใน และการรักษาความเป็นมนุษย์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง จนไม่แปลกใจว่าทำไม PwC ถึงเป็นสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยม และเป็นที่ที่พนักงานเลือกอยู่ต่อในระยะยาวด้วยความภาคภูมิใจ
ถ้าพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบกันในบทความนี้ได้เลย
Contents
- ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?
- PwC ประเทศไทย มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
- PwC ประเทศไทย สร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรอย่างไร ?
- PwC ประเทศไทย แก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?
- เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ ?
- หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งขององค์กรของคุณที่เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน
ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” ในโลกการทำงานปัจจุบัน ?

สวาสดิ์วดี: การเป็นสถานที่ทำงานชั้นนำในปัจจุบัน ไม่ได้วัดกันที่การมีสวัสดิการพิเศษเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือต้องมี ความไว้วางใจ การมีเป้าหมายร่วมกัน และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรค่ะ
นั่นหมายถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวของตัวเอง ได้รับการสนับสนุนให้เติบโต และมั่นใจว่างานที่ทำนั้นมีคุณค่าอย่างแท้จริง
ที่ PwC เราให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มงาน การพัฒนาทักษะ การปรับเปลี่ยนบทบาทหรือสายงาน ไปจนถึงการชื่นชมความสำเร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกช่วงเวลานั้นสร้างคุณค่าให้พนักงาน
เราไม่ได้ให้ผลตอบแทนหรือรางวัลแบบสูตรสำเร็จที่เหมือนกันหมดสำหรับทุกคน แต่เรามอบประสบการณ์ที่มีความหมาย ซึ่งเน้นเรื่องการเติบโต การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และการมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน
เราเชื่อว่าสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยม คือ สถานที่ที่พนักงานเลือกอยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะความจำเป็น แต่เป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ได้รับความไว้วางใจ และภาคภูมิใจในผลลัพธ์ที่ได้สร้างขึ้นค่ะ
PwC ประเทศไทย มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
สวาสดิ์วดี: เราใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และส่งเสริมให้พนักงานของเราเติบโต โดยไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนคน
คุณค่าที่แท้จริงของเทคโนโลยี คือการช่วยลดภาระในงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และสนับสนุนให้ทีมตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม “คน” ยังเป็นศูนย์กลางเสมอ โดยใช้ทั้งดุลยพินิจ ค่านิยม และความสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนงาน
แนวทางของเราคือ มนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย (human-led, tech-powered)” ซึ่งหมายความว่า เทคโนโลยีจะทำหน้าที่สนับสนุน เพื่อให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์เชิงลึก การทำงานร่วมกัน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และการสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน
เมื่อใช้เทคโนโลยีอย่างถูกวิธี พนักงานจะมีเวลาและพลังมากขึ้นเพื่อนำไปทุ่มเทกับงานที่ต้องอาศัยศักยภาพของมนุษย์
PwC ประเทศไทย สร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นเพรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรอย่างไร ?
สวาสดิ์วดี: เราให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะ “ปัจเจกบุคคล” มากกว่าการแบ่งพนักงานเป็นกลุ่มหรือประเภท
เราไม่สรุปเองว่าคนแต่ละรุ่นต้องการอะไร แต่พิจารณาจากประสบการณ์จริง และช่วงเวลาสำคัญ (Moments that matter) ตลอดเส้นทางการทำงานของแต่ละคน
เพราะความต้องการของทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา เราจึงให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นและทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเรียนรู้ การโค้ช การโยกย้ายสายงาน ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้พนักงานออกแบบเส้นทางอาชีพของตัวเอง
และด้วยการรับฟังอย่างตั้งใจและการออกแบบนโยบายด้วยความเข้าใจ เราสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าได้รับการมองเห็น ได้รับการสนับสนุน และเติบโตได้ตามจุดแข็งและช่วงจังหวะชีวิตของตน
สิ่งสำคัญคือ เราไม่ได้เพียงแค่ยอมรับความแตกต่างเท่านั้น แต่การมีส่วนร่วมของทุกคนเป็นสิ่งที่เราให้คุณค่าอย่างแท้จริงค่ะ
PwC ประเทศไทย แก้ปัญหาการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานอย่างไร ทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?

สวาสดิ์วดี: เราตระหนักดีว่า ช่องว่างด้านทักษะใหม่ ๆ (Skills gap) ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการสรรหาบุคลากรใหม่เพียงอย่างเดียว
ในเชิงกลยุทธ์ เรามุ่งช่วยให้พนักงานพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ โดยลงทุนในระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ทักษะใหม่ และการส่งเสริมการโยกย้ายสายงาน
เรากำหนดเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจน เน้นการฝึกฝนผ่านประสบการณ์จริง และเปิดโอกาสในการทำงานข้ามสายงานหรือข้ามประเทศ เพื่อช่วยพัฒนาทั้งทักษะเฉพาะทาง (technical skills) และทักษะมนุษย์ (human skills)
ในทางปฏิบัติ เราสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพื่อพัฒนาผู้ที่มีศักยภาพตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงาน และยังเสริมศักยภาพให้ผู้จัดการเป็นผู้นำที่สามารถพัฒนาคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการสร้างบุคลากรจากภายในองค์กรควบคู่ไปกับการเปิดรับมุมมองที่หลากหลายจากภายนอก ไม่เพียงแต่ช่วยให้เส้นทางอาชีพของพนักงานมั่นคงขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศด้านทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย ให้ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตมากยิ่งขึ้นค่ะ
เมื่อโลกทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ ?
สวาสดิ์วดี: ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการพื้นฐานที่ใช้ได้เสมอในทุกยุคสมัย
- ความเห็นอกเห็นใจ – ทำความเข้าใจอย่างแท้จริงว่าพนักงานกำลังเผชิญกับอะไร มากกว่ามองเพียงผลงานที่ทำได้
- ความเป็นธรรมและความโปร่งใส – สื่อสารอย่างชัดเจนถึงการตัดสินใจและความคาดหวัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงก่อให้เกิดความไม่แน่นอน
- ความไว้วางใจ – เปิดโอกาสให้พนักงานได้ตัดสินใจ เรียนรู้ และเติบโต แทนการควบคุมอย่างเข้มงวด
เมื่อผู้นำยึดมั่นในหลักการเหล่านี้ การทำงานจะยังคงรักษาคุณค่าความเป็นมนุษย์ไว้ได้ แม้ว่าเทคโนโลยี ตลาด หรือรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนไปเพียงใดก็ตาม
หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งขององค์กรของคุณที่เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อใจและต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรจากมัน

สวาสดิ์วดี: หนึ่งในโครงการที่มีความหมายที่สุดของเราในปี 2568 คือการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องด้านการเติบโตโดยยึดทักษะเป็นหลัก (skills-based growth) และการโยกย้ายภายในองค์กร (internal mobility)
การเปิดโอกาสให้พนักงานมีเส้นทางที่ชัดเจนในการเรียนรู้ โยกย้ายสายงาน และพัฒนาศักยภาพตนเองใหม่ภายในองค์กร ช่วยให้การมีส่วนร่วมและความเชื่อมั่นของพนักงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ เช่น การใช้ทักษะได้ตรงงานมากขึ้น องค์กรคล่องตัวขึ้น และรักษาพนักงานได้ดีขึ้น
สิ่งที่เราค้นพบ เรียบง่ายแต่ทรงพลังมากนั่นคือ เมื่อพนักงานเห็นอนาคตของตัวเองในองค์กร ก็จะทุ่มเทพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นให้กับงานในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งตอกย้ำว่า ผลลัพธ์ในด้านมนุษย์และผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เกื้อหนุนกันและกันค่ะ