
การทำงานในอุตสาหกรรมการบิน ทุกวินาทีต้องขับเคลื่อนด้วยมาตรฐานระดับสูงสุด เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบทบาทของเทคโนโลยีที่ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ หลายองค์กรเริ่มเร่งนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น จนในบางครั้งกลับสร้างความกังวลให้กับพนักงานต่ออนาคตและความมั่นคงในการทำงาน
สำหรับ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA กลับเลือกเส้นทางที่ไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นตัวแทนของคน แต่เป็นเครื่องมือในการเสริมพลังคน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตบนสมดุลระหว่างมาตรฐานการทำงานระดับสูง และความเข้าใจพนักงานหน้างานอย่างแท้จริง จนสามารถคว้ารางวัล HR Asia Best Companies to Work For in Asia 2025 มาได้
HREX มีโอกาสพูดคุยกับคุณ ลัดดา พยมธน Executive Vice President – Administrative Office ของ AOTGA เพื่อถอดบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า มาตรฐาน และความเข้าใจคน ไม่เคยเป็นสิ่งที่ต้องเลือก หากแต่ต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อสร้างองค์กรที่ทั้งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นที่ที่คนอยากเติบโตในระยะยาว
ถ้าพร้อมแล้ว มาติดตามแนวคิดในการทำงานที่น่าสนใจของเธอและขององค์กรได้เลย
Contents
- ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน
- AOTGA มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?
- AOTGA ออกแบบวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นที่รู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรไว้อย่างไร ?
- การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ AOTGA แก้ปัญหานี้อย่างไรทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?
- เมื่อโลกเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?
- หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ AOTGA ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?
ในมุมมองของคุณ อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “องค์กรที่น่าทำงาน” ในโลกการทำงานปัจจุบัน

ลัดดา: ในโลกการทำงานปัจจุบัน คำว่า “องค์กรที่น่าทำงานด้วย” มักถูกเชื่อมโยงกับความยืดหยุ่น สิ่งอำนวยความสะดวก หรือภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย แต่ในมุมมองของดิฉัน องค์กรที่น่าทำงานอย่างด้วยคือองค์กรที่พนักงานสามารถคาดหวังความชัดเจน ความเป็นธรรม และความมั่นคง ได้ในทุกวันของการทำงาน
สำหรับ AOTGA เราให้ความสำคัญกับการสร้าง Thriving Workforce โดยเริ่มจากการออกแบบระบบงานที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร บทบาท หน้าที่ และความคาดหวังต้องชัดเจน เพราะเมื่อพนักงานเข้าใจว่าตัวเองมีส่วนสำคัญอย่างไรต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน และประสบการณ์ของผู้โดยสาร เขาจะทำงานด้วยความรับผิดชอบและความภาคภูมิใจโดยไม่ต้องถูกกระตุ้นจากภายนอก
ความชัดเจนเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นในองค์กร ซึ่งเป็นรากฐานของความผูกพันในระยะยาว
AOTGA มีวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมพลังคน มากกว่าแทนที่คนอย่างไรบ้าง ?

ลัดดา: ดิฉันเชื่อว่าหนึ่งในคำถามสำคัญของผู้นำด้านคนในวันนี้ คือเราจะใช้เทคโนโลยีอย่างไร โดยไม่ทำให้มนุษย์รู้สึกถูกลดคุณค่า
แนวคิดของ AOTGA คือ เทคโนโลยีควรทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือที่เพิ่มภาระหรือความซับซ้อน เราจึงเลือกลงทุนใน Digital Employee Experience และระบบข้อมูลบุคลากร เช่น People Dashboard และ People App Hub เพื่อให้การตัดสินใจของผู้บริหารตั้งอยู่บนข้อมูลที่แม่นยำ ตรงตามความเป็นจริง ขณะเดียวกันพนักงานก็สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้อย่างสะดวกสบาย
ในมุมมองของดิฉัน เทคโนโลยีที่ดีคือเทคโนโลยีที่ “เงียบ” พอจะไม่รบกวนการทำงาน แต่ “แข็งแรง” พอจะรองรับการเติบโตขององค์กร เมื่อระบบถูกนำเข้ามาใช้ทำงานที่ซ้ำซ้อน คนจะมีเวลาและพลังงานไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ความใส่ใจในรายละเอียด และความเป็นมืออาชีพของคนหน้างาน ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจการบินภาคพื้น
AOTGA ออกแบบวัฒนธรรมที่พนักงานทุกวัย ทุกพื้นที่รู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตในองค์กรไว้อย่างไร ?
ลัดดา: AOTGA เป็นองค์กรที่มีพนักงานหลากหลายช่วงวัย หลากหลายบทบาท ตั้งแต่งานปฏิบัติการภาคสนามไปจนถึงงานสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ การสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า จึงไม่อาจอาศัยเพียงกิจกรรมสร้างสีสันเป็นครั้งคราว
สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการสร้างระบบและกลไกที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่า เสียงของเขามีความหมาย และโอกาสเปิดกว้างอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังความคิดเห็นผ่าน Pulse Survey การเปิดพื้นที่ให้พนักงานมีบทบาทในฐานะ Brand Ambassador หรือการสื่อสารกับผู้บริหารผ่านเวทีขนาดเล็กอย่าง Mini Townhall
เมื่อการรับฟังอย่างจริงใจถูกฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร การเรียนรู้ ความร่วมมือ และความผูกพัน จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องถูกบังคับค่ะ
การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานไทยเป็นเรื่องจริงที่ทุกคนเผชิญ AOTGA แก้ปัญหานี้อย่างไรทั้งในระดับกลยุทธ์และการลงมือปฏิบัติ ?

ลัดดา: การขาดแคลนทักษะ หรือ Skill Gap ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ตลาดแรงงานไทยมีร่วมกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยมาตรฐานความปลอดภัยสูงอย่างการบิน
สำหรับ AOTGA ทางออกไม่ได้อยู่ที่การแย่งชิงคนเก่งจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เราสร้างความสามารถจากภายในอย่างเป็นระบบ
เราพัฒนา AOTGA Academy เพื่อออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับงานจริง และเตรียมผู้นำรุ่นถัดไปผ่านการอบรมการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development Program) การลงทุนนี้อาจไม่เห็นผลในระยะสั้น แต่ช่วยให้องค์กรมีบุคลากรที่เข้าใจทั้งงาน ความรับผิดชอบของตนเอง และวัฒนธรรมองค์กรอย่างลึกซึ้ง
ในมุมมองของดิฉัน ความยั่งยืนขององค์กร ไม่ได้วัดจากความรวดเร็วในการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความพร้อมของคนในการรับมือกับอนาคตค่ะ
เมื่อโลกเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนควรมีหลักอะไรในใจเสมอ เพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ของงานไว้ได้ ?
ลัดดา: ในช่วงเวลาที่โลกการทำงานเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ผู้นำด้านคนต้องทำหน้าที่เป็นจุดยึดให้กับองค์กร หลักคิดที่ดิฉันยึดถือเสมอคือ ความสม่ำเสมอ ความรับผิดชอบ และความจริงใจในการสื่อสาร
พนักงานอาจไม่คาดหวังให้ผู้นำมีคำตอบสำหรับทุกสถานการณ์ แต่เขาคาดหวังให้ผู้นำตัดสินใจบนหลักการเดียวกัน และไม่ละเลยความรู้สึกของคนหน้างาน
เมื่อผู้นำยังเห็นคุณค่า ความเชื่อมั่นของพนักงานก็จะเกิดขึ้น และองค์กรก็จะสามารถก้าวผ่านความไม่แน่นอนไปด้วยกันได้ค่ะ
หากต้องแชร์สิ่งหนึ่งที่ AOTGA ทำแล้วเกิดผลลัพธ์ที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อธุรกิจในปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร และคุณเรียนรู้อะไรบ้าง ?

ลัดดา: หนึ่งในบทเรียนที่สำคัญที่สุดของ AOTGA คือการดูแล Employee Experience ซึ่งไม่ใช่โครงการที่เห็นผลในระยะสั้น แต่เป็นการเดินทางระยะยาว การรับฟังเสียงพนักงานอย่างต่อเนื่อง และการนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงระบบจริง ช่วยสร้างทั้งความผูกพัน คุณภาพงาน และความเชื่อมั่นจากคนทั้งองค์กร
ท้ายที่สุด ดิฉันเชื่อว่าองค์กรที่แข็งแรงในระยะยาว คือองค์กรที่ไม่หยุดพัฒนาระบบ และไม่หยุดใส่ใจคน เพราะเมื่อคนเติบโตอย่างมั่นคง ธุรกิจก็จะเติบโตอย่างยั่งยืนเช่นเดียวกันค่ะ
